Monthly Archives: April 2011

อัพไฟล์ ใหญ่ยาว (ขึ้น) Youtube

อัพไฟล์ขนาดใหญ่ขึ้นยูทูป (ใหญ่ขึ้น)

ปกติถ้าสมัครยูทูปดื้อๆ เลย ยูทูปจะลิมิทขนาดไฟล์ที่เราอัพขึ้นเว็บได้ ให้ไว้ที่ความยาวแค่ 10 นาทีแต่ตอนนี้เราสามารถเพิ่มขนาดและความยาวของไฟล์ที่จะอัพได้แล้ว

 

login เข้า youtube account ของคุณแล้วไปที่หน้า My Channel

 

 

ไปที่ Settings — เลือก Channel Type เป็น Director แล้ว Save Changes

 

 

ใหญ่แล้ว 😉

 

 

http://www.google.com/support/youtube/bin/answer.py?hl=en&answer=58380

สร้าง Torbutton ใน Google Chrome

หลายๆ คนที่ใช้ Firefox คงคุ้นเคยกับการใช้ปลั๊กอิน Torbutton เพื่อให้คุณใช้งาน Tor ง่ายขึ้นแต่สำหรับ Chrome Browser รอแล้วรอเล่าโครมห์ก็ยังไม่ออกปลั๊กอินสำหรับ Tor เหมือน Torbutton ใน Firefox มาให้ใช้กันซะที.. ก็เลยมีคนเค้าประยุกต์ทำให้ใช้กันแล้วเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของแฟน ๆ กูเกิ้ลโครมห์

– ติดตั้งปลั๊กอินของโครมห์ชื่อ Proxy Switchy!

Continue reading

เว็บ : สวนสวยช่วยประหยัดพลังงาน

สวนสวยช่วยประหยัดพลังงาน

จากกระทรวงพลังงาน

เว็บจากหน่วยงานราชการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจ

 

http://www.eppo.go.th/encon/suan/001.htm

108 วิธีประหยัดพลังงาน

108 วิธีประหยัดพลังงาน อีกหนทางช่วยชาติ
ของคนไทย

บทนำ

ภาวะเศรษฐกิจของประเทศยังคงอยู่ในขั้นวิกฤติ
เราเป็นหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ
เกือบสองหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ประชาชนคนไทยทั้งหลาย
ต่างก็มีความห่วงใยในประเทศชาติ มีความรักชาติที่เข้มข้น และ
อยากที่จะช่วยชาติ ซึ่งนับว่าเป็นความสามัคคีที่ต้องจารึกไว้ใน
ประวัติศาสตร์ เพราะจะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ในยามคับขันคนไทยพร้อมจะ
ช่วยชาติ บ้างก็นำเงินดอลล่าร์มาบริจาค บ้างก็สละเงินทอง
ทรัพย์สินส่วนตัว เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้หนี้ แต่ยังมีอีกวิธีที่ทุกๆ
คนสามารถช่วยชาติได้เช่นกัน นั่นก็คือ การลดการใช้พลังงานอย่าง
ฉับพลันทันที ไม่ว่าจะเป็นการลดใช้น้ำมันลง ลดใช้ไฟฟ้าลง หรือ
ลดใช้น้ำลง

ปัจจุบัน เราต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศถึง
ปีละเกือบสามแสนล้านบาท มากถึงหนึ่งในสามของหนี้ที่เรามีอยู่
พลังงานที่เราใช้มากมายขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้
พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ใช้มากเกินความจำเป็น ขาดความ
เอาใจใส่ รอบคอบ ไม่ได้คิดก่อนใช้ ทำให้เกิดการรั่วไหล สูญเปล่า
ไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จริงๆ แล้ว หากเรารอบคอบกันสักนิด
คิดก่อนใช้ เราจะประหยัดพลังงานลงได้อีกอย่างน้อยก็ร้อยละ 10
นั่นหมายถึง การประหยัดเงินที่ต้องใช้จ่ายออกไปนอกประเทศ
เกือบสามหมื่นล้านบาททีเดียว

