Monthly Archives: August 2009

เกาะเกร็ด 25082552

วานซืนไปพ่อท่านเกิดปวดเนื้อตัว เลยพาไปนวดที่ คนตาบอดปากเกร็ด ช.ม.ครึ่ง 120 ไม่ปรับอากาศ เป็นที่ชื่นชอบถูกจัยของท่านเป็นยิ่งนัก ข่าวว่าแอบไปใช้บริการแต่เพียงลำพังอยู่เนืองๆ

ระหว่างรอไม่รู้ทำอะไร.. ก็เลยไปเกาะเกร็ด มันเป็นวันธรรมดา เลยไม่ค่อยมีอะไรฟู่ฟ่ามากเท่าไหร่ แถมไปตอนเลิกเรียน ผู้ปกครอง และเด็ก ขึ้นเรือกันให้ขวักไขว่ (แต่ไม่ได้ถ่ายมา) เลยเดินกดไปเรื่อย แบบไร้มุมมองทางศิลปะ อย่างที่โดนคนรอบตัวว่าอยู่บ่อยๆ แถมกล้องก้อหาใช่กล้องมืออาชีพ ที่ปรับ แสง สี เสียงได้มากมาย เป็นเพียงกล้องป๋องแป๋งพกพาสะดวกเท่านั้น จะเป็นฉันใดก็ขอเชิญทัศนากันแบบม้วนเดียวเกือบจบ ไม่มีคำบรรยาย ไม่มีโฆษณาให้รำคาญใจ ไม่ใช้สลิงค์ ไม่มีตัวแสดงแทน

DSCF2589-2

เจดีย์ริมน้ำ ตามป้ายว่าตั้งแต่อยุธยาตอนปลาย

DSCF2590-1

Continue reading

นาฬิกา เคาะๆ…???

georgiosmaridakis

นาฬิกาเคาะโถ..

Sèvres Vase Clock จากเว็บ http://www.maridakis.nl/ ออกแบบโดย Georgios Maridakis จากวิทยาลัย Royal College of Art ในลอนดอน อังกฤษ

โดยเค้าออกแบบนาฬิกาที่บอกเวลาทุกชั่วโมงด้วยการเคาะวัตถุอะไรก็ตาม ที่สูงพอจะนำไปวางบนฐานทองเหลือง จากในภาพก็จะเป็นแจกัน โดยถ้าเราเบื่อเสียงของแจกันใบนี้แล้วก็สามารถเปลี่ยนเป็นแจกันหรือวัตถุอย่างอื่นมาวางแทนได้

แถมถ้าต้องการปรับโทนเสียงนาฬิกา ก็สามารถปรับ ลด-เพิ่ม ปริมาณน้ำในแจกันเพื่ออรรถรสที่แตกต่างได้อีกซะด้วย…

แล้วถ้าเคาะแจกันแตก หรือเคาะแจกันเอียงไปตกแตก จาทำไงกันดี???!

ก็เป็นอีกวิธีในการบอกเวลา คิดได้ไง…

http://www.coolhunting.com/archives/2009/08/sevres_vase_clo.php

http://www.maridakis.nl/

http://blog.makezine.com/archive/2009/08/knocking_clock.html?CMP=OTC-0D6B48984890

ลูกเดือยทอดกรอบ

ขนมกรุบกรอบทานเล่นจากโรงงานใหญ่ ๆ ที่มีวางขายตามท้องตลาดนั้น บ้างก็มีประโยชน์น้อย บ้างก็มีราคาสูง ซึ่งนี่ก็เป็นช่องว่างทางการตลาดสำหรับรายย่อย เป็น “ช่องทางทำกิน” จากการผลิตขนมกรุบกรอบที่มีประโยชน์-ราคาไม่แพง อย่างการทำ “ลูกเดือยทอดกรอบสมุนไพร” ขาย ก็น่าสนใจ…

ชมพูนุช เผื่อนพิภพ อาจารย์สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.พระนคร เปิดเผยว่า จากการทำโครงการเกษตรอินทรีย์เป็นผลิตภัณฑ์ เมื่อลงพื้นที่ในต่างจังหวัดก็พบพวกธัญพืชต่าง ๆ เป็นที่นิยมมาก แล้วก็เห็น “ลูกเดือย” ซึ่งใคร ๆ ก็คิดว่านำไปต้มได้เพียงอย่างเดียว

แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว เห็นว่าน่าจะทำเป็นอย่างอื่นได้ อาทิ อาหารทานเล่นแบบกรุบกรอบ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ โดยลูกเดือยมีสารอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกายมากมาย
Continue reading

ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ๒๘ ขนาน

แต่เดิมยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณมีอยู่ ๑๖ ขนาน เมื่อปลายปี ๒๕๓๗ ได้มีประการยกเลิกยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณเดิมทั้ง ๑๖ ขนาน แล้วกำหนดขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณเดิมอยู่ด้วยส่วนหนึ่ง และกำหนดขึ้นมาใหม่เป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งสิ้น ๒๘ ขนาน
ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณที่กำหนดขึ้นมาใหม่นี้ เป็นยาบรรจุเสร็จการจำหน่ายโดยทั่วไปจะจำหน่ายได้เฉพาะยาที่บรรจุเสร็จตามรายระเอียดและขนาดบรรจุที่กำหนดไว้เท่านั้น

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง ยาสามัญประจำบ้าน ฉบับที่ ๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๖(๕) แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๒๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการยา จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑. ให้ยกเลิกประกาศยาแผนโบราณที่เป็นยาสามันประจำบ้านตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ระบุยาสามัญประจำบ้าน ตามความในพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ ลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๑๑

ข้อ ๒. ให้ยาแผนโบราณซึ่งมีชื่อ ปริมาณของวัตถุส่วนประกอบ วิธีทำ สรรพคุณ ขนาดรับประทาน คำเตือนและขนาดบรรจุ ต่อไปนี้ เป็นยาสามัญประจำบ้าน

๑. ยาหอมเทพจิตร

วัตถุส่วนประกอบ

  • ลูกจันทน์ ดอกจันทร์ ลูกกระวาน กานพลู จันทร์แดง จันทน์ขาว กฤษณา กระลำพัก ขอนดอก ชะลูด อบเชย เปราะหอม แฝกหอม หนักสิ่งละ ๒ ส่วน
  • ผิวมะกรูด ผิวมะงั่ว ผิวมะนาว ผิวส้มตะรังกะนู ผิวส้มจีน ผิวส้มโอ ผิวส้มเขียวหวาน หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • ผิวส้มซ่า หนัก ๒๘ ส่วน ดอกพิกุลทอง ดอกบุญนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง ดอกบัวขม ดอกบัวเผื่อน หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • ชะมดเช็ด การบูร หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • โกศสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐจุฬาลัมพา โกฐกระดูก โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐชฎามังสี หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน เทียนเยาว-ภาณี เทียนสัตตบุตย์ เทียนเกล็ดหอย เทียนตากบ หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • พิมเสน หนัก ๔ ส่วน ดอกมะลิหนัก ๑๘๔ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ผสมน้ำดอกไม้เทศ ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๒ กรัม
สรรพคุณ แก้ลม บำรุงหัวใจ
ขนาดรับประทาน ครั้งละ ๕-๗ เม็ด
ขนาดบรรจุ ๓๐ เม็ด

๒. ยาหอมทิพโอสถ

วัตถุส่วนประกอบ

  • ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกมะลิ เกสรบัวหลวง ดอกกระดังงา ดอกบัวจงกลนี หัวแห้วไทย กระจับ ฝาง จันทน์ขาว จันทร์เทศ กฤษณา ชะลูด อบเชย สมุลแว้ง สนเทศ วานน้ำ กระชาย เปราะหอม ดอกคำไทย ชะเอมเทศ สุรามฤต ข่าต้น ลูกจันทน์ หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา โกฐกระดูก โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐชฎามังสีหนักสิ่งละ ๒ ส่วน
  • เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน เทียนเยาวพาณี เทียนสัตตบุษย์ เทียนเกล็ดหอย เทียนตากบ การบูร หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • ชะมดเช็ดพิมเสน หนักสิ่งละ ๒ ส่วน

วิธีทำ ชนิดผง บดเป็นผง ชนิดเม็ด บดเป็นผง ทำเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๒ กรัม
สรรพคุณ แก้ลมวิงเวียน ละลายน้ำดอกไม้ หรือน้ำสุก
ขนาดรับประทาน ชนิดผง ครั้งละ ๑/๒-๑ ช้อนกาแฟ ชนิดเม็ด ครั้งละ ๕-๗ เม็ด
ขนาดบรรจุ ชนิดผง ๑๕ กรัม ชนิดเม็ด ๓๐ เม็ด

๓. ยามหานิลแท่งทอง

วัตถุส่วนประกอบ

  • เนื้อในเม็ดสะบ้ามอญสุม กระดูกกาสุม กระดูกงูเหลือมสุม หวายตะค้าสุม เม็ดมะกอกสุม ลูกมะคำดีควายสุม ถ่านไม้สัก จันทร์แดง จันทร์เทศ ใบพิมเสน ใบหญ้านาง หมึกหอม หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • เบี้ยจั่น คั่วให้เหลือง ๓ เบี้ย

วิธีทำ บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด ปิดทองคำเปลว หนักเม็ดละ ๐.๕ กรัม
สรรพคุณ แก้ไข้ แก้หระกายน้ำ แก้หัด อีสุก อีใส
ขนาดรับประทาน รับประทานครั้งละ ๒ ครั้ง ผู้ใหญ่ ครั้งละ ๓-๔ เม็ด เด็ก ครั้งละ ๑-๒ เม็ด
ขนาดบรรจุ ๓๐ เม็ด

๔.ยาเขียวหอม

วัตถุส่วนประกอบ

  • ใบพิมเสน ใบผักกระโฉม ใบหมากผู้ ใบหมากเมีย ใบสันพร้าหอม รากแฝกหอม จันทร์เทศ จันทน์แดง ว่านกลีบแรด ว่านร่อนทอง เนระพูสี พิษนาศน์ รากไคร้เครือ ดอกพิกุล เกสรบุนนาค เกสรสารภี เกสรัวหลวง หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • ระย่อม หนัก ๑/๔ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ แก้ตัวร้อน ร้อนใน กระหายน้ำ ละลายน้ำสุก หรือน้ำดอกมะลิแก้พิษหัด พิษสุกใส ละลายน้ำรากผักชีต้มทั้งรับประทานและชโลม
ขนาดรับประทาน รับประทานวันละ ๔–๖ครั้ง ผู้ใหญ่ ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ เด็ก ครั้งละ ๑-๒ ช้อนกาแฟ
ขนาดบรรจุ ๓๐ เม็ด

๕.ยาประสะกะเพรา

วัตถุส่วนประกอบ

  • พริกไทย ขิง ดีปลี กระเทียม น้ำประสานทองสะตุ หนักสิ่งละ ๒ ส่วน ชะเอมเทศ หกากิงคุ์ หนักสิ่งละ ๘ ส่วน
  • เกลือสินเธาว์ หนัก ๑ ส่วน
  • ผิวมะกรูด หนัก ๒๐ ส่วน ใบกะเพรา หนัก ๔๗ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๑ กรัม
สรรพคุณ แก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ละลายนำสุก หรือน้ำใบกะเพราต้มแก้ท้องแน่น จุกเสียด ใช้ไพลเผาไฟพอสุก ฝนแทรก
ขนาดรับประทาน รับประทาน เช้า เย็น เด็กอายุ ๑-๓ เดือน ครั้งละ ๔-๖ เม็ด
ขนาดบรรจุ ๓๐ เม็ด

๖. ยาเหลืองปิดสมุทร

วัตถุส่วนประกอบ

  • แห้วหมู ขมิ้นอ้อย เปลือกเพกา รากกล้วยตีบ กระเทียมคั่ว ดีปลี ชันย้อย ครั่ง สีเสียดเทศ สีเสียดไทย ใบเทียน ใบทับทิม หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • ขมิ้นชัน หนัก ๖ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๑ กรัม
สรรพคุณ แก้ท้องเสีย ใช้น้ำเปลือกลูกทับทิม หรือเปลือกแคต้มกับน้ำปูนใส เป็นกระสาย ถ้าหาน้ำกระสายไม่ได้ ให้ใช้น้ำสุกแทน
ขนาดรับประทาน รับประทาน วันละ ๓ เวลา ก่อนอาการ เด็กอายุ ๓-๕ เดือน ครั้งละ ๒ เม็ด เด็กอายุ ๖–๑๒ เดือน ครั้งละ ๓-๔ เม็ด เด็กโต ครั้งละ ๕-๗ เม็ด
นาดบรรจุ ๓๐ เม็ด

