Monthly Archives: January 2015

กำจัดขนบนใบหน้าและร่างกายด้วยสูตรธรรมชาติ 100%

Remove-Hair-From-The-Face-And-Body-With-This-Simple-Recipe

น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ, ข้าวโอ๊ตบด ครึ่งช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาวคั้นสด 2-3 หยด ผสมให้เข้ากันแล้วใช้พอกหน้า หรือตามบริเวณที่ต้องการกำกจัดขน ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก ขนก็จะหลุดร่วงไป

ว่ากันว่าหากทำได้ 2-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ครบ 1 เดือน ขนจะหลุดร่วงถาวรไม่กลับมารบกวนคาวมงามของคุณอีก

เรื่อง + ภาพ แปลจาก http://goodmorningcenter.com/remove-hair-from-the-face-and-body-with-this-simple-recipe/

ผลของอารมณ์ต่ออวัยวะของร่างกาย

โรคนับเป็นร้อย……มีที่มาจากอารมณ์

10922822_911699295527538_4924287567629792478_n

ในทัศนะขององค์รวม มีแพทย์แผนจีน,ไทย,อยุรเวท,การแพทย์ธิเบต มีหลักคล้ายๆกัน ในส่วนแผนจีนอธิบายไว้ดังนี้
จิตได้เชื่อมโยงผลกระทบของร่างกายทั้งอวัยวะตันภายในทั้ง ๕ (หัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต) อวัยวะกลวงภายในทั้ง ๖ (กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ ซานเจียว) เส้นลดปราณที่สัมพันธ์กับอารมณ์และสิ่งกระตุ้นทั้งมวลอย่างแนบแน่น ตัวอย่างที่จะกล่าวถึงคือเรื่องของอารมณ์ทั้ง ๗ กับการเกิดโรค

อารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ปุถุชนทั้งหลาย ประกอบด้วยอารมณ์ ๗ อย่างด้วยกัน คือ
— ดีใจ
— โกรธ
— วิตก
— กังวล
— เศร้า
— กลัว
— ตกใจ
(เนื่องจากอารมณ์วิตกกับอารมณ์กังวลมีลักษณะใกล้เคียงกัน และอารมณ์กลัวกับอารมณ์ตกใจก็มีลักษณะใกล้เคียงกัน จึงจัดไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน เหลือเป็นอารมณ์ทั้ง ๕)
อารมณ์ทั้ง ๗ นับเป็นสาเหตุก่อโรคที่เป็นเหตุปัจจัยจากภายในร่างกาย การได้รับผลกระทบจากอารมณ์ใดที่มากเกินไปและนานเกินไป จะทำให้เกิดโรคกับอวัยวะภายในและเส้นลมปราณได้

อารมณ์ดีใจ เป็นอารมณ์กระตุ้นในด้านบวก เป็นไปในทางให้ประโยชน์แก่ร่างกาย

อารมณ์โกรธ เศร้าโศก เสียใจ กลัว ตกใจ เป็นอารมณ์กระตุ้นในด้านลบ เป็นไปในทางให้โทษกับร่างกาย

อารมณ์ครุ่นคิด วิตกกังวล เป็นอารมณ์พื้นฐานของการเคลื่อนไหวของอารมณ์ การใช้ความคิดอย่างมีสติ มีปัญญา และสอดคล้องกับความเป็นจริงทางภาวะวิสัย จะมีทางออกทำให้อารมณ์ถูกเปลี่ยนแปลงรุนแรงไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป

อารมณ์ทุกอารมณ์เป็นความปกติที่เกิดกับปุถุชน แต่ต้องมีไม่มากหรือน้อยเกินไป และไม่นานจน เกินไป เพราะความสุดขั้วของอารมณ์ล้วนกระทบต่อสมดุลของธาตุภายในร่างกาย และเส้นลมปราณจะทำให้เกิดโรคได้