108 วิธีประหยัดพลังงานที่ท่านอ่านอยู่นี้ จัดทำขึ้น
เพื่อใช้เป็นคู่มือ ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนไทยได้เข้าใจถึงการใช้
พลังงานอย่างถูกต้อง ไม่เกิดการสูญเสีย ไม่ใช้มากเกินความจำเป็น
การลดการใช้พลังงานของพวกเราทุกคน ย่อมหมายถึง
การมีส่วนได้ช่วยชาติ โดยที่เราแทบไม่ต้องออกแรง หรือ
ทรัพย์สินเงินทองอื่นใด เพียงความใส่ใจและความตั้งใจจริง
ที่จะลดการใช้พลังงานส่วนเกินให้หมดไปเท่านั้น

ปี 2541 ถึง ปี 2542 เป็นช่วงเวลาที่สำนักงานคณะกรรมการ
นโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้จัดให้เป็นช่วงเวลาของการรณรงค์
ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์พลังงาน ภายใต้โครงการรวมพลัง หาร 2
โดยใช้แนวความคิดของการประหยัด 1 คัน 1 ดวง และ 1 แก้ว
ซึ่งมีรายละเอียดของแนวความคิดดังที่จะได้กล่าวต่อไป

car1 คัน

ปลายปี 2540 ประเทศไทย มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่ทั้งหมด 2.1 ล้านคัน
รถยนต์แต่ละคัน ใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 100 บาท
ถ้ารถทุกคันงดการใช้รถยนต์เหล่านี้สัปดาห์ละ 1 วัน จะสามารถประหยัดค่าน้ำมันได้
= 2.1 ล้านคัน x 100 บาท
= 210 ล้านบาท/สัปดาห์
= ประหยัดเงิน 10,920 ล้านบาท/ปี (210 ล้านบาท x 52 สัปดาห์)

blub1 ดวง

ประเทศไทยมีครัวเรือนรวมประมาณ 12 ล้านครัวเรือน
หากแต่ละครอบครัวช่วยกันปิดไฟ 1 ดวง (หลอดไส้ 60 วัตต์) เป็นเวลา 1 วัน
เราจะประหยัดไฟได้ 4 ล้าน กิโลวัตต์-ชั่วโมง/วัน=(60 วัตต์ x 6 ชม* x 12 ล้านครัวเรือน)
ค่าผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า 1 หน่วย (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) คือ 2.2 บาท
(รวมค่าพลังงานที่ใช้ และการก่อสร้างโรงไฟฟ้า)
การประหยัดไฟ 4 ล้านหน่วย/วัน จึงคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 8.8 ล้านบาท/วัน
หรือ 3,212 ล้านบาทต่อปี=(8.8 ล้านบาท x วัน)
* ครอบครัวหนึ่งเปิดหลอดไส้ ประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวัน

glass 1 แก้ว

การลดการใช้น้ำคนละ 1 แก้ว/วัน ประเทศไทยจะสามารถประหยัดน้ำได้ 30,000 ตัน/วัน
= (0.5 ลิตร x 60 ล้านคน) หรือเท่ากับน้ำ 11,000 ล้านลิตร/ปี
เนื่องจากต้นทุนการผลิตน้ำประปาคือ 8.60* บาท/ลูกบาศก์เมตร
(หรือ 8.60 บาท/1,000 ลิตร)
การลดการใช้น้ำ 1 แก้วทุกวัน จะประหยัดเงินได้ 94.6 ล้านบาท/ปี
= (11 ล้านตัน x 8.6 บาท/หน่วย)
* ข้อมูลจาก กองเผยแพร่ การประปานครหลวง

Continue reading

การเลี้ยงป้านชา

เวลาเราซื้อป้านชา (กาชงชาดินเผา) มาใหม่ๆ กาใหม่จะยังไม่ได้รับและดูดซับกลิ่นสีของชาไว้ อาจทำให้บางครั้งไปดูดกลิ่น และสีของชาที่เราชงดื่มให้ไม่ได้รสชาติตามอารมณ์ของเรา

มีวิธีเลี้ยงป้านง่ายๆ ที่ได้ไปคุยมากับคนขายชาตามงานโอทอปและคนขายป้านแถวสวนจตุจักรและคนขายชาตามห้างต่างๆ เวลาไปซื้อ มาบ้างว่า


