Monthly Archives: September 2012

ล้างพิษในหนึ่งวันที่คุณทำเองได้

คงจะรู้กันมาบ้างแล้วว่าการล้างสารพิษที่หมักหมมในตัวออกไป จะทำให้ร่างกายแข็งแรง เลือดลมเดินสะดวก

หัวใจสำคัญในการล้างพิษใน 1 วัน คือ จะต้องกินให้ได้แคลอรี่น้อยกว่า 800 กิโลกรัม เพื่อให้ระบบย่อยและตับได้พัก ต่อจากนั้นตับจะขับสารพิษออกมาได้และอาหารที่คุณจะทานในวันนั้นจะต้องไม่มีเนื้อสัตว์เข้ามาปะปนเด็ดขาด เข้าใจกันดีแล้วต่อไปเรามาเข้าสู่กระบวนการล้างสารพิษกันเลยดีกว่า

1. เลือกผลไม้ที่คุณชอบมา 1 อย่าง เช่น มะละกอ ฝรั่ง แคนตาลูป แอปเปิ้ล ส้มโอ ชมพู่ มะม่วง ฯลฯ ยกเว้นอยู่ 2 อย่าง คือ ทุเรียนและสับปะรด เพราะทุเรียนมีแคลอรีสูงเกินไปและย่อยยาก ทานแล้วจะเป็นภาระกับระบบย่อย ส่วน สับปะรดนั้นมีกรดสูงมาก ถ้ากินทั้งวันท้องก็จะอืดได้

2. ทานแต่ผลไม้ชนิดเดียวตลอดทั้งวัน โดยอาจจะปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ เช่น ถ้าเลือกมะละกอก็อาจจะทานเป็นเนื้อมะละกอสุก หรือส้มตำ (มะละกอดิบ) ที่ใส่แต่มะละกอกับน้ำปลามะนาวเท่านั้น ไม่ใส่เครื่องประกอบอย่างอื่นเด็ดขาด

3. พอมาถึงมื้อกลางวันก็ทานมะละกออีก แต่อาจจะเป็นน้ำมะละกอปั่นใส่น้ำตาลน้อยที่สุด หรือน้ำมะละกอคั้นสดก็ได้

4. มื้อเย็นก็ยังต้องทานมะละกออีกครั้งเป็นมื้อสุดท้ายของวัน โดยอาจจะบีบมะนาวลงไปด้วยนิดหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติให้ไม่เลี่ยนเกินไป

5. วันรุ่งขึ้นก่อนที่จะเริ่มมื้อเช้า คุณจะต้องดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นประมาณ 2 ขวดก่อน เพราะเมื่อเราล้างสารพิษ ตับจะขับสารพิษให้มารวมกันอยู่ที่ลำไส้เล็กส่วนต้น จึงต้องดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาวเข้าไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว เพื่อให้สารพิษถูกดันออกมากับอุจจาระ หลังจากที่ดื่มน้ำอุ่นแล้วคุณจะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำทันที แต่ถ้าไม่มีการดื่มน้ำกระตุ้นและไปทานอาหารเช้า สารพิษก็จะถูกดูดกลับเข้าไปในกระแสเลือดเหมือนเดิม ทำให้การอดอาหารล้างพิษของเราต้องเสียเปล่าไป

วิธีเตรียมน้ำอุ่นผสมมะนาว อุปกรณ์

1. ขวดน้ำขนาด 1 ลิตร 2 ขวด

2. มะนาว 4 ลูก

3. เกลือป่น 2 ช้อนชา แต่ห้ามใช้เกลือไอโอดีน

วิธีทำ

1. ใส่น้ำดื่มให้เต็มขวดจากนั้นบีบมะนาวใส่ลงไปขวดละ 2 ลูก และเกลือ 1 ช้อนชา เขย่าให้เข้ากัน

