Monthly Archives: May 2015

กรณีข่าวดาราเจ็บป่วยกับสิทธิ์ บัตรทอง, 30บาท, หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

17704_10154860774381515_398424997801680517_n

เห็นข่าวมีนักแสดงหลายๆท่าน ที่เจ็บป่วยด้วยโรคโน้นนี้ และได้ทำการเข้ารักษาในโรงพยาบาลจนหมดเนื้อหมดตัว และพอหมดตัวก็มีข่าวออกมาขอความช่วยเหลือ
เราว่าเค้าไม่รู้จักโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า(เข้าใจง่ายๆว่าบัตรทอง หรือ 30 บาท)จริงๆ ว่ามันเป็นยังไงแน่ๆเลยอะ
เลยเลือกที่จะบ่ายหน้าออกจากโรงพยาบาลรัฐกันหมด คงจะมีมโนภาพว่า โรงพยาบาลรัฐ เจ้าหน้าที่ดุ ร้อน คนเยอะ ต้องทำตัวลีบๆ รอคิวนาน ได้แต่ยาพารา (ซึ่งยาพาราในเคสไหนที่ไม่จำเป็นต้องใช้ เค้าก็ไม่ให้นะ) รอคิวรักษานาน ระหว่าง
รอคิวผ่าก็โดนคนใหญ่คนโตใช้สกิลฟาสแทร็คเข้าลัดคิว ทำให้ตนเองรอไม่ไหว และโครงการนี้ดูเป็นโครงการของคนจน (ไม่ได้มโนค่ะ ได้ยินและอ่านเจอมาเองกับตัว) จึงไม่ได้ใช้สิทธิการรักษานี้

คือถ้ายังมีเงินจะรักษาที่ไหนมันก็ได้ ไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ถ้าหากไม่มีเงินแล้ว หรือมีเงินแต่อยากใช้สิทธินี้ คนไทยทุกคนก็ทำได้นะคะ เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทย เพียงแต่ท่านลองเช็คว่าสิทธิของท่านนั้นอยู่ที่โรงพยาบาลต้นสังกัดโรงพยาบาลไหน ซึ่งสายด่วนเขาก็มีให้บริการทั้งวันทั้งคืน เบอร์โทรก็สี่ตัว 1330 โทรถามได้ หรือมีข้อสงสัยใดๆ ว่าโรคของตัวเองบัตรทองครอบคลุมหรือเปล่าก็ลองโทรไปสอบถามข้อมูลกันก่อนได้ ยกเว้นคนที่มีสิทธิประกันสังคม ถ้าเข้าใจไม่ผิดคือต้องใช้สิทธิประกันสังคมค่ะ

มีหลายท่านให้ความเห็นว่า อยากให้โครงการนี้เข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้ เอกชนก็ได้ รัฐก็ได้ เราว่ามันไม่ค่อยโอเคนะคะ คือที่โครงการบัตรทองต้องมีการไปโรงพยาบาลต้นสังกัดก่อน เพื่อเป็นการลดความแออัดของโรงพยาบาลใหญ่ๆ ไม่ให้คนไข้มากระจุกตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่งที่เดียว เพราะโรคบางโรค โรงพยาบาลขนาดเล็กหรือกลาง มีความสามารถที่จะรักษาได้แน่นอน เพียงแต่ถ้าเกินกำลังของโรงพยาบาลนั้นๆแล้ว ก็จะมีการส่งต่อตามลำดับชั้นของเขตสาธารณสุขค่ะ จากอำเภอ ก็เป็น จังหวัด แต่ถ้าในจังหวัดไม่มีผู้เชี่ยวชาญก็สามารถส่งข้ามจังหวัดได้ค่ะ และกรณีที่เจ็บป่วยฉุกเฉินก็สามารถเข้าโรงพยาบาลของรัฐที่ไม่ใช่ต้นสังกัดได้ เช่นไปต่างจังหวัดอะไรงี้ และถ้าฉุกเฉินมากๆ(แบบอาจเสียชีวิต) ก็สามารถเข้าโรงพยาบาลเอกชนได้ โดยจากจุดที่เราเจ็บป่วยนั้นต้องไม่ผ่านโรงพยาบาลรัฐมาก่อนนะคะ ไม่งั้นถือว่าเลือกโรงพยาบาลแล้วค่ะ โดนค่ารักษารัฐนั้นจะจ่ายให้แน่นอนค่ะ เรื่องนี้ยืนยันด้วยตัวได้เพราะเคสคุณพ่อเราเส้นเลือดในสมองแตก ก็ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดซึ่งเป็นเอกชน ค่ารักษาก็ออกมา ครอบครัวเราต้องจ่ายไปก่อน หลังจากนั้นโรงพยาบาลก็ทำเรื่องคืนเงินให้ค่ะ ได้เป็นเชคโอนเข้าบัญชีเรียบร้อย ไม่ยุ่งยากเลย

