ผักเป็ด : ผักสามัญที่ไม่ไร้ความสำคัญ

“ผักเป็ด เป็นต้นโตกว่าผักเบี้ย มันขึ้นที่บก เขาเก็บมากินบ้าง เก็บมาทำยาบ้าง”

PED01

แต่ในหนังสือประมวลสรรพคุณยาไทยของสมาคมโรงเรียนแพทย์และโบราณสำนักราชกุมาร (วัดโพธิ์) บรรยายว่า “ผักเป็ดเกิดตามที่ลุ่มต่ำแฉะทั่วๆ ไป” ในประเทศไทย ผักเป็ด พบขึ้นอยู่ตามที่ราบลุ่มทั่วไป พบมากในเขตภาคกลาง อาจถือได้ว่าเป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง เพราะแข็งแรงทนทานและขยายพันธุ์ได้เองอย่างกว้างขวาง ทั้งบนบกและในน้ำตื้นๆ หากมีมากก็อาจเกาะกันเป็นกอสวะลอยน้ำได้เช่นเดียวกับผักตบหรือผักบุ้ง ซึ่งเป็นเพราะคุณสมบัติบางประการของผักเป็ด เช่น อยู่บนบกก็ได้ อยู่ในน้ำก็ได้ หรือนำมาใช้เป็นอาหารก็ได้ เป็นยาก็ได้นี่เอง ที่ทำให้คนไทยตั้งชื่อพืชชนิดนี้ว่า ผักเป็ด เนื่องจากผักเป็ดพบขึ้นได้เองอยู่ทั่วไป และไม่มีคุณสมบัติด้านใดโดดเด่นเป็นพิเศษ จึงยังไม่มีผู้นำมาปลูกจำหน่ายเป็นผักเศรษฐกิจในประเทศไทยจากอดีตมาถึงปัจจุบัน

ผักเป็ดในฐานะผัก

คนไทยเรียกชื่อพืชชนิดนี้ว่า “ผักเป็ด” แสดงว่านำมาใช้เป็นผัก หรือกินเป็นอาหารได้ และกินกันมา แต่อดีตแล้ว เช่นชาวไทยที่อาศัยอยู่ ในชนบทที่มีผักเป็ดขึ้นอยู่ ต่างรู้จักผักเป็ดและวิธีปรุงอาหารจากผักเป็ด เป็นอย่างดี ซึ่งนำมาใช้เป็นผักสดสำหรับจิ้มน้ำพริกปลาร้า ฯลฯ หรือถ้าให้พิเศษอีกหน่อยก็นำไปชุบแป้งทอดให้สุกก่อนนำมาจิ้มน้ำพริก ผักเป็ดที่นำมาใช้เป็นผักกินนั้น นิยมเก็บมาจากที่ลุ่มแฉะหรือน้ำขังจะได้ผักเป็ดที่มียอดโตอวบ อ่อนนุ่ม และค่อนข้างยาว ตำรับปรุงผักเป็ดที่นิยมในชนบทภาคกลาง ก็คือ ชุบแป้งทอดให้เป็นแผ่น อาจจะมีกุ้งฝอยผสมลงไปด้วยก็ได้เหมือนกัน

ประโยชน์ด้านอื่นๆ ของผักเป็ด

คนไทยรู้จักนำผักเป็ดมาใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ดังปรากฏอยู่ในตำราแพทย์แผนโบราณฉบับต่างๆ ในหนังสือประมวลสรรพคุณยาไทย บรรยายประโยชน์ทางยาของผักเป็ดว่า

“ใช้ทั้งต้นทั้งราก เป็นยาดับพิษโลหิต ฟอกโลหิตประจำเดือน แก้ประจำเดือนขัดข้อง และบำรุงโลหิตด้วย โดยมากมักทำยาดองเปรี้ยวเค็ม เป็นยาระบายอ่อนๆ ทั้งฟอกและบำรุงโลหิตสตรี”

จากตำราเล่มนี้จะเห็นว่าไม่ได้ แยกผักเป็ดเป็นชนิดขาวหรือแดง คงจะให้ใช้ได้ทั้ง ๒ สี แต่ในตำราบางเล่มเจาะจงให้ใช้เฉพาะผักเป็ดแดงเท่านั้น เช่น ตำราเวชเภสัชกรรมแผนโบราณ บรรยายสรรพคุณของผักเป็ดเฉพาะผักเป็ดแดง ว่า

“ผักเป็ดแดง : รสขื่นเอียน สรรพคุณ บำรุงโลหิต ดับพิษโลหิต”

ส่วนตำราสรรพคุณสมุนไพร สาขาเภสัชกรรมแพทย์แผนโบราณ ก็บรรยายเฉพาะสรรพคุณของผักเป็ดแดงไว้เท่านั้น คือ

“ผักเป็ดแดง ต้น : รสเย็น ดับพิษโลหิต ระบายอ่อนๆ ฟอกและบำรุงโลหิต แก้ระดูพิการเป็นลิ่ม เป็นก้อนดำเหม็น ปวดเมื่อยบั้นเอวและท้องน้อย”

ในประเทศศรีลังกา ใช้ต้นต้มเป็นยาแก้ไข้ และเป็นอาหารบำรุงของแม่ลูกอ่อน

ผักเป็ดใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ดี เช่น หมู เป็ด ไก่ กระต่าย ฯลฯ หรือผสมเป็นอาหารปลา เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูงและย่อยง่าย ผักเป็ดใช้เป็นพืชน้ำประดับ ตู้ปลาได้ เพราะสามารถออกรากในน้ำ เมื่อผู้เขียนเป็นเด็กเคยเลี้ยงปลากัดในขวด จำได้ว่าใส่ผักเป็ดในขวดปลากัด เพื่อให้ปลาได้อาศัยพักผ่อนและปรับสภาพให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติด้วย สำหรับผักเป็ดแดงนั้น ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี เพราะสีสวย ปลูกง่าย ทนทาน โตเร็ว สามารถปลูกได้ทั่วไป หวังว่าเรื่องราวที่นำเสนอในตอนนี้ นอกจากเป็นการแนะนำให้ผู้อ่านบางท่านได้รู้จักผักเป็ดแล้ว ยังอาจทำให้ผู้อ่านอีกหลายท่านใช้ประโยชน์จากผักสามัญชนิดนี้มากขึ้นด้วย

http://www.doctor.or.th/article/detail/2379