ให้เอาป้านชาใหม่มาล้างด้วยน้ำเปล่าปกติ จะขัดถูให้สะอาดอย่างไรก็สุดแท้แต่ แต่ที่สำคัญคือ อย่าได้ใช้ของแข็งเกินควร หรือสารเคมีใดๆ มาถูกต้องป้านชา ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการล้างระหว่างชง ล้างครั้งแรก หรือล้างเพื่อทำความสะอาดและเลี้ยงป้านก็ตาม ให้ใช้น้ำเปล่า และน้ำเดือดลวกกาเท่านั้น การใช้สารเคมี น้ำยาล้างจาน หรือสารขัดฟอกที่มีกลิ่นใดๆ ก็ตามไปทำความสะอาดป้านชา ตัวป้านจะดูดซับกลิ่นและสารนั้นไว้ เพราะเนื้อป้านชาดินเผาทำมาจากดินเผา ซี่งลักษณะเนื้อมีรูพรุนจำนวนมากภายใน จีงง่ายต่อการดูดซับสารและกลิ่นต่างที่สัมผัส เอาไว้ในเนื้อป้าน ทำให้เมื่อนำไปชงชาแล้วชาเสียรสและกลิ่น และอาจมีสารตกค้างได้

เมื่อล้างน้ำด้วยน้ำเปล่าสะอาดเพื่อขจัดคราบสกปรกเสร็จแล้ว ให้น้ำป้านลงต้มน้ำเดือด นานประมาณ 45 นาที การต้ม 45 นาทีจะเป็นการไล่อากาศ ออกจากเนื้อปานชาเพื่อให้น้ำชาที่เราจะต้มต่อจากนี้แทรกซึมเข้าสู่เนื้อป้าน ได้อย่างทั่วถึง จากนั้นปิดไฟ นำใบชา จะเป็นใบชาที่ชงแล้ว หรือใบชาใหม่ก็ได้ถ้าไม่เสียดาย ลงชงในน้ำพอให้น้ำเป็นสีชาเหมือนกับน้ำชาที่เราชงดื่ม จากนั้นยกใบชาขี้น แล้วแช่ป้านไว้ในน้ำชานั้น ข้ามคืน เสร็จแล้วนำมาล้างใช้งานได้ตามปกติ

วิธีนี้สามารถทำได้เป็นประจำเป็นระยะ ถ้ามีเวลาว่าง หรือเมื่อคุณลืมใบชาไว้ในป้านจนเป็นเชื้อรา ถือเป็นการทำความสะอาด และฆ่าเชื้อป้านชาเป็นระยะๆ ไปในตัว แต่ทำให้ป้านเสียรส และกลิ่น

อนึ่ง ถ้าคุณไม่ใส่ใจกับรสและกลิ่นของชา มากขนาดนั้น การชงชาแต่ละครั้งก็ถือเป็นการเลี้ยงป้านไปในตัวอยู่แล้ว เมื่อได้ป้านชามาครั้งแล้วก็เพียงทำความสะอาดทั่วไป แล้วต้มหรือลวกซักหนึ่งครั้ง ก็นำไปใช้ชงได้ตามปกติแล้ว

ทั้งนี้ บางสูตรก็ว่าให้แช่ป้านไว้ในน้ำชาอย่างดีได้ถึง 2-3 วัน แต่จากเท่าที่ลองทำดูเองแล้ว ส่วนใหญ่น้ำชาจะเน่าซะก่อน จึงแนะนำให้แช่น้ำใบชาเก่าข้ามคืนแล้วทำบ่อยๆ จะดีกว่า

Updated 19-4-2554

* ทุกวันนี้กำลังทดลองวิธีเพิ่มการเลี้ยงป้านกับการใช้งานแบบประจำวันโดยที่ไม่ต้องต้มแช่แบบนานเป็นวันๆ เพราะบางทีถ้าเรามีป้านใบเดียว มันจะไม่มีไว้ชงชาเอา..