ส่วนประเด็นที่ว่าอยากให้เข้าเอกชนได้ด้วยนั้น เราเห็นว่ามันเกินไปจากเงินอุดหนุนที่รัฐให้กับประชาชนต่อรายหัวน่ะค่ะ คือด้วยเงินอุดหนุนรายหัวต่อปีที่ไม่มาก ถ้าจะให้เข้าที่ไหนก็ได้เลย เราว่ามันดูเป็นการใช้เงินเกินตัวไปนิดนึงค่ะ และโรงพยาบาลรัฐก็มีหมอที่มีใบประกอบโรคศิลป์เหมือนกับหมอที่อยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนเหมือนกัน มีมาตรฐานการรักษาเหมือนกัน แต่ถ้าอยากเข้าโรงพยาบาลเอกชนจริงๆ ก็ควรจะต้องยอมจ่ายเองดีกว่านะคะ เราได้รู้จักคุณยายท่านหนึ่งที่มีฐานะ บังเอิญได้พักห้องเดียวกับท่าน ตอนเราไปผ่าตัดที่ศิริราช คุณยายบอกว่า ไม่ไปหรอกเอกชน “ถูกและดีต้องที่ศิริราช” ซึ่งเราก็เห็นด้วยนะคะ ค่าห้องไม่แพงมาก ค่าหมอ ค่ายาก็เหมาะสมตามมาตรฐานร.พ.รัฐค่ะ ‪#‎และโรงพยาบาลรัฐที่อื่นก็เช่นกัน‬

จริงๆเรื่องบัตรทองถ้าใครตามเฟซเราจะเห็นว่าเราเขียนถึงบ่อยพอสมควร และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ลองศึกษาสิทธิของตัวเองไว้เพื่อทราบกันด้วยค่ะ แม้ตัวเองอาจไม่ได้ใช้ก็ตาม

ป.ล. รูปดักแก่มากๆ บัตรทองสมัยก่อนส่งไปให้ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน พอได้จดหมายมาก็เปิดซองแล้วมันก็จะมีเจ้ากระดาษเหลืองๆที่และต้องแกะตามรอยปรุ แล้วเอาไปใช้ได้ค่ะ หลายๆคนเอาไปเคลือบพลาสติกก่อน เพื่อกันมันขาด เราก็ด้วย อิอิ แก่

ป.ล. ก็ถ้าเห็นว่าดี แชร์บ้างก็ได้นะ นี่อ้อนเลยค่ะ อยากให้รู้กัน

ขอขอบคุณ : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10154860774381515&set=a.219823466514.165928.763831514&type=1&theater