2. มะนาวจะไปกระตุ้นให้ลำไส้ทำงาน ส่วนเกลือก็จะช่วยอุ้มน้ำไว้ ไม่ให้ถูกร่างกายดูดซึมไปหมด น้ำจะได้เหลือไปจนถึงทวารหนักเพื่อขับอุจจาระ

3. หลังจากดื่มน้ำมะนาวประมาณ 10-20 นาที คุณจะรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ นั่น  คือ อาการปกติ หลังจากถ่ายท้องเรียบร้อยแล้วก็เริ่มทานอาหารได้ กระบวนการล้างพิษจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นถ้าหากทำเป็นประจำสัก 2 อาทิตย์ ต่อหนึ่งครั้ง

 

เครดิต postjung

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=322361354526350&set=a.308577715904714.67361.119233754839112&type=1&theater

 

Install Samsung Kies (ซัมซุง ขี้ส์) ใน Macosx 10.8

จนถึง ณ ตอนนี้ (วันที่เขียนนี้) คียส์ของซัมซุงเขียนแพ็คเกจสำหรับลงเครื่องแมคได้ตั้งแต่เวอร์ชั่น 10.5-10.7 เท่านั้น ถ้าคุณโหลดไฟล์ .dmg เพียวๆ มาจากซัมซุงโดยตรงมันจะฟ้องว่าไม่สามารถลงใน 10.8 ได้และไม่ยอมลงให้

ก็เลยลองหาวิธีดู เจออันนี้ ง่ายนิดเดียว 😉

– ดาวน์โหลดไฟล์จากซัมซุงมาตามปกติ Kies for Mac

– ได้แล้วให้ดับเบิ้ลคลิกไฟล์ dmg เปิดดูไฟล์ข้างใน คลิกขวาที่ไฟล์ .pkg เลือกเปิดด้วย The Unarchiver (ต้องลงโปรแกรมก่อน) เลือกแตกไฟล์ไปไว้ที่ไหนก็ได้ หน้าเดสก์ท็อปก็ได้

– จะได้โฟลเดอร์ชื่อขึ้นต้นด้วย “kies” เข้าไปดูไฟล์ในโฟลเดอร์นั้น เจอไฟล์ .pkg คลิกขวาเลือก Show Package Content

– เจอไฟล์ Payload ให้ดับเบิ้ลคลิก 1 ครั้งจะได้ Payload2 แล้วมันจะ extract ตัวเองต่อมาสุดท้ายจะได้โฟลเดอร์ชื่อ Payload 2 2 เข้าไปใน Application ลาก Kies ไปใส่ใน /Applications ของระบบของเราได้เลย เป็นอันเสร็จ

ขอบคุณวิธีทำจาก

 

ตั้งฉ่าย

เก็บๆ มาไว้เป็นการส่วนตัว เพราะซื้อกระปุกตั้งฉ่ายแบบโบราณมาเก็บไว้จนจมน้ำท่วมไปรอบนึงแล้วน่าจะกลังจะจมอีกรอบนึงแล้ว ก็ยังไม่ได้ทำ เอาน่า.. ยังไงก็ขอเริ่มรวบรวมข้อมูลไว้ก่อน ใกล้เป็นจริงแล้ว ค่อยๆ เก็บมารวมๆ กันหลายๆ สูตร

Continue reading

อดใจไม่ไหวจริงๆ ต้องขอเอามาแชร์ ไอเดียตกแต่งคอนโดหรืออพาร์ทเม้นท์ขนาดเล็ก (สำหรับคนโสด?)