ลองทำดูได้คือเราก็ชงชาตามปกติตามที่เราต้องการ จนหมดรอบสุดท้ายของวัน หลังจากชงชาดื่มจนจืดแล้ว ให้ชงน้ำร้อนน้ำสุดท้ายแต่ไม่ต้องเททิ้ง ปิดฝาป้านทิ้งไว้อย่างนั้นข้ามคืน หรือข้ามคืน-ข้ามวัน (แต่ไม่ควรจะเกิน 2 วัน ถ้าลืมหรือไม่สะดวก) จากนั้นก็เอามาล้างน้ำเปล่าปกติเก็บกากชาทำประโยชน์อื่นๆ (เอาใส่ตู้เย็นดับกลิ่นดีมาก) แล้วลวกน้ำร้อนซัก 1 น้ำ แล้วตากให้แห้งก่อนเก็บ หรือจะลวกน้ำร้อนแล้วใช้ชงชาต่อตามปกติก็ได้

ป.ล. แต่ถึงจะเลี้ยงป้านวิธีนี้แล้ว นานๆ ทีก็ยังควรจะเอาป้านมาต้มแช่บ้างเป็นครั้งคราว เพื่อทำความสะอาดโดยรวมและฆ่าเชื้อโรค เพื่อความปลอดภัย..

etcpool.com

 

Firefox 4 ใช้ Torbutton ได้แล้วนะ

ตอนแรกที่ไฟร์ฟ๊อกซ์ 4 ออกมา รู้สึกว่าปลั๊กอิน torbutton จะอัพเดตตามไม่ทัน แต่ตอนนี้ เค้าเร่งเขียนตัวอัลฟ่า มาให้ทดลองโหลดใช้แล้ว

http://support.mozilla.com/en-US/questions/796375#answer-151028

https://www.torproject.org/torbutton/

อาจยังมีบั๊ก หรือปัญหาอยู่ แต่เท่าที่ใช้ก็ปกติดีไม่มีปัญหาอะไร…

สรุปคำบรรยายจากแพทย์แผนจีน

“เมื่อชีวิตสุขสบาย ต้องไม่ไป (ตาย) ก่อน 99”

ทุกคนอยากมีชีวิตสุขสบายไร้โรคา ท่านทั้งหลายมาฟังการบรรยายก็มีจุดประสงค์อย่างเดียวกัน ผมขอถามว่า อายุขัยของคนเราสูงสุดคือเท่าไร บางคนบอกว่าสูงสุด 150 ปี  ต่ำสุด 120 ปี ซึ่งไม่ถูก มนุษย์เรามีระยะเจริญเติบโต 20-25 ปี อายุขัยเป็น 5-7 เท่าของระยะเจริญเติบโต คือต่ำสุด 100 ปี สูงสุด 175 ปี การจะอยู่ถึงร้อยปีไม่ใช่ฝันอีกแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากอยู่ถึงขนาดนั้นหรือไม่

จะอยู่ร้อยปีก่อนอื่นต้องมีสุขภาพดี แล้วสุขภาพดีมาจากไหน?  มาจากพื้นฐาน4 ประการในชีวิตประจำวัน

ประการแรก คือภาวะจิตที่สงบสุข

ประการที่สอง คือรับโภชนาการที่สมดุล

ประการที่สามคือออกกำลังกายพอเหมาะ

ประการที่สี่คือนอนหลับเพียงพอ โดยปรกติแล้ว ประการที่สี่ชักจูงให้งดบุหรี่และเหล้า ผมขอแก้เป็นนอนหลับเพียงพอ ดั่งที่โบราณท่านว่า “อดนอนทุกวัน ชีวิตสั้นไป 10ปี”

พื้นฐานสุขภาพ 4 ประการ ต้องเรียงตามลำดับ สมัยนี้มีบทความมากมายเขียนถึงเรื่องนี้  แต่ถ้าไม่พูดถึงภาวะจิตใจเป็นประการแรก แสดงว่าผู้เขียนไม่ใช่มืออาชีพ ไม่ต้องอ่านต่อแล้ว เพราะแพทย์แผนจีนจัดภาวะจิตใจเป็นอันดับหนึ่งในการบำรุงสุขภาพ  กล่าวคือ ภาวะจิตเป็นตัวกำหนดพฤติกรรม และผลพวงต่างๆ เกิดจากพฤติกรรม

มองในแง่สรีระ คนเราอยู่ได้โดยอาศัยอวัยวะทั้ง 5 คือ ตับ หัวใจ ม้าม ปอด และไต ยกตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลออกใบมรณะบัตร มักจะระบุสาเหตุการตายว่า หัวใจวาย ตับวาย ไตวาย เป็นต้น