8 โปรตีนทางเลือกจากพืชผัก

สำนักข่าว ‘Mailonline / Dailymail.co.uk’ ตีพิมพ์เรื่อง ‘Eat more protein without more meat: The top 10 non-animal sources’ = “กินโปรตีนที่ไม่ใช่เนื้อมากขึ้น: 10 ยอดแหล่งที่ไม่ใช่สัตว์”, ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
คำแนะนำใหม่ของอังกฤษ (UK) คือ ให้กินเนื้อแดง (red meat) หรือเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น แพะ แกะ วัว หมู ฯลฯ ไม่เกิน 1 ปอนด์ (454 กรัม = 4.5 ขีด)/สัปดาห์ และให้กินอาหารกลุ่มโปรตีน (เนื้อ ไข่ นม ถั่ว เต้าหู้ โปรตีนเกษตร ฯลฯ) 15% ของอาหารทั้งหมด
.
นั่นคือ ต้องกินโปรตีนจากพืช ไข่ หรือนมไขมันต่ำมากขึ้น จึงจะได้โปรตีนมากพอ
.
โปรตีนในร่างกายคนเราประกอบด้วยหน่วยย่อยๆ ที่เรียกว่า กรดอะมิโน (amino acids) 23 ชนิด ในจำนวนนี้มี 8 ชนิดที่ต้องกินจากอาหาร สังเคราะห์ใหม่ไม่ได้ เรียกว่า กรดอะมิโนชนิดจำเป็น (essential amino acids), อีก 15 ชนิดสังเคราะห์ใหม่จากโปรตีนชนิดอื่นได้
.
วิธีสังเคราะห์โปรตีนคล้ายๆ กับการแลกเปลี่ยนเงินในจำนวนที่เท่ากัน เช่น ขอแลกธนบัตรใบละ 100 บาทเป็นใบละ 20 บาท 5 ใบ, หรือเหรียญ 10 บาท 10 เหรียญ ฯลฯ
.
โปรตีนจากสัตว์มักจะมีกรดอะมิโนชนิดจำเป็นครบในสัดส่วนที่ค่อนข้างพอดี (ดีที่สุด คือ นมกับไข่) จึงเรียกว่า โปรตีนสมบูรณ์ (complete proteins)
.
ส่วนโปรตีนจากพืชมักจะมีกรดอะมิโนชนิดจำเป็นในสัดส่วนที่ไม่ค่อยพอดี บางอย่างมากไป บางอย่างน้อยไปหรือไม่พอ จึงเรียกว่า โปรตีนไม่สมบูรณ์ (incomplete proteins)

Continue reading

รักษาความเป็นส่วนตัวของคุณด้วยการปิดไม่ให้ Search Engine เข้ามาค้นข้อมูลบน Timeline ของคุณ

สำหรับท่านที่ต้องการเปิดเผยตัวตนหรือทำการค้า การเปิดให้เข้าถึงข้อมูลของท่านจากสาธารณะให้ได้มากที่สุดอาจจะเป็นเรื่องดีที่พึงประสงค์ แต่สำหรับบางท่านที่ความเป็นส่วนตัวถือเป็นเรื่องสำคัญ นี่อาจจะเป็นอีกวิธีนึงที่จะช่วยให้ท่านมีความปลอดภัยในพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้นอีกนิด Facebook สามารถกำหนดได้ว่าเราจะอนุญาติให้ search engine เช่น google yahoo  เข้ามา index เนื้อหาต่างๆ จาก timeline ของเราได้หรือไม่ เพียงตั้งค่าตามนี้

จากการตั้งค่าของ Facebook ให้ไปที่ Privacy Settings and Tools แล้วเลือกหัวข้อตามภาพให้เป็น no

Screen Shot 2558-05-29 at 05.05.17

Screen Shot 2558-05-24 at 20.12.01

blog.etcpool.com

อนุสนธิจากการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ จากพระอาจารย์ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ

11255865_1578318919101410_597934743226583438_n


อนุสนธิจากการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ

การมรณภาพของหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หรือเรียกอย่างพระมีสมณศักดิ์ก็คือ พระเทพวิทยาคม แห่งวัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา ได้นำความอาลัยมาสู่ชาวพุทธทั้งที่เป็นชาวบ้านและพระภิกษุสามเณรอยู่ไม่น้อย แม้เราจะทราบกันดีว่า ในมุมมองของศาสนาพุทธ ความตาย ถือเป็นเรื่องปกติสามัญที่สุดซึ่งมนุษย์ทุกคนจะต้องพบเจอเข้าจนได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง โดยเฉพาะก็สำหรับนักบวชอย่างพระด้วยแล้ว การมีชีวิตอยู่ก็คือการเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความตายได้ทุกเมื่อนั่นเอง แต่การจากไปของหลวงพ่อคูณในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่าของพระพุทธศาสนาไปอีกท่านหนึ่ง ย่อมเป็นสิ่งยากต่อการข่มใจไม่ให้รู้สึกถึงความอาลัยได