๗. ยาอำมฤควาที

วัตถุส่วนประกอบ

  • รากไคร้เครือ โกฐพุงปลา เทียนขาว ลูกผักชีลา เนื้อลูกมะขามป้อม เนื้อลูกมะขามป้อมเนื้อลูกสมอพิเภก หนักสิ่งละ ๗ ส่วน น้ำประสานทองสะตุ หนัก ๑ ส่วน
  • ชะเอมเทศ หนัก ๔๓ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือ ใช้จิบหรือกวาดคอ
ขนาดรับประทาน ผู้ใหญ่ ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ เด็กลดลงตามคอ
ขนาดบรรจุ ๑๕ กรัม

๘. ยาประสะมะแว้ง

วัตถุส่วนประกอบ

  • สารส้ม หนัก ๑ ส่วน
  • ขมิ้นอ้อย หนัก ๓ ส่วน
  • ใบสวาด ใบตานหม่อน ใบกะเพรา หนักสิ่งละ ๘ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ผสมน้ำสุกแทรกพิมเสนพอควร ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๒ กรัม
สรรพคุณ แก้ไอ แก้เสมหะ ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือ รับประทานหรือใช้อม
ขนาดรับประทาน เด็ก ครั้งละ ๑-๒ เม็ด
ขนาดบรรจุ ๓๐ เม็ด

๙. ยาจันทน์ลีลา

วัตถุส่วนประกอบ

  • โกฐสอ โกฐเขมา โกฐจุฬาลัมพา จันทร์เทศ จันทร์แดง ลูกกระดอม บอระเพ็ด รากปลาไหลเผือก หนักสิ่งละ ๔ ส่วน

วิธีทำ ชนิดผง บดเป็นผง ชนิดเม็ด บดเป็นผง ทำเป็นเม็ดหนักเม็ดละ ๐.๕ กรัม
สรรพคุณ แก้ไข้ แก้ตัวร้อน
ขนาดรับประทาน รับประทานทุก ๔ ชั่วโมง ชนิดผง เด็ก ครั้งละ ๑/๒-๑ ช้อนกาแฟ ผู้ใหญ่ ครั้งละ ๑-๒ ช้อนกาแฟ ชนิดเม็ด เด็ก ครั้งละ ๑-๒ เม็ด ผู้ใหญ่ ครั้งละ ๓-๔ เม็ด
ขนาดบรรจุ ชนิดผง ๑๕ กรัม ชนิดเม็ด ๓๐ เม็ด

๑๐. ยาตรีหอม

วัตถุส่วนประกอบ

  • เนื้อลูกสมอเทศ เนื้อลูกสมอพิเภก เนื้อลูกมะขามป้อม ลูกผักชีลา หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • รากไคร้เครือ โกศสอ ชะเอมเทศ น้ำประสานทองสะตุ ลูกซัดคั่ว หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • เนื้อลูกสมอไทย โกฐน้ำเต้าใหญ่นึ่งสุก หนักสิ่งละ ๒๒ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๒ กรัม
สรรพคุณ แก้เด็กท้องผูก ระบายพิษไข้
ขนาดรับประทาน รับประทานก่อนอาหารเช้า เด็กอายุ ๑-๒ เดือน ครั้งละ ๒-๓ เม็ดเด็กอายุ ๓-๕ เดือนครั้งละ ๔-๕ เม็ด เด็กอายุ ๖–๑๒ เดือน ครั้งละ ๖-๘ เม็ด

๑๑.ยาประสะจันทน์แดง

วัตถุส่วนประกอบ

  • รากเหมือนคน รากมะปรางหวาน รากมะนาว เปราะหอม โกฐหัวบัว จันทร์เทศ ฝางเสน หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • เกสรบัวหลวง ดอกบุนาค ดอกสารภี ดอกมะลิ หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • จันทน์แดง ๓๒ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ แก้ไข้ตัวร้อน กระหายน้ำ ละลายน้ำสุกหรือน้ำดอกมะลิ
ขนาดรับประทาน รับประทานทุก ๓ ชั่วโมง ผู้ใหญ่ ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ เด็ก ครั้งละ ๑/๒ ช้อนกาแฟขนาดบรรจุ ๑๕ กรัม

๑๒. ยาหอมอินทจักร์

วัตถุส่วนประกอบ

  • สะค้าน รากช้าพลู ขิง ดีปลี รากเจตมูลเพลิงแดง ลูกผักชีลา โกฐสอ โกฐเขมา โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐจุฬาลัมพา โกฐเชียง โกฐกักกรา โกฐน้ำเต้า โกฐกระดูก เทียนดำ เทียนขาว เทียนแดง เทียนข้าวเปลือก เทียนเยาวพาณี จันทน์แดง จันทร์เทศ เถามวกขาว รากหญ้านาง เปลือกสมุลแว้ง กฤษณา กระลำพัก บอระเพ็ด ลูกกระดอม กำยาน ขอนดอก ชะมดเช็ด ลูกจันทน์ ดอกจันทร์ ลูกกระวาน การพลู รากไคร้เครือ ลำพันแดง ดอกสารภี ดอกพิกุล ดอกบนนาค ดอกจำปา ดอกกระดังงา ดอกมะลิ ดอกคำไทย ฝางเสน ดีงูเห่า ดีหมูป่า ดีวัว พิมเสน สิ่งละ ๑ ส่วน

วิธีทำ ชนิดผง บดเป็นผง ชนิดเม็ด บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๒ กรัม
สรรพคุณ แก้ลมบาดทะจิต ใช้นำดอกมะลิ แก้คลื่นเหียนอาเจียน ใช้น้ำลูกผักชี เทียนดำต้ม ถ้าไม่มีใช้น้ำสุก แก้ลมจุกเสียด ใช้น้ำขิงต้ม
ขนาดรับประทาน รับประทานทุก ๓ ชั่วโมง ชนิดผง ครั้งละ ๑/๒-๑ ช้อนกาแฟ ชนิดเม็ด ครั้งละ ๕–๑๐ เม็ด
ขนาดบรรจุ ชนิดผง ๑๕ กรัม ชนิดเม็ด ๓๐ เม็ด

๑๓.ยาประสะไพล

วัตถุส่วนประกอบ

  • ผิวมะกรูด ว่านน้ำ กระเทียม หัวหอม พริกไทย ดีปลี ขิง ขมิ้นออ้ย เทียนดำ เกลือสินเธาว์ หนักสิ่งละ ๘ ส่วน
  • การบูร หนัก ๑ ส่วน
  • ไพล หนัก ๘๑ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ แก้จุกเสียด แก้ระดูไม่ปกติ ขับน้ำคาวปลา
ขนาดรับประทาน รับประทานวันละ ๓ ครั้ง ก่อนอาหาร ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ละลายน้ำสุก หรือน้ำสุรา
ขนาดบรรจุ ๓๐ กรัม

๑๔.ยาหอมนวโกฐ

วัตถุส่วนประกอบ

  • ขิงแห้ง ดีปลี เจตมูลเพลิงแดง สะค้าน ช้าพลู หนักสิ่งละ ๓ ส่วน
  • แห้วหมู โกฐเชียง โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐชฎามังสี เทียนดำ เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนเนาวพาณี เทียนสัตตบุษย์ เทียนเกล็ดหอย เทียนตากบ สักขี ลูกราชดัด ลูกสารพัดพิษ ลูกกระวาน การพลู ดอกจันทน์ ลูกเทศ จันทน์แดง อบเชยญวน เปลือกสมุลแว้ง หญ้าตีนนก แฝกหอม เปลือกชะลูด เปราะหอม รากไคร้เครือ เนื้อไม้ ขอนดอก กระลำพัก เนื้อลูกมะขามป้อม เนื้อลูกสมอพิเภก ชะเอมเทศ ลูกผักชีลา ลูกกระดอม บอระเพ็ด เกสรบัวหลวง เกสรบุนนาค ดอกพิกุล ดอกสารภี ดอกมะลิ แก่นสน หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • น้ำประสานทองสะตุ หนัก ๒ ส่วน
  • ชะมดเช็ด พิมเสน หนักสิ่งละ ๑ ส่วน

วิธีทำ ชนิดผง บดเป็นผง ชนิดเม็ด หนักเม็ดละ ๐๒ กรัม
สรรพคุณ แก้ลมคลื่นเหียน อาเจียน ใช้น้ำลูกผักชี เทียนดำ ต้มแก้ลมปลายไข้ ใช้น้ำสุกแทน
ขนาดรับประทาน รับประทานทุก ๓ ชั่วโมง ชนิดผง ครั้งละ ๑/๒-๑ ช้อนกาแฟ ชนิดเม็ด ครั้งละ ๕–๑๐ กรัม
ขนาดบรรจุ ชนิดผง ๑๕ กรัม ชนิดเม็ด ๓๐ เม็ด

๑๕. ยาวิสัมพยาใหญ่

วัตถุส่วนประกอบ

  • ลูกผีกชีลา ลูกจันทร์ ดอกจันทร์ หนักสิ่งละ ๘ ส่วน
  • กระวาน กานพลู โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา อบเชย สมุลแว้ง สมอเทศ สมอไทย รากไคร้เครือ ว่านน้ำ บอระเพ็ด ขิงแห้ง พญารากขาว หนักสิ่งละ ๒ ส่วน
  • ดีปลี หนัก ๕๖ ส่วน
  • น้ำประสานทองสะตุ หนัก ๑ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ แก้ท้องขึ้น อืดเฟ้อ จุกเสียด
ขนาดรับประทาน รับประทานทุก ๔ ชั่วโมง ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ใช้น้ำสุกเป็นกระสาย หรือผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน
ขนาดบรรจุ ๑๕ กรัม

๑๖. ยาธาตุบรรจบ

วัตถุส่วนประกอบ

  • ขิง โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐเชียง โกฐสอ เทียนดำ เทียนขาว เทียนสัตตบุษย์ เทียนยาวพาณี
  • เทียนแดง ลูกจันทร์ กานพลู การบูร เปลือกสมุนแว้ง ลูกกระวาน ลูกผักชีลา ใบพิมเสน รากไคร้เครือ ดีปลี เปราะหอม หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • โกฐก้านพร้าว หนัก ๘ ส่วน
  • เนื้อลูกสมอไทย หนัก ๑๖ ส่วน
  • น้ำประสานทองสะตุ หนัก ๑ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ แก้ธาตุไม่ปกติ ท้องเสีย ใช้เปลือกแค หรือเปลือกสะเดา หรือเปลือกลูกทับทิมต้มกับน้ำปูนใสแก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ใช้กระเทียม 3 กลีบ ทุบชงน้ำร้อน
หรือใช้ใบกระเพราต้ม เป็นกระสาย ถ้าหาน้ำกระสายไม่ได้ให้ใช้น้ำสุกแทน
ขนาดรับประทาน รับประทานวันละ ๓ เวลา ก่อนอาหาร ผู้ใหญ่ ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ เด็ก ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ
ขนาดบรรจุ ๑๕ กรัม

๑๗. ยาประสานกานพลู

วัตถุส่วนประกอบ

  • เทียนดำ เทียนขาว โกฐสอ โกฐกระดูก กำมะถันเหลือง การบูร รากไคร้เครือ เปลือกเพกา เปลือกขี้อ้าย ใบกระวาน ลูกผักชีลา แฝกหอม ว่านน้ำ หัวกระชาย เปราะหอม รากแจง กรุงเขมา หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • รากข้าวสาร เนื้อไม้ ลูกจันทร์ ขมิ้นชัน หนักสิ่งละ ๘ ส่วน ขิงแห้ง ดีปลี หนักสิ่งละ ๓ ส่วน
  • น้ำประสานทองสตุ ไพร เจตมูลเพลิงแดง สะค้าน ช้าพลู หนักสิ่งละ ๒ ส่วน
  • เปลือกซิก หนัก ๑๐ ส่วน
  • พริกไทย หนัก ๑ ส่วน
  • กานพลู หนัก ๑๓๑ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ แก้ปวดท้อง เนื่องจากธาตุไม่ปกติ ใช้ไพลเผาไฟฝนกับน้ำปูนใส หรือใช้น้ำสุกแทน
ขนาดรับประทาน รับประทานทุก ๓ ชั่วโมง ผู้ใหญ่ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ
ขนาดบรรจุ ๑๕ กรัม