อารมณ์ดีใจ : เกี่ยวข้องกับหัวใจลำไส้เล็ก
โบราณกล่าวว่า “ดีใจเกินไปทำลายหัวใจทำให้เลือดไหลเวียนช้า” หัวใจมีหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนเลือด ภาวะที่มีอารมณ์ดีใจ มีความสุข การไหลเวียนของพลังและเลือดจะไหลเวียนช้า ไม่ถูกเร่งเร้า มีการคลายตัวของกล้ามเนื้อลดความเครียด เกิดความกระชุ่มกระชวย แต่ถ้าดีใจมากเกินไปจะทำให้จิตใจไม่รวมศูนย์ขาดสมาธิ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ประเดี๋ยวหัวเราะประเดี๋ยวร้องไห้ ขาดความสงบ ฟุ้งซ่าน หรือมีอารมณ์คลุ้มคลั่งวิปริตไป

อารมณ์โกรธ : เกี่ยวข้องกับตับ – ถุงน้ำดี
โบราณกล่าวว่า “โกรธมากเกินไปทำลายตับ ทำให้พลังวิ่งย้อนสู่เบื้องบน” เมื่อพลังตับย้อนสู่เบื้องบน คือ ภาวะไฟตับสูง ทำให้มีอาการหงุดหงิด ปวดศีรษะ ตามัว ปวดตา ตาบวม ความดันเลือดสูง ถ้าเป็นมากจะทำให้ปวดศีรษะรุนแรงและมีอาการวูบหมดสติ เป็นอัมพาต (ตรงกับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและแตก) นอกจากนี้ยังทำให้ปวดชายโครง คัดแน่นเต้านมหรือมีก้อน ประจำเดือนมาผิดปกติ รู้สึกเหมือนมีก้อนในคอ แน่นท้อง บางรายมีอาเจียนเป็นเลือด คลื่นไส้อาเจียน

ตัวอย่างที่พบบ่อย คือ ผู้หญิงใกล้มีประจำเดือน ถ้ามีความผิดปกติของอารมณ์เป็นพื้นฐาน เช่น หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย จะมีอาการมากขึ้น และกระทบกระเทือนไปยังอวัยวะภายใน คือ ตับ ถุงน้ำดี ทำให้มีอาการปวดแน่น คัดเต้านม หรือมีก้อนที่เต้านม ซึ่งทำให้อยากกินอาหารรสเปรี้ยว (วิ่งเส้นตับ)

อารมณ์วิตก – กังวล : เกี่ยวกับม้าม – กระเพาะอาหาร
โบราณกล่าวว่า “วิตกกังวล ทำลายม้าม ทำให้พลังถูกอุดกั้น” การใช้ความคิดมากเกินไป คิดไม่ถูก คิดไม่เป็น คิดแล้วไม่มีทางออกที่ดี ทำให้เกิดอารมณ์อื่นๆ ตามมา ความวิตกกังวลเกินเหตุมีผลต่อระบบการย่อยดูดซึมอาหาร (แผนปัจจุบันเรียกว่า เครียดลงกระเพาะอาหาร) ทำให้เบื่ออาหารท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นท้อง เป็นแผลในกระเพาะอาหาร ถ่ายเหลว ฯลฯ ถ้าเป็นเรื้อรัง จะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความจำเสื่อม นอนไม่หลับ ฝันบ่อย ฯลฯ อันเป็นผลจากากรอุดกั้นของพลังขัดขวางการย่อยดูดซึมอาหาร และการพร่องของเลือดและพลังที่ไปเลี้ยงสมอง

อารมณ์เศร้าโศก – เสียใจ : เกี่ยวกับปอด – ลำไส้ใหญ่
โบราณกล่าวว่า “เสียใจเกินไปทำลายปอด ทำให้พลังสูญหาย” การเศร้าโศกเสียใจมากและเรื้อรังจะทำให้พลังการไหลเวียนปอดอุดกั้นและถูก ทำลาย ผู้ป่วยจะรู้สึกหดหู่ อ่อนเพลีย หมดเรี่ยวแรงเหนื่อยง่าย