ก่อนหน้าที่หลวงพ่อคูณท่านจะมรณภาพ ก็เคยมีข่าวลือเกี่ยวกับการมรณภาพของท่านออกมาหลายครั้ง ให้เป็นที่ต้องได้กังวลของชาวพุทธหลายคน ซึ่งให้การเคารพนับถือท่าน แต่ทุกครั้งที่มีข่าว สุดท้ายก็มักจบลงด้วยความไม่เป็นจริงอยู่เสมอ และที่น่าสังเกตมากไปกว่านั้น คือหลังจากการมีข่าว มักจะมีเรื่องของการสร้างวัตถุมงคลตามมาด้วย มีการเข็นสรีระที่ดูอิดโรยและไร้สติของหลวงพ่อออกมาพบชาวบ้าน อย่างเกิดภาพที่ไม่ชวนให้เลื่อมใสเลย หนักเข้าจนระยะหลัง คนในสังคมเริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของบรรดาลูกศิษย์คนใกล้ชิดหลวงพ่อมากขึ้น ที่ไม่ยอมให้ท่านได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เสียที ทั้งที่สังขารร่างกายของท่านอ่อนล้าเต็มทีแล้ว ถึงกับมีการเสียดสีวัตถุมงคลรุ่นหลังที่สร้างขึ้นว่า “รุ่นกูไม่รู้เรื่อง” เลยทีเดียว

พูดถึงหลวงพ่อคูณนั้น แน่นอนว่า ท่านเป็นพระที่ชาวบ้านให้การเคารพนับถือและศรัทธาเลื่อมใส โดยเฉพาะก็คนในแถบภาคอีสาน ที่ดูจะเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่า หลวงพ่อเป็นพระสุปฏิปันโนที่มีวิชาอาคม ไปในทางของไสยเวทย์ ดั่งราชทินนามจากสมณศักดิ์ของท่านที่ว่า พระเทพวิทยาคม นั้น ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงกิตติศัพท์ในเรื่องนี้ได้ดี

แต่ในภูมิหลังแล้ว ใครจะทราบว่า พระเกจิอย่างหลวงพ่อคูณ ก็เป็นแค่พระธรรมดารูปหนึ่ง ที่เพียรบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ของสังคมเท่านั้น ดังที่ปรากฎว่าเคยมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ท่านว่า หลวงพ่อมีฌาน จริงหรือเปล่า ท่านก็ตอบอย่างไม่อวดอุตตริว่า กูไม่รู้หรอก มีญานอะไร มีก็แต่ยานโตงเตง นี่คืออารมณ์ขันของท่าน ไม่ต่างจากที่มีคนถามท่านว่า ทำไมถึงใช้วิธีเคาะหัว ไม่พรหมน้ำมนต์เหมือนวัดอื่น ท่านก็ตอบอย่างติดตลกว่า พรมไม่ไหวหรอก วัดมันแคบ พรมไปพรมมาเดี๋ยวเปียกแฉะ

ถึงเรื่องวัตถุมงคลเล่า ท่านก็เคยพูดไว้ชัดเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ว่า ที่มันขายกันหน้าวัด ไม่ใช่ของกูดอก แต่ก็ไม่ได้ห้าม เพราะเห็นว่ามันต้องเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียมัน กูเข้าใจ และถึงท่านจะเป็นพระเกจิ ที่ขาดเรื่องของการปลุกเสกเครื่องลางของขลังและรับเงินทองไม่ได้ แต่ท่านก็เคยพูดไว้ชัดว่า กูไม่เคยพูดว่า เอาเหรียญไปเอาพระไปแล้ว ไปอวดดีอวดเก่ง ให้เอาไปห้อยคอ ใส่กระเป๋าไว้ กระตุ้นเตือนใจว่า เราจะไปทำสิ่งที่ชั่วช้าสารเลวอย่างหนึ่งอย่างใด ก็ให้นึกถึงคุณพระ ไม่ใช่เอาไปยิงไม่ตาย ฟันไม่เข้า กูไม่เคยพูดเลย เป็นต้น