๑๘. ยาแสงหมึก

วัตถุส่วนประกอบ

  • หมึกหอม จันทร์ชะมด ลูกกระวาน จันทร์เทศ ใบพิมเสน ลูกจันทร์ กานพลู ใบสันพร้าหอม หัวหอม ใบกระเพรา ดีงูเหลือม หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • ชะมด พิมเสน หนักสิ่งละ ๑ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๒ กรัม
สรรพคุณ แก้ตัวร้อน ละลายน้ำดอกไม้เทศ แก้ท้องขึ้น ปวดท้อง ละลายน้ำใบกระเพราต้ม แก้ไอ ขับเสมหะ ลาลายน้ำลูก มะแว้งเครือ หรือลูกมะแว้งต้น กวาดคอแก้ปากเป็นแผล แก้ละออง ละลายน้ำลูกเบญกานี ฝนทาปาก
ขนาดรับประทาน ใช้กวาดคอวันละ ๑ ครั้ง หลังจากนั้นรับประทานทุก ๓ ชั่วโมง เด็กอายุ ๑-๖ เดือน ครั้งละ ๒ เม็ด เด็กอายุ ๗-๑๒ เดือน ครั้งละ ๓ เม็ด
ขนาดบรรจุ ๑๒ เม็ด

๑๙. ยามันทธาตุ

วัตถุส่วนประกอบ

  • โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา เทียนดำเทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน รากไคร้เครือ ลูกผักชีล้อม ลูกผักชีลา การบูร กระเทียม เปลือกสมุลแว้ง เปลือกโมกมัน จันทร์แดง จันทร์เทศ กานพลู ดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิงแดง พริกไทยล่อน ลูกจันทร์ หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • ขิง ลูกเบญกานี หนักสิ่งละ ๓ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ แก้ธาตุไม่ปกติ แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ
ขนาดรับประทาน รับประทานวันละ ๓ ครั้ง ก่อนอาหาร ผู้ใหญ่ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ละลาน้ำสุก เด็กครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ละลายน้ำสุก
ขนาดบรรจุ ๑๕ กรัม

๒๐. ยาไฟประลัยกัลป์

วัตถุส่วนประกอบ

  • พริกไทยล่อน ขิง ดีปลี กระเทียม หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • ขมิ้นอ้อย กะทือ ข่า ไพล เปลือกมะรุม หนักสิ่งละ ๕ ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิงแดง สารส้ม แก่นเเสมทะเล การบูร ผิวมะกรูด หนักสิ่งละ ๖ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ ขับน้ำคาวปลาในเรือนไฟ ช่วยให้มดลูกเข้าอู่
ขนาดรับประทาน รับประทานวันละ ๓ ครั้ง ก่อนอาหาร ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ละลายน้ำสุก หรือน้ำสุรา
ขนาดบรรจุ ๑๕ กรัม

๒๑. ยาไฟห้ากอง

วัตถุส่วนประกอบ

  • รากเจตมูลเพลิงแดง ขิง พริกไทยล่อน สารส้ม ฝักส้มป่อย หนักสิ่งละ ๑ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ ขับน้ำคาวปลาในเรือนไฟ
ขนาดรับประทาน รับประทานวันละ ๓ ครั้ง ก่อนอาหาร ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ละลายน้ำสุก หรือน้ำสุรา
ขนาดบรรจุ ๑๕ กรัม

๒๒.ยาประสะเจตพังคี

วัตถุส่วนประกอบ

  • ดอกจันทร์ ลูกจันทร์ ลูกกระวาน ใบกระวาน กานพลู กรุงเขมา รากไคร้เครือ การบูร ลูกสะมอทะเล พญารากขาว เปลือกหว้า เกลือสินเธาว์ หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • พริกไทยล่อน บอระเพ็ด หนักสิ่งละ ๒ ส่วน
  • ข่า หนัก ๑๖ ส่วน
  • ระย่อม หนัก ๒ ส่วน
  • เจตพังคี หนัก ๓๔ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ แก้กระษัยจุกเสียด
ขนาดรับประทาน รับประทาน เช้าและเย็น ก่อนอาหาร ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ละลายน้ำสุก
นาดบรรจุ ๑๕ กรัม

๒๓. ยาธรณีสันฑะฆาต

วัตถุส่วนประกอบ

  • ลูกจันทร์ ดอกจันทร์ ลูกกระวาน กานพลู เทียนดำ เทียนขาว หัวดองดึง หัวบุก หัวกลอย หัวกระดาดขาว หัวกระดาดแดง ลูกเร่ว ขิง ชะเอมเทศ รากเจตมูลเพลิงแดง โกบกระดูก โกฐเขมา โกฐน้ำเต้า หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • ผักแพวแดง เนื้อลูกมะขามป้อม หนักสิ่งละ ๒ ส่วน เนื้อลูกสมอไทย มหาหิงคุ์ การบูร หนักสิ่งละ ๖ ส่วน
  • รงทอง (ประสะแล้ว) หนัก ๔ ส่วน
  • ยาดำ หนัก ๒๐ ส่วน
  • พริกไทยล่อน หนัก ๙๖ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ แก้กระษัยเส้น เถาดาน ท้องผูก
ขนาดรับประทาน รับประทาน วันละ ๑ ครั้ง ก่อนอาหารเช้า หรือก่อนนอน ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ลาลายน้ำสุก หรือผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน
คำเตือน คนเป็นไข้ หรือ สตรีมีครรภ์ ห้ามรับประทาน
ขนาดบรรจุ ๑๕ กรัม

๒๔. ยาบำรุงโลหิต

วัตถุส่วนประกอบ

  • ขิงแห้ง ดีปลี เจตมูลเพลิงแดง สะค้าน ช้าพลู ขมิ้นเครือ เถามวกแดง กำลังวัวเถลิง ดอกสารถี ดอกพิกุล ดอกบุนนาค เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ ๒ ส่วน
  • ดอกจันทร์ ลูกจันทร์ ลูกกระวาน กานพลู เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอดีงู เนื้อลูกสมอพิเภก เปลือกชะลูด เปลือกอบเชยเทศ จันทร์แดง แก่นแสมสาร แก่นแสมทะเล กฤษณา หนักสิ่งละ ๑ ส่วนครึ่ง หนัก ๘ ส่วน
  • ฝาง ดอกคำไทย หนักสิ่งละ ๑๐ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ บำรุงโลหิต
ขนาดรับประทาน รับประทานวันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น ก่อนอาหาร ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ
ขนาดบรรจุ ๓๐ กรัม

๒๕. ยาประสะเปราะใหญ่

วัตถุส่วนประกอบ

  • โกฐสอ โกฐเขมา โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน ลูกจันทร์ ดอกจันทร์ ลูกกระวาน กานพลู จันทร์เทศ จันทร์แดง ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกพิกุล เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • เปราะหอม หนัก ๒๐ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ ถอนผิดไข้ตานทรางสำหรับเด็ก ละลายน้ำดอกไม้เทศ หรือ น้ำสุกรับประทานหรือผสมน้ำสุราสุมกระหม่อม
ขนาดรับประทาน รับประทานทุกสามชั่วโมง ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ
ขนาดบรรจุ ๑๕ กรัม

๒๖. ยามหาจักรใหญ่

วัตถุส่วนประกอบ

  • โกฐสอ โกฐเสมา โกฐพุงปลา โกฐก้านพร้าว โกฐกระดูก เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนขาวเปลือกเทียนเยาวพาณี สมอไทย (เอาแต่เนื้อ) ลูกจันทน์ ลูกกระวาน กานพลู ชะเอมเทศ เมล็ดโหรพา ลูกผักชีลา สารส้ม ดินประสิว ขมิ้นอ้อย หัวกระเทียม หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • ยาดำสะตุ หนัก ๔ ส่วน
  • ใบกระพังโหม หนัก ๓๐ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๕ กรัม
สรรรพคุณ แก้ลมทราง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
ขนาดรับประทาน เด็กอายุต่ำกว่า ๕ ขวบ รับประทานครั้งละ ๑-๓ เม็ด เพิ่มและลดได้ตามส่วน รับประทานกับน้ำสุก ก่อนอาหาร เช้า-เย็น
ขนาดบรรจุ ๑๐ เม็ด

๒๗. ยาเนาวหอย

วัตถุส่วนประกอบ

  • กระดูกเสือเผา กระดูกโคเผา กระดูกแพะเผา กระดูกงูเหลือมเผา หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • เปลือกหอยขมเผา เปลือกหอยแครงเผา เปลือกหอยตาวัวเผา เปลือกหอยพิมพการังเผา เปลือกหอยจุ๊แจงเผา เปลือกหอยมุกเผา เปลือกหอยสังข์เผา หนักสิ่งละ ๒ ส่วน
  • รากทนดี (ตองแตก) หนัก ๓ ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิงแดง หัสคุณเทศ หนักสิ่งละ ๔ ส่วน
  • พริกไทยล่อน หนัก ๓๒ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง
สรรพคุณ แก้กระษัยจุกเสียด
ขนาดรับประทาน รับประทานวันละ ๒ ครั้ง ก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน
ขนาดบรรจุ ๑๕ กรัม

๒๘. ยาถ่าย

วัตถุส่วนประกอบ

  • ใบมะกา ใบมะขาม ใบส้มป่อย หญ้าไทร ใบไผ่ป่า ฝักคูณ รากขี้กาแดง รากขี้กาขาว รากตองแตก เถาวัลย์เปรียง หัวหอม ฝักส้มป่อย สมอไทย สมอดีงู หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
  • ขี้เหล็กทั้ง ๕ หนัก ๑ ส่วน
  • ยาดำ หนัก ๔ ส่วน
  • ดีเกลือฝรั่ง หนัก ๒๐ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๕ กรัม
สรรพคุณ แก้ท้องผูก
ขนาดรับประทาน รับประทานวันละ ๑ ครั้ง ก่อนนอน ครั้งละ ๒-๕ เม็ด ตามธาตุหนักเบา
ขนาดบรรจุ ๑๐ เม็ด

ข้อ ๓. ยาสามัญประจำบ้าน ที่ได้ขึ้นทะเบียนตำหรับยาไว้ก่อนประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ยังเป็นยาสามัญประจำบ้านต่อไปได้ ภายในกำหนด 180 วันนับแต่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

ข้อ ๔. ให้ผู้รับอนุญาตผลิตนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาแผนโบราณที่มีตำหรับยาตามประกาศฉบับนี้ และได้ขึ้นทะเบียนตำหรับยาไว้ก่อน ที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ที่ประสงค์จะให้ตำหรับยานั้น เป็นยาสามัญประจำบ้าน โดยไม่ต้องขอขึ้นทะเบียนตำหรับยาใหม่ ขอแก้ไขรายการทะเบียนตำหรับยา ภายในกำหนด ๑๘๐ วัน นับแต่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

ข้อ ๕. ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2537
อาทิตย์ อุไรรัตน์
(นายอาทิตย์ อุไรรัตน์)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

(คัดจากราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 111 ตอนพิเศษ 42 ลงวันที่ 3 ตุลาคม2537)

ที่มา (ปัจจุบันแหล่งข้อมูลเดิมไม่มีอยู่ในระบบแล้ว) : http://www.thaicookingclub.com/thaimedicine_athome.htm

eh? Uhhhh…

27xnh1j_sm

ชื่อภาพ : บ่ะลั่กกั่ก...

http://forum.iranproud.com/jb-shnh-ay-t277243.html?s=cdd60157d8e590256cfcdd4e001347f1&t=277243

ยาอายุวัฒนะ : ตำรายาหัวกวาวเครือ

ตำรายาหัวกวาวเครือ

รวบรวม/เรียบเรียง โดยหมอเมือง สันยาสี

คำนำ

ตำราเล่มนี้ ต้นฉบับเดิมเป็นของนายเปลี่ยน กิติศรี เป็นผู้ค้นคว้าและเรียบเรียงเป็นภาษาไทย แต่คนพิมพ์เผยแพร่คนแรกคือหลวงอนุสารสุนทร คหบดีชาวเชียงใหม่ เมื่อผมนำเนื้อหาเหล่านี้ลงหนังสือแต่ละครั้งที่ผ่านมาก็อ้างว่าของหลวงอนุ สารสุนทร จึงมีคนเอาไปพิมพ์ต่อและอ้างที่มาเดียวกัน ความจริงแล้วผมควรอ้างที่มาว่าฉบับนายเปลี่ยน กิติศรี จึงถูกต้อง