ถ้าผู้ป่วยตายด้วยเส้นเลือดหัวใจอุดตัน แสดงว่าเลือดเข้มข้นสกปรก แต่เลือดฟอกมาจากตับ แสดงว่าตับหมดสมรรถภาพในการฟอกพิษหรือกลั่นกรองเลือดให้บริสุทธ ิ์   ไหลเวียนไม่คล่องตัว ทำให้อุดตันในเส้นเลือด ผู้ป่วยโรคหัวใจจำนวนมาก ก่อนหัวใจวายมักจะบันดาลโทสะซึ่งเป็นสาเหตุทำลายการทำงานของตับด้วย เพราะฉะนั้น โปรดจำไว้ว่า อย่าโมโหโทโสซึ่งไม่ช่วยแก้ไขปัญหาใดๆ เลย นอกจากทำลายร่างกายท่านั้น ขอฝากคำขวัญให้ทุกท่าน “หัวเราะสามเวลา ห่างไกลโรคและยา หัวเราะสามเวลา หมอต้องผูกคอลา”

ทีนี้มาพูดเรื่องโภชนาการ อักษรจีนต้องเขียนตามลำดับก่อนหลัง ภาษาก็เช่นเดียวกัน เราพูดวา “ดุลยภาพแห่งโภชนาการ”หมายความว่า ดุลยภาพต้องมาก่อน โภชนาการจึงตามหลังมา WHO เตือนเราว่า คนเราเกิดโรคมาจากสาเหตุ (1) รูปแบบการดำรงชีวิตไม่เหมาะสม (2) กินอาหารไม่สมดุล หมายรวมถึงมากเกินและขาดแคลนนั่นคือ ไขมันมากเกิน แต่แร่ธาตุและวิตามินขาดแคลน สรุปคือ ไม่รู้จักกิน ทำให้เกิดโรค

อยากจะถามว่า เรากินอาหารเพื่ออะไร? คำตอบคือ

(1) เพื่อดำรงชีพ

(2) เพื่อป้องกันโรค

(3) เพื่อรักษาโรค บรรดาโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เกิดจากการกินทั้งนั้น ในเมื่อกินแล้วทำให้เกิดโรคได้ ก็ต้องกินแล้วรักษาโรคได้เช่นกัน

แพทย์แผนจีนเป็นมรดกตกทอด 5 พันปี ให้คนรุ่นหลังใช้รักษาโรค 5 ขั้นตอน

ขั้นตอน 1 รักษาด้วยอาหาร หมอจะให้สูตรอาหารแก่คนไข้เป็นเวลาหลายเดือน ถ้าไม่ได้ผล ก็จะใช้

ขั้นตอน 2 กวาดทราย ดูดด้วยสุญญากาศ บีบนวดและดึงดัน ถ้าไม่ได้ผล ก็จะใช้

ขั้นตอน 3 ฝังเข็ม ถ้าไม่ได้ผล ก็จะใช้

ขั้นตอน 4  ใช้เหล้าดอง ถ้าไม่ได้ผล ก็จะใช้

ขั้นตอน 5 ใช้ยา ปัจจุบันหมอจะให้ยาทันทีที่คนไข้มาหา เป็นยาย่อมมีพิษ คุณกินยาทั้งเดือนทั้งปี ไม่มีวันที่โรคจะหายขาด

 

Socrates บิดาแห่งแพทย์แผนปัจจุบัน เคยกล่าวเตือนว่า “จงกินอาหารให้เป็นยา อย่ากินยาเป็นอาหาร” จีนโบราณก็มีคำกล่าวว่า“ใช้อาหารรักษาโรคดีกว่ายา” แต่ทุกวันนี้มันกลับกันหมด

 

เรากินอาหารวันละ 3 มื้อ กินเพื่ออวัยวะชิ้นไหนกันแน่?

