Tag Archives: เกษตรกรรม

ช่องทางเชื่อมโยงการซื้อขายข้าวตรงระหว่างชาวนาและผู้บริโภค : ข้าวอินทรีย์ส่งตรงจากชาวนาถึงผู้บริโภค

เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับผู้ที่ใช้ช่องทางสื่อสารทางสังคมออนไลน์อยู่แล้ว
ข้อมูลที่ทางเว็บลงให้เป็นข้อมูลอัพเดต ณ วันที่ทำการเขียนโพสท์ซึ่งมีแท็กข้อมูลวันที่เวลาให้ชัดเจนอยู่แล้ว ข้อมูลคืบหน้าอื่นใด ผู้ติดตามต้องติดตามจากเพจเองเป็นระยะๆ

ในช่วงกระแสขึ้นของการขายข้าวตรงจากชาวนาสู่ผู้บริโภคนี้ ชุมชนและเว็บเพจต่างๆ ได้ผุดขึ้นมากมาย ทางเว็บเราจะทะยอยนำมานำเสนอต่อท่านในโอกาสต่อๆ ไป

75049_595262107166026_907331782_n

554447_595263527165884_1207181043_n

screen-shot-2559-11-13-at-12-25-47

ติดตามได้ที่ ข้าวอินทรีย์ส่งตรงจากชาวนาถึงผู้บริโภค

หมายเหตุ : ทางเว็บเราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผลประโยชน์ร่วมใดๆ เพียงแต่อยากเป็นช่องทางช่วยอีกทางหนึ่งที่จะสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้ผลิตที่มีคุณภาพและผู้บริโภคเพื่อช่วยสร้างเสริมเศรษญกิจที่ดีของประชาชนเท่านั้น

:: blog.etcpool.com

ช่องทางเชื่อมโยงการซื้อขายข้าวตรงระหว่างชาวนาและผู้บริโภค : สั่งซื้อข้าวจากชาวนาไทย E-Rice Thai farmer

14606499_702407496580895_8064568395881370832_n

ประเทศเราประสบปัญหาการบริหารที่ฉ้อฉล การค้าที่ไม่เป็นธรรมมาตลอดแทบจะเรียกว่าเป็นของคู่ประเทศเราก็ว่าได้ เรามาช่วยกันเปิดช่องทางสร้างเสริมระบบที่ยั่งยืนให้เกิดระบบต่างๆ ที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรมกับประชาชน อย่าปล่อยให้เป็นแค่กระแสนิยมที่แค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเหมือนคนในประเทศเราไม่เคยได้เรียนรู้อะไรเลย

เว็บเพจนี้เป็นเพจเฟซบุ๊คดำเนินการมามากกว่า 1 ปีแล้ว ก่อนจะมีกระแสเรื่องราคาข้าว ณ ปัจจุบันที่เขียนโพสท์นี้ยังไม่มีเว็บเพจเป็นของตัวเอง อยากแนะนำไปยังเจ้าของเพจว่าระยะยาวควรมีเว็บเพจเป็นของตัวเองที่ให้ข้อมูลหลักๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วย เป็นช่องทางที่ดีเริ่มมีประสบการณ์และคาดว่าระบบต่างๆ น่าจะเริ่มอยู่ตัวเชื่อถือได้ในระดับหนึ่งและ ที่นำมานำเสนอเป็นข้อมูลตัวอย่างจากหน้าเพจ

11167678_472554339566213_462257788986824974_n

screen-shot-2559-11-07-at-19-12-46

screen-shot-2559-11-07-at-19-15-11

screen-shot-2559-11-07-at-19-21-32

สนใจเลือกซื้อ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติมได้โดยตรงที่เพจ  สั่งซื้อข้าวจากชาวนาไทย E-Rice Thai farmer

หมายเหตุ : ทางเว็บเราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผลประโยชน์ร่วมใดๆ เพียงแต่อยากเป็นช่องทางช่วยอีกทางหนึ่งที่จะสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้ผลิตที่มีคุณภาพและผู้บริโภคเพื่อช่วยสร้างเสริมเศรษญกิจที่ดีของประชาชนเท่านั้น

:: blog.etcpool.com

ปรุงดินอย่างไรให้ปลูกไม้งาม : โดยครูชาตรี

หลายคนมักถามครูชาตรีอยู่เสมอว่า อยู่ในเมืองอยากปลูกต้นไม้ปลูอย่างไรก็ไม่งาม อยากจะปรุงดินอย่างไรให้ต้นไม้งามวันนี้เลยขอตอบให้หายคาใจเลยนะครับ

