<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>:: ETCPOOL BLOG :: &#187; เกลือ</title>
	<atom:link href="http://blog.etcpool.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.etcpool.com</link>
	<description>+=+...หยิบนู่น ผสมนี่ เอาสิ่งดีๆ มารวมกัน...+=+</description>
	<lastBuildDate>Thu, 08 Dec 2011 17:22:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>โซเดียมคืออะไร?</title>
		<link>http://blog.etcpool.com/2010/07/17/whats-sodium/</link>
		<comments>http://blog.etcpool.com/2010/07/17/whats-sodium/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Jul 2010 00:08:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>osnail</dc:creator>
				<category><![CDATA[General]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[การบริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ผงชูรส]]></category>
		<category><![CDATA[อันตรายจากอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เกลือ]]></category>
		<category><![CDATA[โซเดียม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.etcpool.com/?p=1498</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://blog.etcpool.com/2010/07/17/whats-sodium/" title="โซเดียมคืออะไร?"></a>และการรับประทานมากเกินไปจะมีผลกระทบอย่างไร โซเดียม เป็นส่วนประกอบของเกลือ ซึ่งเกลือ 1 กรัม จะมีโซเดียมประมาณ  400 กรัม ร่างกายคนเรามีความต้องการโซเดียม ประมาณ 2400 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าได้รับมาก ร่างกายจะขับออกโดยไต ทำให้ไตทำงานหนัก ดังนั้นการที่ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณพอเพียง ไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป ก็จะเกิดผลดีต่อการทำงานของไต เกลือโซเดียมมาจากแหล่งใด และมีผลต่อร่างกายอย่างไร? เกลือโซเดียม หรือเกลือแกง เป็นตัวหลักของสารที่ให้ความเค็มในเครื่องปรุงรสที่นิยมใช้ คือ น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เต้าเจี้ยว ฯลฯ และยังใช้ในการถนอมอาหารประเภทหมักดองเช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ไข่เค็ม ปลาร้า ปลาเค็ม เนื้อเค็ม เต้าเจี้ยว &#8230;<p class="read-more"><a href="http://blog.etcpool.com/2010/07/17/whats-sodium/">Read more &#187;</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://blog.etcpool.com/2010/07/17/whats-sodium/" title="โซเดียมคืออะไร?"></a><h3><span style="color: #ff6600;">และการรับประทานมากเกินไปจะมีผลกระทบอย่างไร</span></h3>
<p><em>โซเดียม เป็นส่วนประกอบของเกลือ ซึ่งเกลือ 1 กรัม จะมีโซเดียมประมาณ  400 กรัม</em></p>
<p>ร่างกายคนเรามีความต้องการโซเดียม ประมาณ 2400 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าได้รับมาก ร่างกายจะขับออกโดยไต ทำให้ไตทำงานหนัก</p>
<p>ดังนั้นการที่ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณพอเพียง ไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป ก็จะเกิดผลดีต่อการทำงานของไต</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">เกลือโซเดียมมาจากแหล่งใด และมีผลต่อร่างกายอย่างไร?</span></h3>
<p>เกลือโซเดียม หรือเกลือแกง เป็นตัวหลักของสารที่ให้ความเค็มในเครื่องปรุงรสที่นิยมใช้ คือ น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เต้าเจี้ยว ฯลฯ และยังใช้ในการถนอมอาหารประเภทหมักดองเช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ไข่เค็ม ปลาร้า ปลาเค็ม เนื้อเค็ม เต้าเจี้ยว เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้เกลือโซเดียมยังแฝงมากับอาหารอื่นอีก เช่น ขนมอบกรอบ ผงชูรส โดยการกินอาหารที่เค็มจัดที่ได้จากเกลือโซเดียม หรือเกลือแกงมากกว่า 6 กรัม ต่อวัน หรือมากกว่า 1 ช้อนชาขึ้นไป จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูง ซึ่งจะยิ่งสูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบกินผัก ผลไม้ หรือกินน้อย และการกินอาหารรสเค็มจัด จะมีโอกาสเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารด้วย</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">ร่างกายของเราไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 2400 มิลลิกรัมต่อวัน</span></h3>
<p><strong>วิธีที่ช่วยลดปริมาณการบริโภคโซเดียมมีหลายวิธี เช่น</strong></p>
<ul>
<li>หลีกเลี่ยงการบริโภค อาหารรสจัด และอาหารหมักดอง</li>
<li>ชิมอาหารทุกครั้งก่อนเติมเครื่องปรุง</li>
<li>เลือกบริโภคอาหารสด หรืออาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด</li>
<li>หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวที่มีเครื่องปรุงรสปริมาณมาก</li>
<li>ลด ความถี่ของการบริโภคอาหารที่ต้องมีการปรุงเครื่องปรุงน้ำจิ้ม และลดปริมารน้ำจิ้มที่บริโภคลงด้วย</li>
<li>ทดลองปรุงอาหารโดยใช้ปริมาณเกลือ น้ำปลา ตลอดจนเครื่องปรุงรสอื่นๆ เพียงครึ่งหนึ่งที่กำหนดไว้ในสูตรปรุงอาหาร ถ้ารสชาติไม่อร่อยจริงๆ จึงค่อยเพิ่มปริมาณของเครื่องปรุงรส</li>