อารมณ์กลัว – ตกใจ : เกี่ยวกับไต – กระเพาะปัสสาวะ
โบราณกล่าวว่า “กลัว ตกใจ เกินควรทำลายไต ทำให้พลังแปรปรวน พลังย้อนลงด้านล่าง” อารมณ์กลัว ตกใจเกินควรทำให้พลังที่เกี่ยวกับการพยุง เหนี่ยวรั้งลดน้อยลงทำให้ปัสสาวะอุจจาระอั้นไม่อยู่ (ตกใจจนฉี่ราด) ขา ๒ ข้างอ่อนแรง ฝันเปียก ภาวะจิตใจสับสน แปรปรวน พูดจาเพ้อเจ้อ พฤติกรรมผิดปกติ

ค่ะกำลังเข้าใจตัวเองมากขึ้นแล้วใช่ไหม คำตอบคือแล้วฉันจะอารมณ์ไม่ดีไปทำไม เมื่อวานก็รู้แล้วระดับสารหลั่งสุขจะลดลงไปเมื่อเครียด

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหมอชาวบ้าน
โดยAyurvedic Association of Thailand

 

ปรับปรุงระบบการนำเสนอข้อมูลเว็บ

website-maintenance-21

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทางเว็บจะทำการค่อยๆ ทะยอยปรับย้ายข้อมูลของเพจ (ที่เห็นลิสต์ของเพจในไซด์บาร์ด้านขวามือ) มาเป็นระบบโพสท์ที่สามารถจำแนกได้ตาม Catagories ที่ท่านเห็นอยู่ในไซด์บาร์ด้านขวามือด้านบนๆ

เมื่อทำการปรับเปลี่ยนระบบแล้วอาจจะทำให้ชื่อ url หรือลิงค์ของบทความที่ท่านเคยอ่านเปลี่ยนแปลงไป ทางเว็บขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ ขอให้ท่านลอง browser ดูบทความข้อมูลต่างๆ ได้จากรายการด้านขวา บทความทุกอย่างที่เคยอยู่ยังคงอยู่เช่นเดิม เพียงแต่ถูกปรับเปลี่ยนระบบนำเสนอเท่านั้นเอง

หรือท่านสามารถใช้ระบบ Search ได้จาก Search Bar ด้านบน เพื่อค้นหาบทความที่ท่านเคยอ่านก็ได้

ทางเว็บขออภัยในความไม่สะดวก และขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนและติดตามกันด้วยดีเสมอมาจากใจ 🙂

etcpool.com

สูตรลับสาว 2000 ปีที่ต้องรีบบอก!!!

สูตรนี้ได้จากอาม่านุรี แม่ค้าวัย 102 ปีที่ใครเห็นแล้วต้องบอกว่าแกอายุไม่เกิน 70 ปีแน่นอน เพราะแกแข็งแรงมาก ยังขายของในตลาดทุกวัน คิดเลขทอนเงินเองไม่พึ่งเครื่องคิดเลขเลย

อาม่าเล่าให้ฟังว่า 20 ปีที่ผ่านมา อาม่าไม่เคยป่วยเลย วันไหนเหนื่อยๆก็เอายาหอมหมอศุภมาผสมน้ำอุ่นๆทานชื่นใจแค่นี้จริงๆ
ด้วยความไม่เชื่อว่าแกไม่มีสูตรลับ เลยบอกอาม่าว่า ขอสูตรได้มั้ย เพราะจะได้เผยแผ่กับคนอื่นเป็นกุศล….ได้ยินแบบนี้อาม่าเลยแนะนำสูตร….มะละกอตุ๋นเก๋ากี้ มาให้ครับ