ผมเคยนำเรื่องยาหัว กวาวเครือลงนิตยสารมาหลายฉบับและหลายครั้ง คือ โลกทิพย์ โลกลี้ลับ ฤทธิ์อำนาจ ชีวิตต้องสู้ ทีวีพูล และ เครือข่ายดาราภาพยนต์ ในช่วงปี 2537 – 2543 แต่ที่เคยนำลงนั้นเป็นฉบับย่อซึ่งได้มาจาก พอ.ชม สุคันธรัตน์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทย์และสมุนไพรไทย หาใช่ต้นฉบับจริงไม่ ฉบับนี้จึงเป็นของจริง ได้นำมาลงทุกข้อความ เพื่อรักษาไว้ซึ่งอรรถรสของตำราเดิม เพื่อเทอดทูนผู้ค้นคว้าและเรียบเรียง

ผมได้ตำราฉบับนี้มา จากคุณวัชรพงษ์และคุณธัญลักษณ์ เจ้าของห้างขาวละออเภสัช ท่านได้มาจากหลานสาวของคุณหลวงอนุสารสุนทรชื่อคุณยายแจ่มจิตต์ เลาหวัฒน์ ซึ่งมีอายุกว่าแปดสิบปีแล้ว ขอขอบพระคุณคุณวัชรพงษ์และภรรยา รวมทั้งคุณยายแจ่มจิตต์ ซึ่งเป็นเจ้าของด้วย ทำให้ผู้อ่านได้มีโชคร่วมไปกับกระผมด้วย

ผมแสวงหาตำราเล่ม นี้อยู่หลายปี ทราบว่าคงเหลือเพียง 2 เล่มเท่านั้น อยู่ที่คุณยายท่านนี้ และอีกเล่มหนึ่งอยู่กับอาจารย์ยุทธนา สมิตะศิริ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพราะเคยพบหน้าปกหนังสือที่ท่านนำมาแสดงในงานสมุนไพรแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อกลางปี 2540

ตำราเล่มนี้มี คุณค่ามหาศาลทีเดียว อยากนำมาเผยแพร่ให้ผู้อ่านได้อ่านกันมาก ๆ เพราะคนส่วนมากยังได้รับข้อมูลกวาวเครือไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความรู้สึกหวาดกลัวที่จะกินยาหัวกวาวเครือ ซึ่งเป็นสมุนไพรวิเศษของเรา กลัวไปตามข่าวลือว่าจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งดุจที่สำนักงาน อย.ได้โฆษณาไว้ตามสื่อต่าง ๆ
กระผมในฐานะที่ เป็นต้นเผยแพร่กวาวเครือมาก่อนในสมัยนี้ และเป็นผู้มีประสพการณ์ในการกินการใช้กวาวเครือมาด้วยตัวเองและญาติมิตร รู้แจ้งมาตลอดว่ากวาวเครือเป็นสมุนไพรที่ล้ำค่า ยากที่จะหาสมุนไพรใด ๆ มาเปรียบได้ จึงขอเสนอตำรายาหัวกวาวเครือให้ท่านได้ศึกษาให้รู้แจ้งชัดดังนี้

ตำรายาหัวกวาวเครือ

ในเวลานี้ มหาชนทั้งปวงทั่วประเทศพม่า ทุกรูปทุกนาม ได้พากันนิยมนับถือยังยาขนานหนึ่ง ซึ่งภาษาพม่าเรียกว่า”เปาก์เซ” หมายความว่ายาหัวกวาวเครือ ในยาขนานนี้เรียกชื่อว่ายาอายุวัฒนะ เป็นยาที่ศักดิ์สิทธิ์ได้ จนหญิงชายที่แก่ชราแล้ว ถ้าได้รับประทานยานี้ ภาพที่แก่ชรานั้น จะกลับกลายเป็นภาพหนุ่มสาวคืน จะกระทำให้ลูกหลานเห็นประหลาดตาไปได้ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของยา คือยานี้มีมูลเหตุเกิดขึ้นในประเทศพม่า นั้นคือมีพระมหาเจดีย์แห่งหนึ่งเป็นที่ปูชนียสถานของชนชาวพม่า ได้ถูกฟ้าฝนลมพายุพัดหักพังลง เป็นเหตุให้ตำรายาที่ชนชาวโบราณได้เขียนจารึกลงในใบลานแลบรรจุไว้ในพระ เจดีย์นั้นปรากฎขึ้นให้มหาชนทั้งหลายได้รู้เห็น ให้ได้ใช้ยานี้

จะกล่าวถึงลักษณะ ของต้นยานี้ และจะชี้แจงวิธีปรุงแลวิธีรับประทาน กันมิให้ไปเอาต้นยาผิด และกันมิให้รับประทานยาเกินขีด เกรงว่าจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เพราะยาขนานนี้เป็นยาที่มีฤทธิ์แรงเกินไป เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงได้คิดแปลจากตำราเดิมของพม่ามาเรียบเรียงเป็นสมุด ตำรายา”เปาก์เซ”เล่มนี้ ออกแจกจ่ายให้มหาชนทั้งปวงผู้ฝักใฝ่ใจในตำรายานี้ จะได้เอาใจใส่ใช้ต้นยาให้ถูกต้องตามตำรา ให้ได้หัวยาที่แท้จริง และวิธีกินก็จะได้เอาใจใส่ให้ถูกต้องตามตำรา

ข้อสำคัญที่สุด ขอให้รู้จักต้นยาและลักษณะ เถา ใบ หัว ของต้นยาเสียก่อนจึงค่อยใช้ยานี้ ตำรานั้นหาได้ง่าย แต่ที่จะรู้จักลักษณะของต้นยานั้นยาก

มูลเหตุตำรายาที่ได้ปรากฏขึ้น คือ ราชธานีเก่า เมืองพุกามของประเทศพม่านั้น ยังมีพระมหาเจดีย์องค์หนึ่งล้มหักพังลง พระภิกษุทั้งหลายได้พบเห็นตำรายาซึ่งจารึกลงในใบลานประจุไว้ในเจดีย์นั้น มีใจความดังนี้

ให้เอาหัว กวาวเครือใบใหญ่ตำผงกินกับน้ำนมวัว จะมีหัวคิดสมองโปร่งทรงจำโหราศาสตร์ 3 คัมภีร์ได้ เนื้อหนังจะนิ่มนวลเสมอเด็กอายุ 6 ปี อายุจะยืนถึงพันกว่าปี โรคาพยาธิจะไม่มาเบียดเบียนเลย

รับประทานกับน้ำข้าวเช็ดที่รินทิ้งไว้ให้เปรี้ยว จะมีเนื้อหนังนิ่มนวลดุจเทพธิดา

รับประทานกับน้ำมันเนยหรือน้ำผึ้ง อายุจะยืน จะท่องโหราศาสตร์ 3 คัมภีร์ได้ตลอด จะรับรองมาตุคามได้ตลอดถึงพันคน

รับประทานกับน้ำนมเปรี้ยว อายุจะยืน ผมจะไม่ขาว ฟันจะไม่หลุด เนื้อหนังจะไม่ย่น

รับประทานกับมะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก จักษุที่มัวหรือมีฝ้าที่แลไม่เห็นนั้นจะเห็นคืน

เอาแช่นมควายทาผม ผมจะงอกขึ้นแรง ผมที่ขาวนั้นจะกลับกลายเป็นผมดำไปทาด้วยน้ำมันงา ผมจะไม่ขาว เนื้อหนังจะไม่ย่น โรคาพยาธิทุกจำพวกจะไม่มีเลย

แช่นมแพะทา คนที่เสียจักษุโดยมีฝ้าปิด 6 เดือน จะกลับเห็นดีคืนได้

ยา นี้ เมื่อรับประทานก็รับประทานได้มื้อละเม็ดมะกล่ำ ห้ามมิให้รับประทานมากกว่าเม็ดมะกล่ำ ให้รับประทานก่อนเข้านอนทุก ๆ วัน เมื่อรับประทานยานี้ได้ 3-4 วัน จะปวดครั่นตามเนื้อตัว สะเอว ที่ข้อต่อทุก ๆ แห่ง เมื่อปวดเช่นนี้แล้วให้อาบน้ำเย็นเสียคงหายปวด

คุณประโยชน์ที่จะ ได้รับเมื่อรับประทานยานี้ นอนกลางคืนจะหลับสนิทดี จะรับประทานอาหารมีรสชาติอร่อยดี การที่จะปวดครั่นดังที่กล่าวมาแล้วนั้นอย่าได้มีความวิตกเลย จะกระทำให้เราหายจากโรคาพยาธิ ถึงแม้ปวดครั่นก็อย่าได้งด ให้กินยาวันละเม็ดเสมอไป

อีกนัยหนึ่ง ต้องการจะรับประทานกับน้ำนมโค ให้เอานมโคสด 1 ขวดปั่นผสมกับยาพอจะปั้นเป็นลูกได้ ให้ปั้นเท่าลูกพุทราอ่อน ตากแดดให้แห้ง รับประทานก่อนเข้านอนวันละ 1 เม็ด ทุก ๆ วัน ถ้าต้องการรับประทานกับน้ำนมแพะก็ทำเช่นเดียวกัน ถ้าต้องการรับประทานกับน้ำนมควายให้ต้มนมควายให้สุก ผสมกับยา รับประทานเท่ากับเม็ดมะกล่ำใหญ่

บุคคลที่จำเริญยานี้จะต้องได้รับศีล 5 อย่าให้ศีลของตนมัวหมอง ต้องรักษาศีลให้บริสุทธิ์ แล้วจึงค่อยรับประทานยานี้

http://www.sanyasi.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=528384&Ntype=4

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

คุณสมบัติของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

ลักษณะโครงสร้างทางกายภาพของปุ๋ยหมักไส้เดือนดินมีลักษณะเป็นเม็ดร่วนละเอียด มีสีดำออกน้ำตาล โปร่งเบา มีความพรุนระบายน้ำและอากาศได้ดีมาก มีความจุความชื้นสูงและมีประมาณอินทรียวัตถุสูงมาก ซึ่งผลจากการย่อยสลายขยะอินทรีย์ที่ไส้เดือนดินดูดกินเข้าไปภายในลำไส้ และด้วยกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้และน้ำย่อยของไส้เดือนดินจะช่วย ให้ธาตุอาหารหลายๆ ชนิดที่อยู่ในเศษอินทรียวัตถุเหล่านั้นถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่พืชสามารถ นำไปใช้ได้ เช่น เปลี่ยนไนโตรเจน ให้อยู่ในรูป ไนเตรท หรือ แอมโมเนีย ฟอสฟอรัสในรูปที่เป็นประโยชน์ โพแทสเซียมในรูปที่แลกเปลี่ยนได้ และนอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบของธาตุอาหารพืชชนิดอื่นและจุลินทรีย์หลายชนิด ที่เป็นประโยชน์ต่อดิน รวมทั้งสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิดที่เกิดจากกิจกรรมของ จุลินทรีย์ในลำไส้ของไส้เดือนดินอีกด้วย

การ ใช้ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินและน้ำหมักมูลไส้เดือนดินในการปลูกพืชจะส่งผลให้ ดินมีโครงสร้างดีขึ้น คือทำให้ดินกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น มีความโปร่งร่วนซุย รากพืชสามารถชอนไชและแพร่กระจายได้กว้าง ดินมีการระบายน้ำและอากาศได้ดี ทำให้จุลินทรีย์ดินที่เป็นประโยชน์บริเวณรากพืชสามารถสร้างเอนโซม์ที่เป็นประโยชน์ ต่อพืชได้เพิ่มชึ้น นอกจากนี้จุลินทรีย์ดินที่ปนออกมากับมูลของไส้เดือนดินยังสามารถสร้างเอ็น ไซม์ฟอสฟาเตสได้อีกด้วย ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มประมาณฟอสฟอรัสในดินให้สูงขึ้นได้