<li>ปลูกฝังนิสัยให้บุตรหลานกินอาหารรสจืด โดยไม่เติมเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ตลอดจนซอสปรุงรสในอาหารทารก</li>
<li>การบริโภคอาหารที่มีปริมาณโปแตสเซียมสูง เช่น ผัก และผลไม้ จะช่วยลดความดันโลหิต</li>
</ul>
<p><a href="http://blog.etcpool.com/wp-content/uploads/2010/07/IMAG0274.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1499" title="IMAG0274" src="http://blog.etcpool.com/wp-content/uploads/2010/07/IMAG0274-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p><span style="color: #888888;"><em>พิมพ์จากแผ่นพับแจกใน สถาบันโรคทรวงอก </em></span><a href="http://cdi.thaigov.net" target="_blank"><span style="color: #888888;"><em>http://cdi.thaigov.net</em></span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.etcpool.com/2010/07/17/whats-sodium/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เกลือบำบัด</title>
		<link>http://blog.etcpool.com/2009/08/18/salt-therapy/</link>
		<comments>http://blog.etcpool.com/2009/08/18/salt-therapy/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2009 18:29:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>osnail</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[Herbal]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัด]]></category>
		<category><![CDATA[เกลือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://etcpool.wordpress.com/?p=796</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://blog.etcpool.com/2009/08/18/salt-therapy/" title="เกลือบำบัด"></a>เครื่องปรุงเกล็ดขาวๆเม็ดเล็กๆรสเค็มๆ ที่วางอยู่บนหิ้งเครื่องปรุงในครัว นามว่า &#8220;เกลือ&#8221; นี่ล่ะค่ะใช้เป็นยาสามัญประจำบ้านได้ดีนักแล ดึกดื่นค่อนคืนหากมีอาการ ท้องร่วง ท้องเดิน ขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ในบ้านไม่มีผงเกลือแร่ไว้สักซอง เราสามารถผสมน้ำเกลือเองได้ เพียงผสมน้ำต้มสุก 1 ขวดกลม (ประมาณ 750 ซีซี หรือกะง่ายๆก็ขนาดเท่าขวดน้ำปลาที่บ้านนั่นแหละค่ะ) กับน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ บวกเกลือป่น 1/2 ช้อนชา ใช้ดื่มต่างน้ำ แทนเกลือแร่ได้ค่ะ โดยน้ำเกลือที่ผสมเองนี้สามารถเก็บไว้ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นน้ำเกลือซองหรือน้ำเกลือที่เราผสมเองไม่ได้มีสรรพคุณ ช่วยให้หยุดถ่ายท้องนะคะ แต่เราดื่มเพื่อชดเชยน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปกับการท้องเดิน ป้องกันการเกิดภาวะขาดน้ำที่หากถ้าเป็นรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ เจ็บคอ เหงือกอักเสบ เพียงผสมเกลือสัก 1/4 ช้อนชา กับน้ำ 1 แก้ว &#8230;<p class="read-more"><a href="http://blog.etcpool.com/2009/08/18/salt-therapy/">Read more &#187;</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://blog.etcpool.com/2009/08/18/salt-therapy/" title="เกลือบำบัด"></a><p>เครื่องปรุงเกล็ดขาวๆเม็ดเล็กๆรสเค็มๆ ที่วางอยู่บนหิ้งเครื่องปรุงในครัว นามว่า &#8220;เกลือ&#8221; นี่ล่ะค่ะใช้เป็นยาสามัญประจำบ้านได้ดีนักแล ดึกดื่นค่อนคืนหากมีอาการ ท้องร่วง ท้องเดิน ขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว<br />
ในบ้านไม่มีผงเกลือแร่ไว้สักซอง เราสามารถผสมน้ำเกลือเองได้ เพียงผสมน้ำต้มสุก 1 ขวดกลม (ประมาณ 750 ซีซี หรือกะง่ายๆก็ขนาดเท่าขวดน้ำปลาที่บ้านนั่นแหละค่ะ) กับน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ บวกเกลือป่น 1/2 ช้อนชา ใช้ดื่มต่างน้ำ แทนเกลือแร่ได้ค่ะ โดยน้ำเกลือที่ผสมเองนี้สามารถเก็บไว้ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นน้ำเกลือซองหรือน้ำเกลือที่เราผสมเองไม่ได้มีสรรพคุณ ช่วยให้หยุดถ่ายท้องนะคะ แต่เราดื่มเพื่อชดเชยน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปกับการท้องเดิน</p>
<p>ป้องกันการเกิดภาวะขาดน้ำที่หากถ้าเป็นรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้<br />
เจ็บคอ เหงือกอักเสบ เพียงผสมเกลือสัก 1/4 ช้อนชา กับน้ำ 1 แก้ว อมกลั้วคอเช้า &#8211; เย็น หลังแปรงฟัน ควบคู่ไปกับการรักษาที่ต้นเหตุจะช่วยให้อาการดังกล่าวหายเร็วขึ้น เนื่องจากเปรียบเสมือนเป็นการล้างแผลด้วยน้ำเกลือช่วยลดการเจริญเติบโตของ เชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี แต่ใช่ว่าเกลือจะมีแต่ด้านดีเพียงด้านเดียว หากคุณเป็นผู้รักความเค็มมากจนเกินพอดี ก็มีสิทธิ์เสี่ยงต่อการเกิดโรคไต โรคความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน</p>
<p>ที่มา: หนังสือชีวจิตฉบับที่ 78 จาก <a href="http://www.cheewajit.com" target="_blank"><em>http://www.cheewajit.com</em></a></p>
<p><em><a href="http://www.lib.ru.ac.th/miscell/salt.html" target="_blank">http://www.lib.ru.ac.th/miscell/salt.html</a></em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.etcpool.com/2009/08/18/salt-therapy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