สูตรลับสาว 2000 ปี
1. มะละกอสุก 1 ลูก (เลือกลูกไม่ใหญ่เกินไป พันธุ์พื้นเมืองจะดีมาก เลือกแบบที่เนื้อยังไม่และ)
2. เก๋ากี้ 1 กำมือ
3. เห็ดหูหนูขาว 2 ดอก
4. น้ำผึ้ง ตามชอบ

ล้างมะละกอให้สะอาด ปอกเปลือก คว้านเมล็ดทิ้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พักไว้ ล้างเห็ดหูหนูและเก๋ากี้ให้สะอาด แช่เห็ดในน้ำอุ่นๆให้พองตัวก่อน แล้วฉีกเป็นชิ้นๆ เล็กๆ นำทั้งหมดลงไปต้ม น้ำท่วมขึ้นมา 4 ข้อนิ้ว ต้มไฟแรงจนเดือด หรี่ไฟลงอ่อนๆ ตุ๋นต่ออีก 2 ชั่วโมง เติมน้ำผึ้งตามชอบครับ

ทานเป็นตุ๋นร้อนๆ แทนอาหารได้เลย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ทำทีละเยอะๆได้ เก็บใส่ตู้เย็น แล้วเอาออกมาอุ่นได้ครับ
อาม่าบอกสูตรนี้ช่วยบำรุงตับ หัวใจ ปอด ช่วยให้ผิวสวย เลือดลมเดินดี ช่วยให้ถ่ายดี ท้องไม่ผูกเลยครับ

Share บอกต่อๆกัน เจ้าของยินดีมอบสูตรให้ จะได้แข็งแรง ไม่ป่วย อายุยืน ฝาก สูตรให้พี่จอมจะได้เป็นสาว2000ปีจริงๆค่ะ เป็นสาว2000 ปี

ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook

Link : The 42 best free WordPress themes

Screen Shot 2558-01-12 at 01.30.22

ธีมฟรีของเวิร์ดเพรสที่น่าสนใจสำหรับทำบล๊อคและเว็บสำหรับพอร์ทโฟลิโอ 42 ตัว
http://www.creativebloq.com/web-design/free-wordpress-themes-712429

เปลือกกล้วยมีประโยชน์…อย่าทิ้ง

เป็นที่ทราบกันดีว่ากล้วยเป็นผลไม้ที่มากด้วยคุณค่าและยังมีรสชาติที่อร่อย ให้กำลังงานและคุณค่าทางอาหารสูง แต่ไม่ใช่เฉพาะแต่เนื้อกล้วยเท่านั้นที่มีประโยชน์ แต่เปลือกกล้วยก็ยังมากด้วยประโยชน์ วันนี้เรามาดูกันว่าจะนำเปลือกกล้วยมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างอย่างสั้นๆ …

peeled-banana

ใช้กำจัดหูด
นำเปลือกกล้วยมาแปะบนติ่งหูดโดยใช้เทปสำหรับแปะผ้าก๊อซพันแผล หรือจะเป็นเทปอะไรก็ได้ที่สามารถยึดเปลือกกล้วยไว้กับผิวเราได้ตลอดคืน ให้แปะก่อนนอนทิ้งไว้จนเช้าและแกะออก แปะทุกวันจนกว่าหูดจะแห้งและหลุดไปเอง

ลดอาการปวดแสบปวดร้อน
ใช้ผิวด้านในของเปลือกกล้วยถูนวดบริเวณผิวหนังที่เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน อาการจะทุเลาลงในไม่ช้า

แก้สิวอักเสบ
ใช้เปลือกกล้วยแปะหัวสิวไว้โดยให้ด้านในของเปลือกกล้วยสัมผัสกับผิวหนังเหมือนกับวิธีกำจัดหูด ทิ้งไว้จนกว่าผิวเปลือกกล้วยจะกลายเป็นสีน้ำตาลจึงเปลี่ยนจนกว่าสิวจะดีขึ้น