ประโยชน์และความสำคัญของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

  1. ส่งเสริมการเกิดเม็ดดิน
  2. เพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุแก่ดิน
  3. เพิ่มช่องว่างในดินให้การระบายน้ำและอากาศดียิ่งขึ้น
  4. ส่งเสริมความพรุนของผิวหน้าดิน ลดการจับตัวเป็นแผ่นแข็งของหน้าดิน
  5. ช่วยให้ระบบรากพืชสามารถแดร่กระจายตัวในดินได้กว้าง
  6. เพิ่มขีดความสามารถในการดูดซับน้ำในดิน ทำให้ดินชุ่มขึ้น
  7. เพิ่มธาตุอาหารพืชให้แก่ดินโดยตรงและเป็นแหล่งอาหารของสัตว์และจุลินทรีย์ดิน
  8. เพิ่มศักยภาพการแลกเปลี่ยนประจุบวกของดิน
  9. ช่วยลดความเป็นพิษของธาตุอาหารพืชบางชนิดที่มีปริมาณมาเกินไป เช่น อลูมินัม และแมงกานีส
  10. ช่วยเพิ่มความต้านทานในการเปลี่ยนแปลงระดับความเป็นกรด-เบส (Buffer capacity) ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไม่เร็วเกินไปจนเป็นอันตรายต่อพืช
  11. ช่วยควบคุมปริมาณไส้เดือนฝอยในดิน เนื่องจากการใส่ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินจะทำให้มีปริมาณจุลินทรีย์ที่สามารถ ขับสารพวกอับคาลอยด์และกรดไขมันที่เป็นพิษต่อไส้เดือนฝอยได้เพิ่มขึ้น

การใช้ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินเป็นส่วนผสมของวัสดุปลูกและวัสดุเพาะกล้าพืช

นอกจาก การนำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินไปใช้เป็นปุ๋ยแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมของวัสดุปลูกและวัสดุเพาะกล้าพืชได้ วัสดุปลูกพืชหรือสัสดุเพาะกล้าพืชทีมีส่วนผสมของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินจะมี ธาตุอาหารพืชอยู่ในปริมาณที่เจือจางและอยู่ในรูปพร้อมใช้ ซึ่งจะค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารให้กับต้นกล้าพืชในการเจริญเติบโตระยะแรกได้อย่างเหมาะสม ประกอบกับปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินมีโครงสร้างที่โปร่งเบาระบายน้ำและอากาศได้ ดี และจุความชื้นได้มาก ดังนั้นต้นกล้าพืชจะสามารถเจริญเติบโตออกรากและชอนไชได้ดีมาก ในการนำมาปลูกพืชจำพวกได้ประดับจะส่งเสริมให้พืชออกดอกได้ดีมากเนื่องจาก จุลินทรีย์ในปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินสามารถสร้างเอนไซม์ฟอสฟาเตสได้ จึงทำให้วัสดุปลูกนั้นมีปริมาณของฟอสฟอรัสเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้พืชออกดอกได้ ดียิ่งขึ้น

คุณสมบัติของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินที่นำมาใช้เป็นวัสดุปลูกพืชจะแตกต่างกันตามวัสดุ ที่นำมาใช้ผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน แต่โดยทั่วไปแล้วโครงสร้างของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินที่ได้จะมีลักษณะที่ คล้ายกัน คือจะมีส่วนประกอบของธาตุอาหารพืชอยู่ในรูปที่พืชสามารถดูดไปใช้ได้ มีส่วนประกอบของธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมเกือบทุกชนิดที่พืชต้องการ ในการนำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินมาใช้เป็นวัสดุปลูก ควรจะนำมาผสมกับวัสดุปลูกชนิดอื่นๆ ก่อน เนื่องจากปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินจะประกอบด้วยอินทรียวัตถุเป็นส่วนใหญ่ และมีอนุภาคของดินอยู่น้อย ดังนั้นในการนำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินที่ได้มาผสมกับวัสดุปลูกชนิดอื่นๆ จะได้ผลดีกว่าและสิ้นเปลืองน้อยกว่าการใช้ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินเพียงอย่าง เดียว ซึ่งในการปลูกพืชสวนประดับสามารถนำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินมาเจือจากได้หลาย ระดับ

ข้อดีของวัสดุปลูกที่มีส่วนผสมของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

  1. ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินสามารถช่วยเก็บความชื้นและปลดปล่อยออกมาให้พืชอย่างช้าๆ เมื่อพืชต้องการยืดระยะเวลาการให้น้ำแก่พืชได้นานขึ้น
  2. กรณีใช้ผสมดินที่เป็นดินเหนียวจะช่วยเพิ่มอากาศในดิน ทำให้ดินร่วนซุย และช่วยในการถ่ายเทน้ำและอากาศได้สะดวก
  3. กรณีผสมดินที่เป็นดินทรายจะช่วยเพิ่มเนื้อดิน ช่วยให้ดินเก็บรักษาความชื้น และธาตุอาหารในดิน ลดการชะล้างธาตุอาหารของน้ำ
  4. ลดปัญหาการสลายตัวของธาตุอาหาร เป็นตัวปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างช้าๆ ทำให้ประหยัดปุ๋ย
  5. ปกป้องดินไม่ให้มีสภาพโครงร้างแน่นเข็งและช่วยเติมอินทรียวัตถุในเนื้อดิน ช่วยให้ดินร่วนซุย รากพืชสามารถแพร่ขยายได้กว้าง
  6. ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินจะมีสาวนประกอบของกรดฮิวมิคซึ่งเป็นตัวกักเก็บธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชหลายชนิด เช่น ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) แคลเซียม (Ca) เหล็ก (Fe) และทองแดง (Cu) ซึ่งธาตุอาหารเหล่านี้จะถูกเก็บอยู่ในโมเลกุลของกรดฮิวมิค อยู่ในรูปพร้อมใช้ และจะถูกปลดปล่อยออกมาเมื่อพืชต้องการ

http://www.oknation.net/blog/earthworms/2007/08/08/entry-1

ยาอายุวัฒนะ : บำรุงร่างกาย

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 16

ยาขนานนี้เป็นของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ท่านบันทึกไว้แต่ปี 2409
เป็นตำรายาที่ขึ้นชื่อมาก ส่วนมากหมอยาในกรุงเทพ ฯ และภาคกลางล้วนรู้จักและปรุงกินกันมาก แต่ท่านว่าอายุหนุ่มน้อยกินไม่สู้ดี เพราะธาตุไฟแรงจะเผาร่างกายให้ผ่ายผอม เหมาะสำหรับคนอ้วนต้องการลดความอ้วนกินยานี้น่าจะดี ตัวยามีดังนี้

  • เปลือกทิ้งถ่อน
  • เปลือกตะโกนา
  • เถาบอระเพ็ด
  • เมล็ดข่อย
  • หัวแห้วหมู
  • หัวกระชาย
  • พริกไทยล่อน

ยาทั้งหมดสัดส่วนเท่ากัน ตากแห้งบดผงผสมน้ำผึ้งกินก่อนนอน วันละ 1-2 เม็ด ท่านว่ากินได้ 1 เดือนตัว
พยาธิ์ลำไส้ออกมาหมด หายจากอาการปวดเมื่อยอ่อนเพลียโดยไม่ต้องอาศัยหมอนวดบีบ การหมุนเวียนโลหิตดี เลือดลมไหลสะดวก เรื่องอย่างว่าก็สู้บ่ยั่นเหมือนกัน ถ้าเป็นพระทำฉันให้งดกระชายเสีย เพราะเป็นยาบำรุงกามารมณ์

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 20

  • หัวขิงแห้ง
  • หัวไพล
  • หัวกะทือ
  • หัวกระชาย
  • หัวแห้วหมู
  • รากแจง
  • หัวยาข้าวเย็นเหนือ
  • หัวยาข้าวเย็นใต้
  • เนื้อมะขามเปียก
  • พริกไทยล่อน
  • เกลือแกง

เอายาทั้งหมดนี้มาตำเข้าด้วยกัน แล้วใส่โหลหรือกระปุกเก็บไว้รับประทานก่อนอาหาร หรือก่อนนอน เป็นยาขับถ่ายสิ่งโสโครกออกจากร่างกาย ถ้ารับประทานประจำโรคภัยหายหมด ผิวพรรณวรรณะก็ดีงาม กลิ่นตัวกลิ่นปากหรืออื่น ๆ จะหายไปหมด

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 21 บำรุงร่างกาย

ยานี้ชื่อยากำลังราชสีห์ ตัวยามี 5 อย่างด้วยกันคือ

  • เถาบอระเพ็ด
  • หัวแห้วหมู
  • หัวกระชาย
  • พริกไทยล่อน
  • เกลือสะตุ

เอาตัวยาทั้งหมดมาตำเข้าด้วยกันแล้ว ใส่โหล ใส่สุราให้ท่วมยา ปิดให้สนิทแล้วนำไปฝังโคลนที่ชายน้ำในวันแรม 14 ค่ำ พอขึ้น 15 ค่ำของอีกเดือนหนึ่งจึงไปขุดขึ้นมารับประทาน ก่อนอาหารเย็นครั้งละ 1 ถ้วยตะไล จะแข็งแรง ปราศจากโรคภัยทั้งปวง จะมีกำลังดุจหนุมาน คำว่าแก่จะไม่มี ท่านว่าผู้มีบุญวาสนาเท่านั้นจึงได้รับประทาน แต่เรื่องการหมักโคลนนั้นมีเหตุผลทีต้องการความเย็น สมัยนี้ใส่ตู้เย็นย่อมเหมาะสมกว่า

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 30

  • พริกไทย 7 เม็ด
  • พริกขี้หนูแห้ง 7 เม็ด
  • ขิง 7 แว่น
  • ข่า 7 แว่น
  • ข้าวสาร 7 เม็ด
  • น้ำมันมะกอก 7 หยด
  • น้ำมันจันท์ 7 หยด 8. กล้วยน้ำว้าสุก 7 ลูก

เอามาตำให้แหลกจนเข้ากันดีแล้วผสมน้ำผึ้ง ให้ทำวันแรม 7 ค่ำ กินวันละ ลูกพุทรา กำลังดีมาก

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 31

เอารากกะทกรกมาต้มกิน เวลาไปขุดรากกะทกรกให้ไปขุดวันอังคาร พอถึง 3 อังคารแล้วให้ต้มกิน ระหว่างที่ต้มหม้อที่ 1 นั้นก็ไปขุดในวันอังคารอีก 3 อังคาร รวมเป็น 6 อังคาร พอถึงวันอังคารที่ 7 ให้ต้มกิน รวมเป็น 2 หม้อ ต้มกินต่างน้ำชาก็ได้ เวลาขุดรากกะทกรกนั้นไม่ว่าจะได้มากหรือน้อยท่านให้คอนกลับบ้านแล้วเอามา แขวนไว้จนครบ 3 อังคาร และ 7 อังคาร ยานี้ต้องทำของใครของมัน จะให้คนอื่นทำให้ไม่ได้

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 33

  • ต้นพญามุติทั้งห้า หนัก 8 ตำลึง
  • สมอไทย 1 ตำลึง
  • พริกไทยล่อน 1 ตำลึง
  • ดอกดีปลี 1 ตำลึง
  • เหง้าขิงแห้ง 1 ตำลึง

ตำเป็นผงผสมน้ำผึ้ง และน้ำนมวัว วิธีทำต้องเอาน้ำนมวัวและน้ำผึ้งมาต้มเคี่ยวจนงวดพอสมควรก็เอายาลงผสมคนให้เข้ากันดีแล้วก็ยกลง พอเย็นแล้วจึงปั้นเท่าเม็ดพุทรา รับประทานเช้าเย็นครั้งละ 1 เม็ด รับประทานได้ 2 เดือนโรคลมจะหาย หูจะได้ยินถนัด ตาจะสว่าง ผิวพรรณจะสวยงาม ร่างกายจะแข็งแรง
ร.ต.อ.เปี่ยมเล่าว่า เดิมที่ได้ตำรายานี้มา หลวงศรีเทพบาล บ้านอยู่สะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ได้เล่าว่ามี
พระรูปหนึ่งธุดงค์มาแต่เมืองตะวันตก มาพักอยู่ที่วัดเสาวคนธ์ กรุงเทพ ฯ บอกว่าอายุ 70 ปี แต่ดูร่างกายท่านยังหนุ่มมาก หลวงศรีเทพบาลจึงขอตำรายาที่ท่านฉัน เมื่อได้มาแล้วก็ยังไม่ได้ทำ เพราะไม่รู้จักต้นพญามุติ จนมาถึง พ.ศ.2459 มีพระรูปหนึ่งได้นำต้นพระยามุติมาให้ดู และได้ทำยารับประทานตั้งแต่นั้นมา