ธรรมชาติของต้นไม้จะชอบสิ่งต่อไปนี้คือ

1. ดินมีธาตุอาหารท่ีพืชใช้ประโยชน์ได้เลย เช่นปุ๋ยคอกพืชจะใช้ไม่ได้ต้องให้จุลินทรีย์ย่อยสลายเป็นกรดอมิโนหรือสารโมเลกุลเล็กๆปุ๋ยหมักพืชสามารถนำไปใช้ได้เลย
2. ดินต้องมีอากาศ ในท่ีนี้ต้องดินโปร่งอากาศผ่านได้ เพราะรากพืชต้องการหายใจเลยต้องใช้อากาศ เคยสังเกตไหมว่านำ้ท่วมใบไม้จะเหี่ยวและตาย คำตอบคือรากขาดอากาศทำใหรากตายรากจึงดูดนำ้ไม่ได้ต้นไม้ขาดนำ้ใบไม้จึงเหี่ยว
3. วัสดุต้องอุ้มนำ้ได้ดี่เพราะนำ้เป็นปัจจัยหลักของพืช
4. ดินต้องระบายนำ้ดีเพื่อไม่ให้เกิดนำ้ท่วมขังทำให้รากขาดอากาศ
5. ดินมีสภาพเป็นกลางไม่เป็นกรดหรือด่าง
Continue reading

‘เดชา ศิริภัทร’ : กระดูกสันหลังของชาติถูกมอมเมาด้วยปุ๋ยเคมีและประชานิยมเกษตร

เกษตรอินทรีย์กับการ “ปรับสมดุลธรรมชาติ”

“เป้าหมายหลักของเกษตรอินทรีย์ไมใช่แค่การปลูกพืชปลอดสารพิษ คุณภาพดี ขายได้ราคาแพง  อินทรีย์แปลว่ามีชีวิต เกษตรอินทรีย์คือการใช้สิ่งมีชีวิตเป็นตัวตั้ง เช่น ปุ๋ย ก็ต้องปุ๋ยอินทรีย์ ทุกอย่างต้องมาจากธรรมชาติ  เราเคารพธรรมชาติและอยู่กับธรรมชาติอย่างสอดคล้อง โดยไม่เอาเปรียบ ไม่ทำลาย” ‘เดชา ศิริภัทร’ หรือ ‘อาจารย์เดชา’ ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนชาวนา จ.สุพรรณบุรี เริ่มการสนทนาด้วยการอธิบายว่าหลักสำคัญที่แท้จริงของเกษตรอินทรีย์คืออะไร

3

อย่างไรก็ดียังมีเกษตรอินทรีย์ที่ ‘เพี้ยน’ จากหลักการ เช่น การใช้สมุนไพรฉีดฆ่าแมลงทุกตัวทั้งแมลงดีและแมลงไม่ดี(ศัตรูพืช) แม้จะเป็นสารธรรมชาติแต่ก็อยู่ร่วมกับธรรมชาติไม่ได้เพราะทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุล เช่น ฉีดสมุนไพรบางอย่างอาจไปฆ่าแมงมุมซึ่งเป็นแมลงดีที่ช่วยกินเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เกษตรกรอินทรีย์จริงๆจะต้องเป็นเพียงผู้ช่วยหรือนักจัดการระบบธรรมชาติให้สมดุล

2

“เช่น หอยเชอร์รี่ศัตรูต้นข้าว ชาวนาทั่วไปก็เอายาเคมีไปฆ่ามัน แต่ศึกษาให้ดีจะรู้ว่าหอยพวกนี้มีศัตรูคือเป็ด  แค่เลี้ยงเป็ดมาปล่อยในนาข้าว มันก็จะกินหอยเชอร์รี่โดยที่เราไม่ต้องทำอะไร หรือถ้าจะใช้สมุนไพรกำจัดแมลงก็ต้องใช้ที่เป็นตัวคุมจำนวนไม่ใช่ตัวฆ่า  เช่น ใช้สารสะเดาฉีดไปที่พืชถึงจะโดนแมลงก็ไม่ตายเพราะไม่ใช่สารฆ่าแมลง แต่สะเดาจะถูกดูดซึมไปในต้นพืช เมื่อแมลงศัตรูพืชกินพืชต้นนั้น ก็จะได้รับสารสะเดาที่ทำหน้าที่คล้ายๆกับฮอร์โมนควบคุมการลอกคราบเข้าไป พอมันลอกคราบไม่ได้ มันก็ตายและลดจำนวนลง”