บรรเทาอาการจากริดสีดวงแบบภายนอก
ใช้ผิวด้านในของเปลือกกล้วยแปะไว้บริเวณที่มีอาการปวดแสบปวดร้อน ให้แปะไว้ข้ามคืน ทำทุกคืนจนกว่าอาการจะหายสนิท

กำจัดริ้วรอยรอบดวงตา
เช่นเคย ใช้ผิวด้านในของกล้วย แปะไว้รอบดวงตา สารจากเปลือกกล้วยให้คุณค่าจะทำให้ผิวรอบๆ ดวงตาชุ่มชื่นนุ่มนวลขึ้นและช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ น้อยๆ รอบๆ ดวงตา

ขอบคุณ
ภาพ : http://thefitnessfairy.com
เรื่อง : http://www.healthyfoodteam.com/after-reading-this-you-will-never-throw-away-your-banana-peel-again1/
บทความแปล สงวนสิทธิ์การเผยแพร่บทความในเชิงการค้าและการเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ และ/หรือ ไม่อ้างอิงแหล่งที่มาของบทความ
blog.etcpool.com

ปรับ เปลี่ยน… เลี่ยงออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรมกลายเป็นโรคสามัญของคนยุคใหม่ที่ทำงานไม่ใช่แค่กับคอมพิวเตอร์อย่างเดียวแล้ว แต่รวมถึงผู้ที่ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่พวกแท็ปเบลตและสมาร์ทโฟนมากๆ ด้วย มาดูวิธีที่อาจจะช่วยลดและปรับพฤติกรรมให้เรามีความเสี่ยงต่อการเป็นออฟฟิศซินโดรมให้น้อยลง

317989_327477107364826_1586489693_n

แก้ปัญหาลงโปรแกรมไม่ได้สำหรับ Macosx 10.10

ปัญหาปวดตับสำหรับบางคนที่อัพเกรดไปใช้ OSX Yosemite แบบลงใหม่ (Clean install) คือโปรแกรมบางโปรแกรมเกิดอาการติดตั้งไม่ได้ นั่งดูๆ ไปบน Google เลยเจอมา อาจจะใช้ไม่ได้ผลกับทุกโปรแกรม แต่อย่างน้อยก็ขอให้ได้ลอง และเมื่อลงโปรแกรมได้แล้วทุกครั้งอย่าลืมแก้ค่าในไฟล์คืนกันด้วยล่ะ..

ขอบคุณ http://forums.macrumors.com/showthread.php?t=1741112

Screen Shot 2558-01-03 at 22.21.05

ให้เปิด Terminal ขึ้นมา Application –> Utilities –> Terminal

แล้วพิมพ์ตาม Code ในภาพ หรือ ก๊อปปี้โค๊ดด้านล่างไปแปะ

sudo pico /System/Library/CoreServices/SystemVersion.plist

แล้วแก้ไขค่าตรง ProductUserVisibleVersion กับ ProductVersion สองบรรทัด จากเดิมเป็น 10.10.x ให้เป็นเวอร์ชั่นที่ต่ำลงมาเช่น 10.9 10.8 10.7 ทั้งสองบรรทัด –> กด Ctr+o เพื่อเซฟไฟล์ กดเอ็นเทอร์ แล้วกด Ctrl+x เพื่อออกจากโปรแกรม

Screen Shot 2558-01-03 at 22.23.31

ให้ลองลงโปรแกรมดู เมื่อลงโปรแกรมสำเร็จแล้วอย่าลืมทำตามขั้นตอนเดิม แก้ค่าเวอร์ชั่นโปรแกรมกลับเป็นค่าเดิม.

สงวนสิทธิ์การเผยแพร่บทความในเชิงการค้าและการเผยแพร่โดยไม่อ้างอิงแหล่งที่มาของบทความ
blog.etcpool.com