ร.ต.อ.เปี่ยมเล่าว่าท่านได้ทำยาขนานนี้รับประทานได้ 2-3 เดือน ลมออกหูก็หาย หูได้ยินชัดเจนดี ตาที่มัวก็กลับอ่านหนังสือได้ หน้าที่เคยเป็นฝ้าด่างดำก็หายไป ร่างกายก็แข็งแรง หลับสนิทดี
ท่านบอกลักษณะต้นพระยามุติว่า ใบของมันคล้ายใบตั้งอ้อ ดอกคล้าย ๆ ตุ้มหู หรือคล้ายดอกผักกาดดอกแบนสีเหลือง ถ้าขึ้นตรงพื้นดินสมบูรณ์ต้นจะสูงถึง 2 ศอกเศษ ชอบขึ้นตามหาดทราย หรือดินปนทราย ใช้ทำแกงเลียงกินได้ บางคนเรียกต้นออ มีมากในเดือน ยี่-3

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 34 บำรุงร่างกาย

  • ขมิ้นอ้อย
  • ผักเสี้ยนผี
  • โคกกระสุน
  • หัวแห้วหมู

ตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง กินก่อนนอนวันละ 1 เม็ดพุทรา ทำให้เจริญอาหาร แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 35.บำรุงร่างกาย

ให้เอารากข่อยมาต้มกินแทนน้ำ ช่วงแรกที่กินผิวจะดำคล้ำและลอกออกมาคล้ายงูลอกคราบ กินต่อไปเรื่อย ๆ รูปร่างจะเปลี่ยนแปลง ผิวพรรณผุดผ่องอ้วนท้วนสมบูรณ์ ผู้กินยานี้อายุได้ 160 ปี

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 36. บำรุงสายตา

เอาหัวแห้วหมูมาล้างให้สะอาด แล้วคั่วไฟ แล้วทุบให้แตก นำมาชงดื่มแบบน้ำชา แก้ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย ร่างกายแข็งแรง ตาสว่างดุจคนหนุ่ม ฟันทนแข็งแรง ร่างกายกลับเป็นหนุ่มสาว

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 37 บำรุงร่างกาย

  • กำลังวัวเถลิง หนัก 3 บาท
  • เปลือกตะโกนา หนัก 3 บาท
  • เปลือกทิ้งถ่อน 3 บาท
  • เขากวางอ่อน 3 บาท
  • แสมทะเล 3 บาท
  • เมล็ดข่อย 3 บาท
  • รากส้มกุ้งใหญ่ 2 บาท
  • รากส้มกุ้งน้อย 2 บาท
  • หัวบัวขม 2 บาท
  • ฝางเสน 2 บาท

เอาตัวยาทั้งหมดมาตำพอแหลก แล้วห่อผ้าขาวดองสุราไว้ 7 วัน กินวันละ 1 จอก หลังอาทิตย์ตกดิน

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 38

  • เมล็ดข่อย
  • พริกไทยล่อน
  • หัวแห้วหมู
  • หัวบัวขม
  • หัวกระชายแก่
  • ผักเสี้ยนผี
  • โคกกระสุน
  • เนื้อสมอทั้ง 3 อย่างละ 10

เอามาทุบดองสุรา กินก่อนอาหารเย็น กินประจำอายุยืนถึง 100 ปี แข็งแรงทำงานหนักได้ดุจคนหนุ่ม

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 41 ยาผิวงาม

เอาน้ำมะนาวเปรี้ยวจัด 1 ถ้วยตะไล ผสมกับน้ำสุก 1 แก้ว ผสมเกลือป่น 1 ช้อนกาแฟ คนดีแล้วดื่มจนหมดแก้ว ก่อนอาหารเช้าสัก 30 นาที กินติดต่อกัน 15 วัน และหยุด 10 วันจึงเริ่มดื่มใหม่ติดต่อกัน 3 วัน และหยุด 1 เดือนจึงเริ่มดื่มอีก วันละ 1 จอกแก้วยาดอง ท่านว่ารับรองผิวขาวเป็นนวลใย ไร้ไฝฝ้า

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 44 ยาลายแทง

ตำรานี้ได้จากลายแทงขุมทรัพย์เมืองพิษณุโลก ท่านเขียนเป็นปริศนาไว้ บอกว่าถ้าใครคิดได้ให้ขุดลงไปจะได้ทองคำ 1 ตุ่ม คนมีปัญญาคิดได้จึงขุดลงไปก็พบตุ่มใบหนึ่งพร้อมกับใบลานจารึกตำรายาขนานนี้ ท่านเขียนไว้ให้ทานแก่สมณชีพราหมณ์และหญิงชายทั้งปวง ถ้าผู้ใดพบตำรานี้ขอให้บอกต่อ ๆ กันไปจะได้ผลานิสงส์มาก ตำรามีว่า

  • รากช้าพลู 2 ตำลึง
  • รากมะแว้งต้น 2 ตำลึง
  • รากมะแว้งเครือ 2 ตำลึง
  • รากมะเขือขื่น 2 ตำลึง
  • เถาบอระเพ็ด 2 ตำลึง
  • รากเจตมูลเพลิง 1 ตำลึง

ให้เอายาทั้งหมดมาตำเป็นผงแล้วผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำอ้อยแดงก็ได้ ใส่หม้อผนึกไว้ให้ดี เอาทองแดงผูกคอ

หม้อหนัก 1 บาท แล้งฝังข้าวเปลือกไว้ 5 วัน แล้วรับประทานวันละ 1 ช้อนหอย สามารถแก้โรคทั้งปวง ผมหงอกจะกลับดำ อายุยืนถึง 100 ปี มีกำลังเจ็ดช้างสาร สำเนียงเสียงใส รูปงาม หาโรคมิได้ ถ้ารับประทานติดต่อกัน 6 เดือน สารพัดสัตว์ที่มีพิษกัดไม่เข้าเลย ถ้าเอาน้ำมูตร(ปัสสาวะ)ใส่ตุ่มไว้ เอาทองแดงแผ่ให้บางแช่ในน้ำมูตร(ที่เกิดจากกินยานี้) นาน 3 เดือน ทองแดงจะกลายเป็นทองคำธรรมชาติไม่มีขี้เลย ถ้าไม่จริงดังกล่าวขอให้ตัวข้าพเจ้าผู้ไว้ตำรานี้ตกจตุราบายเทอญ.

ยาตำรับนี้ตรงกับตำรับที่ 2 ที่เป็นตำราเหนือ ความจริงในตำรับนั้นท่านบอกเป็นภาษาเหนือ แต่ผู้เขียนได้แปลให้เป็นภาษาไทยแล้ว ก็ตรงกับตำรับนี้ เป็นตำรับยาที่เกิดและถ่ายทอดในสมัยเดียวกัน เพราะเมืองพิษณุโลกและเชียงใหม่ เชียงราย เชียงแสน รวมไปถึงพระสงฆ์ทางพม่าได้ไปมาหาสู่กันไม่ขาด พระสงฆ์ก็ไป ๆ มา ๆ เพราะทางเชียงใหม่เลื่อมใสพระสงฆ์ทางสุโขทัย จึงนิมนต์พระทางสุโขทัยไปเผยแพร่พระศาสนา และเป็นสังฆราชาอยู่ทางโน้นในสมัยพระเจ้ากือนา ทางพิษณุโลกก็ได้สุโขทัยเป็นหลักเช่นกัน ตำรายามักเผยแพร่ไปกับพระสงฆ์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนทุกหนทุกแห่ง และเป็นศูนย์กลางของการศึกษาด้วยเช่นกัน คนทางเหนือไม่สู้นิยมทำลายแทงเหมือนชาวพิษณุโลก มักเขียนใส่ใบลานเก็บใส่ตู้ไว้ตามวัดต่าง ๆ และบนหิ้งบูชาในบ้านของตนเองรวมกับคาถาอาคมอื่น ๆ จึงมักพบตำราลายแทงในเมืองพิษณุโลกและกำแพงเพชรเป็นส่วนมาก

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 45 แก้มือเท้าชา

ท่านให้เอาบอระเพ็ดพุงช้าง (สบู่เลือดเถา) มาหั่นตากแดดพอหมาด แล้วแช่กับน้ำตาลทรายแดงหรือสุราก็ได้ รับประทานเช้า-เย็น แก้มือเท้าชา แก้ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 46

ท่านให้เอากล้วยน้ำว้าสุก 1 หวี ปอกเปลือกออกแล้วใส่โหล เอาน้ำผึ้งใส่ให้ท่วมกล้วย ดองไว้ 15 วัน แล้วรับประทานก่อนอาหารวันละ 1 ลูก บำรุงกำลัง บำรุงประสาท แก้โรคเบาหวาน นอนหลับสนิทดี

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 47

  • หัวแห้วหมู
  • รากแจง
  • สมอไทย
  • สมอพิเภก
  • สมอเทศ
  • สมอดีงู
  • กระเทียม
  • ดอกดีปลี
  • ขิงแห้ง
  • หัวข่าเล็ก
  • เถาบอระเพ็ด
  • มะขามป้อม

เอาสิ่งละเท่ากัน ต้องตากแห้งก่อนแล้วทำเป็นผง ผสมน้ำผึ้ง รับประทานหลังอาหารเย็น ครั้งละ ปลายนิ้วก้อย เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้โรคลม ริดสีดวงทวาร ริดสีดวงลำไส้ ทำให้เจริญอาหาร นอนหลับสบาย ร่ายกายแข็งแรง

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 48 ปรับธาตุให้สมบูรณ์

ยาขนานนี้นอกจากเป็นยาอายุวัฒนะแล้วยังเป็นยารักษามะเร็งและโรคเรื้อรังได้อีกด้วย

  • รากแจง 1 ขีด
  • หัวไพล 1 ขีด
  • ขิงแห้ง 1 ขีด
  • หัวกะทือ 1 ขีด
  • หัวกระชาย 1 ขีด
  • พริกไทยล่อน 1 ขีด
  • ข้าวเย็นเหนือ 1 ขีด
  • ข้าวเย็นใต้ 1 ขีด
  • หัวแห้วหมู 1 ขีด
  • เกลือทะเล 2 ขีด

ทำเป็นผง ส่วนเกลือนั้นให้คั่วเสียก่อนแล้วนำมาตำให้ละเอียด จึงเอาทั้งหมดผสมกัน แล้วผสมน้ำผึ้ง รับประทานหลังอาหารเย็นเท่าปลายข้อนิ้วก้อย

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 48 กำลังราชสีห์

  • พริกไทยล่อน
  • หัวแห้วหมู
  • หัวกระชาย
  • เถาบอระเพ็ด
  • เกลือสะตุ (เอาเกลือใส่หม้อดินปิดฝาให้สนิทแล้วตั้งบนเตาถ่านประมาณ 30 นาที เกลือจะสุกเป็นผง จึงชื่อเกลือสะตุ) ตำยาทั้งหมดให้แหลกเป็นผงแล้วผสมน้ำผึ้งปั้นเม็ด หรือดองสุราก็ได้ กินก่อนอาหารเช้า ขนาดปลายนิ้วก้อย ท่านว่าจะมีพละกำลังดุจพญาราชสีห์

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 49. ยาเปลี่ยนร่าง

  • ลูกจันท์
  • ดอกจันท์
  • กระวาน
  • กานพลู
  • สมุลแว้ง
  • มหาหิงคุ์
  • ชะเอมเทศ
  • หัศคุณเทศ
  • พริกไทยล่อน

ท่านให้ทำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง กินหลังอาหารค่ำ หรือก่อนนอน กิน 1 เดือนโรคภัยจะหายสิ้น กิน 3 เดือน จะแข็งแรง ผิวพรรณสวยงาม

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 52 ยากำลังวิเศษ

  • กำลังหนุมาน
  • กำลังวัวเถลิง
  • ขมิ้นอ้อย
  • เถาเอ็น
  • เถาบอระเพ็ด
  • หญ้าเอ็นยืด
  • ฟ้าทะลาย
  • หัวกระชาย
  • เหง้าขิงแห้ง
  • พริกไทยล่อน
  • อำพันทอง
  • โสม