อดใจไม่ไหวจริงๆ ไม่ขอบรรยายอะไร ให้ภาพเป็นตัวบอกเล่าตัวมันเอง

ขอบคุณเว็บบ้านไอเดีย

[nggallery id=2]

 

รับมือโรคหอบหืดด้วยพริกหยวก

โรคหอบหืดเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจที่จะมีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงฤดูหนาวที่มีอากาศเย็น ซึ่งทำให้เชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำคอ โพรงจมูก และระบบทางเดินหายใจ สามารถรุกล้ำเข้าสู่หลอดลมและลงปอดได้ง่าย และทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น แต่อาการเหล่านี้สามารถรับมือได้ด้วยการทานพริกหยวก 

พริกหยวกเป็นพืชประจำฤดูหนาวชนิดหนึ่ง ในพริกหยวกนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยในการต่อต้าน อนุมูลอิสระ อันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหอบหืด โดยวิตามินซีในพริกหยวกจะเข้าไปทำหน้าที่ จับตัวอนุมูลอิสระเหล่านั้นเพื่อให้มีค่าเป็นกลาง และทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานได้ดีขึ้น

ที่มา : นิตยสารแม่บ้าน, เฟซบุ๊คเพจ “สาระแห่งสุขภาพ” 

ครีมกันแดดแบบไหนดี?

ป้าแตงคะ แดดร้อนเหลือทนเลยค่ะ จะปั่นจักรยานกลางแดดก็เป็นห่วงความงาม มีครีมกันแดดดีๆ แนะนำไหมคะ Yellow Submarine (ทางอีเมล)

 Yellow Submarine จ๋า แดดร้อนแรงจริงอะไรจริง ร้อนผ่าวเหลือทนจนคนเดินถนนและสาวนักปั่นหลายคนแอบหวั่นไหว เพราะหน้าตา ต้นคอ หัวไหล่ ใบหู และแขนสองข้างถูกแดดแผดเผาเอาจนไหม้เกรียม

 สาวๆ ไม่น้อยที่กลัวแก่ กลัวมีรอยเหี่ยวย่น และกลัวเป็นมะเร็งเพราะแสงแดดของศตวรรษที่ 21 ครีมกันแดดจึงถูกโหมประโคมให้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของสาวไทย ในฐานะอุปกรณ์สู้แดดอย่างเป็นทางการมาสัก 3-4 ทศวรรษได้ และยิ่งเข้มข้นขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ที่โลกร้อนขึ้นอย่างรู้สึกได้ ด้วยความเชื่อที่ว่าครีมกันแดดช่วยป้องกันไม่ให้แสงแดดทำอันตรายต่อผิวหนัง และที่สำคัญคือไม่ทำให้ดำ!เราอาจแบ่งครีมกันแดดออกเป็น 2 แบบ คือ ครีมกันแดดแบบเคมี (chemical sunscreen) ซึ่งเป็นสินค้าส่วนใหญ่ที่ขายอยู่ในท้องตลาดเมืองไทย กับครีมกันแดดแบบกายภาพ (physical sunscreen)

ครีมกันแดดแบบเคมี หรือที่เรียกกันว่า “ครีมกันแดดแบบดั้งเดิม” ทำงานด้วยการดูดซับแสง UVA และ UVB ไว้ ไม่ให้ทะลุถึงชั้นผิวหนัง แต่ครีมประเภทนี้มีสารเคมีและวัตถุกันเสียหลายอย่างที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ตั้งแต่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ผื่นแพ้ รบกวนฮอร์โมนในร่างกาย เป็นพิษต่อตับ มีผลต่อระบบประสาท บางชนิดแตกตัวเมื่อถูกแสงอาทิตย์และอาจก่อให้เกิดมะเร็ง ไปจนถึงทำให้เกิดความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ด้วย

 ผู้บริโภคจึงมักหันมาใช้ครีมกันแดดแบบกายภาพ ซึ่งมีส่วนประกอบเช่น Zinc oxide กับ Titanium dioxide ที่ทำงานเหมือนตัวสะท้อนแสงออกไปจากผิว เมื่อทาครีมกันแดดชนิดนี้ ผิวเราจึงดูขาวเวอร์ๆ ทำให้หลายคนถอดใจไม่ค่อยอยากใช้

Continue reading