ส่วนเรื่องเงินนั้น มีคนมาทำบุญ ท่านก็รับ แต่ท่านจะบอกว่า ไม่ใช่เงินกู เขาไม่ได้เอามาถวายกู เขาเอามาฝาก กูก็ตีกลับ กูเอาเงินนั่นไปทำสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ ให้แก่ชาติบ้านเมือง อย่ามาว่าของกู อาตมาออกจะชอบใจที่ครั้งหนึ่งเคยมีนักข่าวไปถามท่านว่า หลวงพ่อทำไมไม่สร้างวัด สร้างแต่โรงพยาบาลสร้างแต่โรงเรียน ท่านตอบอย่างน่าคารวะว่า โรงพยาบาล มึงไปดูเถอะ ไม่ว่าในสาถนที่หนึ่งที่ใด คนจะหาบ้านพักไม่มี แล้วไปนอนตามฟุตบาทกัน หาโรงเรียนเล่าเรียนไม่มี มันแน่นกันไปหมด สร้างโบสถ์นี่มันหลายล้าน นานๆจะมีพระมาบวช สร้างเมรุก็นานๆ จะมีศพมาเผา

นี่คือวิธีการคิดเพื่อส่วนรวมของพระอย่างหลวงพ่อคูณ แม้จะมีคนตำหนิท่านอยู่บ้างว่า วิธีการที่ท่านใช้ ไม่เหมาะสม พาชาวบ้านลุ่มหลงงมงายอยู่กับวัตถุมงคล แต่ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา จวบจนถึงกาลที่ท่านมรณภาพ หลวงพ่อคูณได้แสดงให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่ท่านทำ มาจากกุศลเจตนาของท่านจริงจริง ไม่ได้มีเรื่องของผลประโยชน์สิ่งอื่นใดแอบแฝงนอกไปจากนี้ จากตัวของท่านเอง

อีกประการหนึ่ง สิ่งที่จะไม่กล่าวถึงดูจะไม่ได้นั่นก็คือ แม้ว่าท่านจะมรณภาพไปแล้ว ตามอำนาจของกฎพระไตรลักษณ์ที่ไม่มีใครจะต่อสู้หรือเข็งขืนอยู่ได้ แต่พินัยกรรมที่ท่านได้ทำไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ท่านไม่ต้องการเครื่องเกียรติยศใดใดทั้งสิ้น อย่างที่พระซึ่งมีสมณศักดิ์ต่างพากันกวิลหาและแก่งแย่งอยากได้มาครอบครอง แม้แต่สรีระอันปราศจากวิญญาณ ท่านก็ยังถือเป็นสิ่งที่มีคุณอันอาจบริจาคเป็นทานแก่ผู้อื่นได้ สิ่งนี้เป็นเครื่องที่น่าจะยืนยันให้เราประจักษ์กันได้แล้วว่า หลวงพ่อคูณหรือพระเทพวิทยาคม เป็นพระโดยสมบูรณ์อย่างแท้จริง และได้ประพฤติตนเพื่อให้เกิดสุขะและหิตะประโยชน์แก่ผู้อื่น ดั่งพุทธดำรัสที่ตรัสสั่งทุกประการ

ในที่สุดนี้ ด้วยกุศลบุญทั้งหลายที่หลวงพ่อท่านได้เคยทำไว้ตลอดระยะเวลาที่ครองสมณวิสัย อาตมาคิดว่าคงจะส่งผลเป็นพลวปัจจัยให้หลวงพ่อได้จุติยังสัมปรายภพเบื้องหน้าอันเป็นแดนแห่งสุคติภูมิอย่างไม่ต้องสงสัย จึงขอแสดงความอาลัยกับการจากไปของท่านในครั้งนี้ด้วย...

ขอน้อมกราบส่งหลวงพ่อคูณสู่สุขคติภพ _/|\_

https://www.facebook.com/PhramahaPaiwan/photos/np.1431786099263816.100007679013739/1578318919101410/?type=1&notif_t=notify_me

 

A victim of the atomic bombing of Hiroshima

Screen Shot 2558-05-05 at 11.32.41

ภาพเหยื่อหญิงจากระเบิดปรมณูที่ฮิโรชิม่า เธอต้องทรมานจากแผลไหม้ขั้นรุนแรง รอยที่เห็นเกิดจากชุดกิโมโนที่เธอสวมขณะเกิดระเบิดขึ้น

http://en.wikipedia.org/wiki/Hibakusha#/media/File:The_patient%27s_skin_is_burned_in_a_pattern_corresponding_to_the_dark_portions_of_a_kimono_-_NARA_-_519686.jpg