ทำเป็นยาผงผสมน้ำผึ้ง รับประทานครั้งละปลายนิ้วชี้หลังอาหารเช้าหรือเย็น

53. ตำรายาเหงือกปลาหมอ

หมอเมือง สันยาสี เรื่องนี้สำคัญ โปรดอ่านให้จบ

ตำรายานี้ได้มาจากเมืองพิษณุโลก ท่านให้เป็นปริศนาว่า ถ้าใครคิดได้ให้ขุดลงไปจะได้ทอง 100 ตำลึง คนฉลาดแก้ปริศนาออกจึงไปขุดก็พบแผ่นศิลาปิดปากหลุมไว้อย่างมิดชิด เมื่อเปิดออกดูก็พบใบลานยาวประมาณ 1 คืบ เมื่อเอามาอ่านดูก็พบว่าเป็นตำรายาวิเศษ จารึกด้วยอักษรขอมโบราณ มีใจความว่า
พระฤาษีแสดงไว้เป็นทานแก่สมณชีพราหมณาจาร ย์ และมนุษย์ทั่วไปทั้งหญิงและชายเพื่อจะให้บำบัดโรค ถ้าผู้ใดได้ตำรานี้แล้วขอให้บอกต่อ ๆ กันไป จะได้อานิสงส์กัลป์ ถ้าเอาตำรายานี้ไว้ไม่เชื่อถือแล้วจะต้องไปตกนรก ตำรายานี้ชื่อ ตำราต้นเหงือกปลาหมอ ถ้าเห็นต้นเหงือกปลาหมอขึ้นตรงทาง หรืออยู่ในที่ใด ๆ ก็ดี อย่าเหยียบย่ำข้ามเลย ต้นเหงือกปลาหมอนี้มีคุณวิเศษมากมายหลายอย่างคือ

  1. ถ้าเจ็บตา ตานั้นแดง ให้เอาเหงือกปลาหมอมาตำกับหัวขิง เอาหยอดตาหายแล
  2. ถ้าเป็นเหน็บชา เท้า มือ หรือทั้งตัว ให้เอาเหงือกปลาหมอมาตำทาที่เจ็บนั้นหาย
  3. ถ้างูกัด ให้เอาเหงือกปลาหมอทั้งห้ามาตำทั้งกินทั้งทา หายแล
  4. ถ้าเป็นฝีบวมขึ้นมา ให้เอาเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อยมารวมกันตำทา หายแล
  5. ถ้าเป็นริดสีดวงงอก ให้เอาเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อยตำปนกับน้ำมันหรือน้ำมูตรทา หายแล
  6. ถ้าเป็นไข้หนาวสั่นไปทั้งตัว ให้เอาเหงือกปลาหมอกับขิงตำปนกันแล้วกิน หายแล
  7. ถ้าเป็นหูหนาตาโต ให้เอาเหงือกปลาหมอตำเอาน้ำกิน แล้วเอาใบส้มป่อยต้มน้ำอาบ หายแล
  8. ถ้าเป็นมะเร็งแตกทั้งตัว ให้เอาเหงือกปลาหมอ พริกไทย ดีปลี สิ่งละเท่ากัน ตำเป็นผงกินกับน้ำร้อน หายแล
  9. ถ้าเป็นผื่นแดงคันขึ้นมาเกาจะ ไม่รู้สึกเจ็บ หรือที่เรียกว่าเป็นหูหนาตาโต ให้เอาเหงือกปลาหมอมาต้มกิน เอามาต้มกับใบส้มป่อยอาบด้วย หายแล
  10. ถ้าเป็นมะเร็ง ทำให้ลงจนตัวเหลือง ให้เอาเหงือกปลาหมอ กระชาย มะคำไก่ และสมอทั้งสาม ต้มกิน หายแล
  11. ถ้าหญิงมีระดูขาด หรือโลหิตแห้งแต่ 1 เดือนถึง 3 เดือนก็ดี ให้เจ็บผอมเหลืองทั่วสรรพางค์กาย ให้เอาเหงือกปลาหมอตำเป็นผงละลายน้ำมันงาหรือน้ำผึ้งกินทุกวันไป โรคนั้นหายแล
  12. ถ้าเจ็บหลัง เจ็บบั้นเอว ให้เอาเหงือกปลาหมอกับชะเอมเทศตำเป็นผงละลายน้ำกินทุกวัน หายแล
  13. ถ้าเป็นโรคริดสีดวงแห้ง หรือเป็นฝีในท้อง และซูบผอมไปทั้งตัว ให้เอาเหงือกปลาหมอมาตำเป็นผงละลายน้ำกินทุกวัน หายแล
  14. ถ้าเป็นโรคริดสีดวง มือเท้าตาย ให้ร้อนไปทั้งตัว เวียนศีรษะ ตามืดมัว เจ็บทั่วตัว แลผิวตัวให้สากแห้ง อันชื่อว่าลมเพชฆาต 38 จำพวก ให้เอาเหงือกปลาหมอกับเปลือกมะรุมเท่ากันใส่หม้อ เกลือเล็กน้อย หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ เอาฟืน 30 ดุ้นต้ม ถ้าเดือดแล้วให้อึดใจยกลง เมื่อจะกินให้อึดใจกิน หายแล
  15. ถ้าเจ็บตามตัว เมื่อยทั่วสรรพางค์กาย ให้เอาเหงือกปลาหมอตำเอาแต่น้ำกิน
  16. ถ้าช้างแทง กระบือชน หรือตกจากที่สูง หรือต้องคมอาวุธ ให้เอาเหงือกปลาหมอตำที่แผล หายแล
  17. ถ้าจะให้เจริญอายุ ท่านให้เอาเหงือกปลาหมอ 2 ส่วน พริกไทย 1 ส่วน ตำผงละลายน้ำผึ้งรับประทานทุกวัน รับประทาน 1 เดือนจะหมดโรค จะมีสติปัญญาดี รับประทาน 2 เดือนจะเป็นที่เมตตาแก่คนทั้งหลาย
รับประทาน 3 เดือน ริดสีดวง 12 จำพวกหาย รับประทาน 4 เดือน ลม 12 จำพวกไม่มีเลย ตาแดงดังตาครุฑ หูได้ยินดังราชสีห์ รับประทาน 5 เดือน โรคภายในจะหมดสิ้น
รับประทาน 6 เดือน จะเดินได้วันละพันโยชน์ ไม่เหนื่อยเลย รับประทาน 7 เดือน ผิวจะผุดผ่องสวยงามดี
รับประทาน 8 เดือน เสียงเหมือนนกการะเวก รับประทาน 9 เดือน คมหอกดาบแทงไม่เข้าเลย
ต้นเหงือกปลาหมอนี้มีคุณค่าหนักหนา เปรียบเหมือนพระอาทิตย์ก็ว่าได้ ถ้ากินอาหารหรือสิ่งใดผิดสำแดงเข้าไปจะไม่มีโทษเลย
  18. ถ้าเป็นฝีที่รักแร้และที่ลำคอก็ดี ให้เอาเหงือกปลาหมอ ขมิ้นอ้อย น้ำมันงา น้ำมูตร ตำเคล้าเข้าด้วยกันแล้วเคี่ยวเป็นน้ำมันทา หายแล
  19. ถ้าเป็นลมจับ ให้เอาเหงือกปลาหมอ 1 ส่วน พริกไทย 2 ส่วน ตำผงละลายน้ำร้อนรับประทาน แก้ลม 8 จำพวกหาย
  20. ถ้าจะประสานเนื้อให้สนิท ให้เอาเหงือกปลาหมอกับหัวสามสิบเท่ากัน ตำเอาน้ำประสานแผลทาหายสนิท
  21. ถ้าตามืดมัว ให้เอาเหงือกปลาหมอ กะเพราทั้ง 2 แสมสาร ใบทองหลางใบมน บอระเพ็ด เจตมูลเพลิง สิ่งละเท่ากันตำปิดกระหม่อม แล้วเอาเหล็กเผาไฟให้ร้อน เอามาวางทับเหนือยานั้น หายแล

เรียบเรึยงใหม่จาก http://www.sanyasi.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=528384&Ntype=4

ยาอายุวัฒนะ : กามตายด้าน

ยาอายุวัฒนะตำรับที่ 6

ยานี้แก้โรคกามตายด้านของผู้ชาย ที่เรียกว่านกเขาไม่ขัน ชื่อสมุนไพรบางตัวก็แปลก ๆ มีเฉพาะบางท้องถิ่น มีตัวยา 7 ตัวคือ

  • โด่ไม่รู้ล้ม
  • หญ้าไก่นกคุ่ม
  • หญ้าสามสิบสองราก
  • หนาดพา
  • นาคมีแลน
  • หญ้าปฐม
  • ตำสอ

สมุนไพรเหล่านี้ท่านไม่ได้บอกสัดส่วน ก็คงใช้แต่ละพอประมาณเท่า ๆ กัน ล้างสะอาดดีแล้วตากแดดให้แห้ง ดองด้วยสุรา 45 ดีกรี ใส่น้ำผึ้งพอสมควร รับประทานเช้า-เย็น ครั้งละ 1 จอก

ยาอายุวัฒนะขานที่ 7

  • เปลือกมะพลับ
  • เปลือกตะโกนา

เอายาทั้งสองอย่างนี้ปิ้งไฟให้กรอบดีแล้วชงน้ำร้อนรับประทานแทนน้ำชา ท่านว่าทำให้ทนทานดี

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 8

  • บอระเพ็ดพุงช้าง
  • โด่ไม่รู้ล้ม
  • ม้ากระทืบโรง

ใช้สัดส่วนเท่ากัน ตากแห้งแล้วดองสุรา รับประทานเช้า-เย็น 3-4 อาทิตย์ก็เห็นผลดี

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 9

ท่านประพันธ์เป็นถ้อยคำคล้องจองกันว่า

อนึ่งราชาบุรุษ องคะชาติชำรุดปรำปรา ดูดีแต่ตาโสภาแต่ใจ
ยกดอขึ้นตั้งขดดังปลาไหล หางลากเข้ากองไฟแสนเวทนา
เอาหัวเข้าจดมันหดออกเอง ทำพองโตงเตงชั่วช้าสาธารณ์
อาจารย์ท่านรู้เอารากช้าพลูแลขิงแห้งมา หรดาลกลีบทอง ดีปลีต้องหา
อีกเถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิงนา ลูกจันท์ทั้งมวลล้วนแต่เป็นยา
เอาเสมอภาคตากแห้งสิ้นกระบวน โขลกตำเป็นผงร่อนลงละเอียด
คลุกเคล้าละเลียดด้วยน้ำผึ้งรวง กินเช้ากินเย็นเจ็ดวันไม่เว้นจึงตื่นขึ้นมา
แม้แก่ชราอายุแปดสิบเกี้ยวเมียสู้ยิบ ไม่เว้นแต่ละวัน แม่ม่ายหัวสั่นขอตัวแทบตาย

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 10

ตำรานี้เป็นของเมืองเหนือ

  • มะเขือแจ้เครือ
  • จงละอาง
  • ม้าแม่ก่ำ

เป็นยาผงละลายน้ำสุรารับประทานเช้า-เย็นทุกวัน ท่านว่าวิเศษจริง

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 11

  1. ให้เอากระโปกกระชาย (หัวกระชาย เอาทั้งหัวและรากนั่นแหละครับ)
  2. ขัดมอญทั้งห้า ถอนขึ้นมาทั้งราก เอาทั้งหมดนั่นแหละ เอามาต้มกินต่างน้ำชาทุกวัน หิวน้ำเมื่อไหร่ก็กินน้ำยานี้ ท่านว่าแก้กามตายด้านได้ดี

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 12

กินรากหมากหมกกระดกกระเดก กินรากอ้ายเหล็กเล่นเด็กตาย

กินรากหวายดอตายสามปี กินรากขลีดอดีขึ้นมา

กินรากทุ้งฟ้าตั้งท่าจะเอา กินรากน้ำเต้ากระเด้าคืนยันรุ่ง

รุ่งแล้วยังเอาอีกเลย

ความหมายคือ เอารากหมากหมก รากอ้ายเหล็กนางยอง รากขลี รากทุ้งฟ้า รากน้ำเต้า ต้มกินทุกวัน