 

เราอยู่ได้เพราะอาศัยพลังงานจากอวัยวะทั้ง 5 พลังงานของอวัยวะได้มาจากการกิน แต่ทุกวันนี้เรากินตามใจและปาก ชอบอะไรก็กินมันทุกวัน อวัยวะทั้ง 5 ก็เหมือนกับคน มีรสนิยมแตกต่างกัน

  • ตับชอบกินสีเขียว
  • หัวใจชอบกินสีแดง
  • ม้ามชอบกินสีเหลือง
  • ปอดชอบกินสีขาว
  • ไตชอบกินสีดำ

คำว่าดุลยภาพหมายถึงกินหลากหลายชนิด

 

แพทย์แผนจีนใช้วิธีมอง ฟัง ดม ถาม แมะ ก็สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ ในที่นี้ก็รวมทั้งการมองดูสี ทั้ง 5 บนใบหน้านั่นเอง ตัวอย่างเช่น

  • ตับมีปัญหา สีหน้าจะออกเขียว
  • หัวใจมีปัญหา สีหน้าจะออกแดง
  • ม้ามมีปัญหา  สีหน้าจะออกเหลือง
  • คนไข้หอบหืด สีหน้าจะออกขาว
  • คนไข้ไตเสื่อม สีหน้าจะออกดำ

 

ดังที่กล่าวแล้ว

  • ·       ถั่วเขียวเหมาะสำหรับบำรุงตับ เพื่อให้ตับขับพิษออกจากร่างกาย แต่ก็ต้องกินให้ถูกวิธี คนทั่วไปมักจะต้มถั่วเขียวจนเละซึ่งไม่ถูกต้อง วิธีที่ถูกคือต้มให้น้ำเดือดประมารณ5-6 นาทีก่อนที่ถั่วจะแตกเม็ด รินเอาน้ำออกซึ่งจะได้น้ำถั่วเขียวที่มีสีเข้มข้นที่สุด ดื่มแล้วมีสรรพคุณขับพิษสูงสุด จากนั้นเอาถั่วเติมน้ำต้มต่อจนเละกินเป็นอาหาร
    • ·                               หัวใจชอบสีแดงให้กินถั่วแดง
    • ·                               ม้ามชอบสีเหลืองให้กินถั่วเหลือง
    • ·                               ปอดชอบสีขาวให้กินถั่วขาว
    • ·                               ไตชอบสีดำให้กินถั่วดำ

 

ทำไมถึงให้กินแต่ถั่ว? เพราะตำรายาจีนมีคำว่า“คนเรากินถั่วทั้ง 5 จะสมบูรณ์พูนสุข” โภชนาการแผนจีนก็เน้นว่า“กินไม่พ้นถั่ว”ขอยกตัวอย่างไม่ค่อยสุภาพ ในชนบทเขาใช้ถั่วดำเลี้ยงปศุสัตว์ ทำให้ไตแข็งแรงมีกำลังวังชา สามารถทำงานหนักเตะปี๊บดัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สุภาพสตรีควรบริโภคถั่วตลอดชีวิต เพราะนอกจากเป็นประโยชน์ต่ออวัยวะทั้ง 5 แล้ว ในถั่วยังมีสารที่กระตุ้นการทำงานของรังไข่

 

ต่อไปจะพูดถึงรสชาติ

 

  • เปรี้ยวบำรุงตับ
  • ขมบำรุงหัวใจ
  • หวานบำรุงม้าม
  • เผ็ดบำรุงปอด
  • เค็มบำรุงไต

 

หมายความว่า ต้องกินให้ครบทุกรสชาติอย่างละนิด ให้เกิดสมดุล เช่น รสเปรี้ยวบำรุงตับ กินมากตับพัง จีนเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยโรคตับมาก ในจีนเองต้องยกให้มณฑลซันซีครองแชมป์โรคตับ เพราะคนที่นั่นชอบกินน้ำส้มสายชู รสเผ็ดบำรุงปอด กินมากปอดพังเช่นกัน สถิติกระทรวงสาธารณสุขจีนปีที่แล้วระบุว่า ชาวเสฉวนและชาวหูหนันที่อพยพจากจีนใต้ไปอยู่ภาคเหนือ นำเอานิสัยชอบกินพริกติดตัวไปด้วย นานวันเข้าเป็นโรคมะเร็งในปอดตามๆ กัน ทั้งนี้เพราะเหตุว่า ภาคใต้อากาศชื้น กินเผ็ดป้องกันความชื้นได้ แต่ภาคเหนืออากาศแห้ง กินเผ็ดมากจะทำลายปอด พึงจำไว้ว่า ใครอยู่ถิ่นไหนให้กินของถิ่นนั้น ไม่ใช่ว่ากินของได้ทั่วทุกถิ่น

 

กินอาหารอย่างไรจึงจะเหมาะ?

 

ง่ายนิดเดียว มีหลักการจำดังนี้ “สีสัน หยาบ-ละเอียด ดิบ-สุก คาว-เจ”หมายความว่า กินอาหารต้องคละกันหลากสีและรสชาติ หยาบแข็งควบคู่กับละเอียดนิ่ม สุกควบคู่กับดิบ คาวควบคู่กับเจ ขอแนะนำว่า แต่นี้ไปให้กินผักดิบผลไม้สดแต่ละมื้อ ถ้าเปลือกกินได้ก็กินทั้งเปลือกจะยิ่งดี เพราะแพทย์แผนจีนถือว่า กินของดิบลดอาการร้อนใน แพทย์แผนปัจจุบันก็ถือว่า ผักผลไม้สดดิบให้วิตามินดีกว่า

 

สุดท้ายจะพูดถึงยาบำรุง

 

เราไม่ต้องเสียเงินมากมายซื้อยามาบำรุงร่างกาย ผักและผลไม้มีวิตามินสูง ถ้ากินให้ถูกวิธี ก็สามารถดูดซึมวิตามินเพียงพอต่อร่างกาย  สิ่งที่ต้องการคือแคลเซียม ผู้หญิงควรกินแคลเซียมวันละ 3000 มก. ขึ้นไป ผู้ชายกินวันละ 4000 มก. ขึ้นไป พร้อมกับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ คนทั่วไปมักเข้าใจผิด คิดว่าแคลเซียมใช้สำหรับรักษาโรคไขข้ออักเสบ ที่จริงแล้วแคลเซียมช่วยกระตุ้นให้โลหิตไหลเวียน นอกจากนั้น ยังป้องกันเส้นโลหิตแข็งตัว ดังนั้น ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ควรกินแคลเซียมให้เพียงพอ เพื่อให้เส้นโลหิตอ่อนตัว ความดันก็จะลดตาม ยาลดความดันก็ไม่ต้องกินมาก

 

ขอฝากคำขวัญให้ทุกท่าน “อยากให้ร่างกายดี กินอาหารถูกวิธี อยากให้สุขภาพเยี่ยม อย่าลืมกินแคลเซียม” อย่าลืม อาหารต้องมาก่อนยา เป็นโรคอย่าพึ่งแต่ยา พึงใช้ยาในยามวิกฤติเท่านั้น

 

ขอส่งท้ายด้วย 4 ประโยคดังนี้ “หมอที่ดีที่สุดคือตัวเรา โรงพยาบาลที่ดีที่สุดคือห้องครัว ยาที่ดีที่สุดคืออาหารมีคุณค่า การรักษาที่ดีที่สุดคือเวลา” หมายความว่า ตัวคุณเองต้องรู้จักรักษาตัวเอง ห้องครัวในบ้านคุณเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุด ยากับอาหารมีความหมายเดียวกัน กินอาหารให้ถูกต้องก็คือยาที่ดีที่สุด การรักษาต้องต่อเนื่อง ไม่ใช่ทดลองแล้วก็หยุด หรือเปรียบเสมือนใช้อวนจับปลา 3 วัน แล้วก็ตากอวนหยุดจับปลา 2วัน ต้องใช้เวลาเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดี

 

ท้ายที่สุด ผมขอแนะนำดังนี้

1.    หลังจากฟังคำบรรยายแล้ว นำไปเผยแพร่แก่ญาติมิตร เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพดี และเป็นการทบทวนในตัว

2.    เขียนข้อความ “ก่อนถึงเก้าสิบเก้า ห้ามเข้า(โลง)เด็ดขาด”ติดไว้หน้าเตียง เพื่อเตือนตัวเองกินให้ถูกวิธี

 

ก่อนลาจาก ขอให้เราทุกคนตะโกน “ยืนหยัดไม่ไป (ตาย) ก่อนอายุ 99”

 

http://www.jibcha.com/?cid=367673&f_action=forum_viewtopic&forum_id=44874&topic_id=34875