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 13

ท่านให้เอา ขันเพชร เล็ดหนู สำคัญคู่เป็นตัวยา เถาวัลย์พรรณพฤกษา ต้นมรณาปลายยังเป็น

สิทธิอาจารย์ว่าท่านให้เอาย่านเอ็น เส้นสายที่ตายเป็นจักคืนดี ถ้าต้มกินหม้อหนึ่งมิรำพึงถึงความตาย

เฒ่าชราฟันหาไม่ยังแค่นไปได้คืนละสามหน หมายความว่าเอาสมุนไพรดังต่อไปนี้คือ รากขันเพชร

รากเร็ดหนู ต้นฝอยทองที่อยู่ตามต้นไม้ ย่านเอ็น เอามาต้มกินต่างน้ำ

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 14

  • รากอ้ายบ่าว
  • รากสาวสะดุ้ง
  • รากกระทุ้งฟ้า
  • รากราชครูดำ
  • รากกำลังหนุมาน
  • รากกำลังวัวเถลิง

สัดส่วนเท่ากัน ใช้ตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นลูกกลอนก็ได้ หรือเอามาต้มกินน้ำก็ได้ ใช้ดองสุราดื่มทุกวันก็ได้ รับประทาน เช้า-เย็น

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 15

  • รากหมากหมก
  • รากอ้ายเหล็กนางยอง
  • รากขลี
  • รากกระทุ้งฟ้า
  • รากฟักทอง
  • รากขนเพชร
  • รากเร็ดหนู
  • ฝอยทอง
  • ย่านเอ็น
  • รากอ้ายบ่าว
  • รากสาวสะดุ้ง
  • รากราชครูดำ
  • รากกำลังหนุมาน
  • รากกำลังวัวเถลิง
  • เถาโคคลาน
  • เถาเอ็นอ่อน
  • เถาวัลย์เปรียง

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 23

ยานี้ชื่อยาหมื่น ศรี หมื่นศรีเป็นมหาดเล็กของเจ้าพระยาศรีธรรมโศก เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชในสมัยโบราณ ท่านบันทึกเป็นบทกลอนด้วยภาษาขอมสืบทอดกันมาจนถึงเรา ๆ ท่าน ๆ ทุกวันนี้ ผมไปเที่ยวเมืองใต้นอนค้างอยู่ตามวัดวาอาราม ท่านเจ้าอาวาสยังกล่าวเป็นคำกลอนให้ผมฟัง แสดงว่าคนใต้หลายคนที่รู้จักยาของหมื่นศรี และหลวงตารูปหนึ่งในวัดนั้นซึ่งบวชตอนแก่ อายุท่านได้ 82 ปีแล้ว แต่ยังเป็นช่างไม้ยืนถือกบไสไม้ด้วยอาการทะมัดทะแมงราวกับคนหนุ่ม ท่านว่าสมัยเป็นฆราวาสท่านฉันยานี้ประจำ แต่สมัยต่อมากัญชาหายากจึงไม่ได้ปรุงฉัน แต่ฤทธิ์ยามันยังทำงานอยู่จึงทำให้ท่านยังแข็งแรงดุจคนหนุ่ม และร่างกายไม่อ้วนเหมือนคนแก่อื่น ๆ ต่อมาผมมาพบตำรานี้ในตำรายาของ ร.ต.อ.เปี่ยม บุญยะโชติ ซึ่งเป็นคนนครศรีธรรมราชเช่นกัน ท่านเคยเป็นเลขาท่านจอมพล ป.พิบูลสงครามสมัยยังเรืองอำนาจ และเป็นคนแต่งตำรับตำราไว้มากมายหลายเรื่อง เป็นผู้ที่ควรแก่การยกย่องบูชามาก ยาต่าง ๆ ผมได้จากตำราท่านมาก ตำราคนอื่นก็มี ผสมผเสกันไป จึงขอนำบทกลอนมาลงไว้

ถึงเกยกายก็ไม่สมอารมณ์หวัง
มานอนนิ่งเสียได้ไม่อินัง เอามือรอต่อตั้งไม่นำพา
ตาหมื่นศรีก็เชื่อเหลือปรากฏ จึงได้จดจำไว้ให้เร่งหา
หัวขิงแห้ง รากช้าพลู แห้วหมูมา ทั้งกัญชา ลูกจันท์และพริกไทย
หรดาลกลีบทองต้องสำเหนียก ดีปลีเชือกเหมือนว่าหามาใส่
ครบแปดสิ่งเสมอภาคไม่ยากใจ ใส่ครกใหญ่ตำผงให้จงดี
แล้วเสกด้วยคาถาตรีสิงเห สัมพุทเธให้งามตามดิถี
น้ำผึ้งรวงเป็นกระสายลายทันที เอายานี้กินลองสองสามวัน
คงจะเห็นฤทธาคุณยานี้ ตาหมื่นศรีเจ้ายาอุตส่าห์หมั่น
อายุแกแปดสิบเศษสังเกตกัน ภรรยานั้นมากมายหลายสิบคน
ตาหมื่นศรีกินยาอยู่บ่อย ๆ ว่าไม่น้อยไม่เท็จคืนเจ็ดหน
ภรรยาออกระอาไปทุกคน ที่เหลือทนก็หนีออกนอกคามา
ถ้าผู้ใดกินยาเหมือนว่าไว้ คงจะได้สมมาตรปรารถนา
ไม่หลอนหลอกบอกชัดตามสัจจา ถ้ามุสาขอให้ตกนรกเอย.

หมายความว่า

  • หัวขิงแห้ง
  • รากช้าพลู
  • หัวแห้วหมู
  • กัญชา
  • ลูกจันทร์
  • พริกไทย
  • หรดาลกลีบทอง
  • ดอกดีปลี

เอามาทำเป็นผงก่อน แล้วผสมน้ำผึ้งรวงแล้วขณะปรุงยาก็เสกด้วยคาถาตรีสิงเห และสัมพุทเธ ท่านว่ากินเพียง 2-3 วันก็จะรู้ว่ายาดีแค่ไหน

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 24

ยานี้ชื่อเสาธงเหล็ก ร.ต.อ. เปี่ยม บุณยะโชติได้มาจากเจ้าน้อย ณ เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.2506 เจ้าของตำราเล่าว่ามีเพื่อนที่เครื่องสืบพันธุ์ตายแล้ว ใช้ยาฝรั่งฉีดก็ไม่ยอมลุกขึ้น กินยาสารพัดเป็นเวลาปีเศษ ๆ มันก็ยังนอนนิ่งทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวก็อายุเพียงสามสิบเศษ ๆ เท่านั้น มาวันหนึ่งเห็นพระธุดงค์กางกลดอยู่ริมป่าจึงนำข้าวปลาอาหารไปถวาย พระท่านเห็นสีหน้าหม่นหมองเหมือนมีทุกข์กังวลใจอะไรอยู่จึงสอบถาม ชายหนุ่มจึงเล่าความทุกข์ให้ฟัง ท่านฟังแล้วก็บอกว่าอย่าวิตกไปเลย อาตมามียาที่ช่วยเหลือคนแบบนี้มาหลายคนแล้ว ให้โยมเอาไปปรุงกินเถิด ตัวยามีดังนี้

  • หัวกระชายแก่
  • หญ้าปากควาย
  • ต้นขัดมอญทั้งห้า
  • ข้าวเปลือก

สมุนไพรทุกตัวหนัก เท่ากัน ให้เอายาเหล่านี้ใส่หม้อ ใส่น้ำให้ท่วมยา น้ำสี่ส่วน ต้มเคี่ยวจนเหลือ 1 ส่วน ให้รับประทานติดต่อกันให้ได้ 3 หม้อ หรือมากกว่านี้ก็ได้ เรื่องวิตกทุกข์ร้อนก็จะคลายไปสิ้น เมื่อชายหนุ่มทำยานี้กินก็ได้ผลดุจท่านบอกจริง ๆ

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 26

  • อังคุณะ
  • พริกไทยล่อน
  • หัวกะทือ
  • ว่านเสมา
  • พิลังกาสา
  • โลลุ
  • คนทีสอ
  • โคกกระสุน
  • ว่านน้ำ
  • เกาะดูรุเพทะ

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 29

เอากระเทียมสดบดกับเนย รับประทานประจำทุกวัน วันละ 3 เวลาก่อนอาหาร กำลังดี ไม่ล่มปากอ่าว

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 32

เอาหัวกระชายแก่ 3 หัว ทุบให้แตกแล้วห่อด้วยผ้าขาวบางแช่น้ำผึ้งป่ากิน เกิดกำลังดีนัก

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 39

  1. ต้นกะเม็งทั้งห้า (ถอนขึ้นมาทั้งราก เอาทุกส่วน) เอามาสักหอบใหญ่ ๆ ล้างให้สะอาดแล้วสับเป็นชิ้น ๆ ตำหรือปั่นให้แหลก คั้นเอาแต่น้ำให้ได้น้ำหนัก 6 ขีด
  2. เอาเกลือแกง 3 ขีด ตำให้แหลกแล้วผสมลงไป
  3. เอายาตั้งไฟเคี่ยวจนน้ำแห้ง
  4. ขูดเอาเกลือที่ผสมยานั้นแหละใส่กระปุกไว้ ใช้รับประทานก่อนนอนครั้งละ 1-2 ช้อนกาแฟ จะทำให้เจริญอาหาร นอนหลับสบาย ร่างกายแข็งแรง ความรู้สึกทางเพศดี

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 40 ยาปลุกอารมณ์

  1. ไข่เป็ดดิบ 1-2 ฟอง กินกับน้ำใบบัวบก 1 แก้วก่อนนอนทุกคืน
  2. ตัวเพียงขาว (อยู่ตามขอนไม้ผุ) 1 ตัว กินกับสุราขาว 1 จอก
  3. ลูกหนูแดง ๆ ที่ออกจากท้องแม่ใหม่ ๆ 1-3 ตัว กินกับสุราขาว 1 จอก
  4. หัวแห้วหมู ใบกระท่อม พริกไทยล่อน หัวกวาวเครือขาว เนื้อมะขามป้อม หนักเท่ากันทำเป็นผงผสมน้ำนมแพะ ใส่กะทะตั้งไฟเคี่ยวจนเหนียวดีแล้วก็ปั้นเป็นเม็ดพุทรา กินวันละ 1 เม็ดพุทรา
  5. ไข่เหี้ยนึ่งพอเยิ้มเป็นยางมะตูม กินกับสุราขาว 1 จอก
  6. ตัวต่ออ่อน 10 ตัว กินกับสุราขาว 1 จอก
  7. จั๊กจั่นทะเลที่ลอกคราบใหม่ ๆ 3 ตัว กินกับสุราขาว 1 จอก

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 42

  • ใบบัวบกตากแห้ง หนัก 3 บาท
  • รำอ่อนข้าวกล้อง หนัก 3 บาท
  • หรดาลกลีบทอง 5 บาท
  • หัวแห้วหมูตากแห้ง 3 บาท
  • พริกไทยล่อน 2 บาท
  • หัวกวาวเครือแดง 15 บาท

ทำเป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นเม็ดเท่าลูกพุทราอ่อน กินก่อนนอนวันละ 1 เม็ด แม้ชายแก่จะคึกเหมือนม้า

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 43

  • หัวกวาวเครือขาว
  • หัวกวาวเครือแดง
  • หัวกวาวเครือดำ

ทำเป็นผง ผสมน้ำผึ้ง น้ำนมวัว น้ำอ้อย เนย และมะขามป้อมพอเปรี้ยวนิด ๆ แล้วปั้นเม็ดตากแดดให้แห้งจึงเก็บไว้กินวันละ 1-2 เม็ด ท่านว่าแม้อายุ 80 ปีก็ยังคึกเหมือนโคถึก ทำงานได้ไม่เหนื่อยเลย

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 51

  • โด่ไม่รู้ล้ม
  • หัวกระชาย
  • พริกไทยล่อน
  • โสมแดง
  • ลูกยอ
  • เหงือกปลาหมอแดง
  • ดอกดีปลี
  • ฟ้าทะลายโจร
  • หัวแห้วหมู

ทำเป็นยาผงผสมน้ำผึ้งปั้นเม็ดขนาดเม็ดพุทรา รับประทานวันละ 2 เม็ดก่อนอาหาร ร่างกายจะแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน ความรู้สึกทางเพศจะดีมาก

เรียบเรียงใหม่จาก http://www.sanyasi.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=528384&Ntype=4