Continue reading

หลุมพอเพียง ปลูกทุกอย่างในหลุมเดียว ลดภาระการรดน้ำ ปลูกซ้ำ

หลุมพอเพียง คือ การปลูกพืชหลายอย่างในหลุมเดียว หลุมที่ว่านี้ไม่ได้สภาพเป็นหลุมลึก ๆ แต่เป็นการปลูกพืชเป็นกลุ่ม ขนาดที่น่าลองทำคือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร แต่สำหรับคนที่มีพื้นที่ว่าง เพื่อเตรียมปลูกพืช อาจจะทำหลายๆหลุม ขนาดที่กำลังพอแรง คือขนาดกว้าง 80 – 100 เซนติเมตร จะทำวงกลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ ระยะห่างระหว่างหลุม 4 x4 เมตร ถ้ามีพื้นที่ 1 ไร่ จะได้ 100 หลุม หรือถ้าไม่มีที่เป็นผืนก็สร้างหลุมไว้ตามหัวไร่ปลายนา มุมบ้าน หลังครัว ขอบบ่อน้ำ ริมทางเดิน ได้หมด

14302061761430206236l Continue reading

ปลูกผักบุ้งจีนในพื้นที่ 50 ตารางวา

 ปรับปรุงจากเนื้อหาต้นฉบับ (ขออนุญาติคัดลอกและตัดทอนเนื้อหาให้เหลือเฉพาะวิธีปลูกและวิธีดูแลไม่ชี้นำเรื่องต้นทุนกำไร ทั้งนี้การทำการเกษตรไม่มีสูตรสำเร็จเพราะปัจจัยต่างๆ ในทั้งเรื่องพื้นที่และทรัพยากรณ์ของแต่ละที่และแต่ละบุคคลย่อมมีความหลากหลายแตกต่างกันไป) โดยรวมแล้วการเพาะปลูกตามลักษณะนี้จะเกิดกำไรและเป็นการสร้างรายได้ที่ดีแน่อนถ้ามีองค์ความรู้ ประสบการณ์ และระบบการจัดการดูแลเอาใจใส่ที่ดี แต่บางครั้งอาจไม่ได้สร้างรายได้ได้ดีมากในลักษณะที่เกินจริง แต่เป็นรายได้ที่การลงทุนในธุรกิจจะสามารถพึ่งพาตนเองได้แน่นอนแต่ไม่มากเกินไป

ผักบุ้งจีน เป็นพืชผักที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยมาช้านาน เนื่องจากมีลำต้น อวบ ตรงใหญ่ มีสีสันน่าทาน ทั้งยังเป็นพืชที่เพาะปลูกง่าย ขายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและผู้ปลูกมาที่สุดก็คือ ผักบุ้งจีนใบไผ่ ที่มีลักษณะใบเรียวเล็กเหมือนใบไผ่ ไม่มีแขนง ข้อปล้องยาว ลำต้นตรง นอกจากผักบุ้งพันธุ์นี้จะมีลักษณะน่ารับประทานแล้ว ยังเป็นพันธุ์ที่ปลูกขายได้ราคาดีอีกด้วย ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกยืนยันว่าในช่วงที่ราคาดี : blog.etcpool.com สามารถขายได้ 15-20 บาท / กก. เลยทีเดียว

189733

การปลูกผักบุ้งจีน

ผักบุ้งจีนใบไผ่นั้นสามารถปลูกได้ทั้งบนบกและในน้ำและสามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด ดินที่เหมาะสมในการปลูกผักบุ้งเพื่อการบริโภคสด จะเป็นดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย ผักบุ้งชอบชื้นแฉะ ต้องการความชื้นในดินสูงมากอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตอยู่ในช่วงที่สูงกว่า 25 องศาเซลเชียส ต้องการแสงแดดเต็มที ซึ่งประเทศไทยสามารถปลูกได้ดีตลอดไป โดยมีวิธีปลูกง่ายๆ คือเตรียมแปลงโดยการไถดะและ ไถแปรให้เรียบร้อย และทำการตากแดดทิ้งไว้ เพื่อกำจัดโรคแมลงพร้อมใส่ปุ๋ยคอก ปลูกแบบได้ทั้งแบบหว่านเมล็ด และแบบแยกหน่อ

การเตรียมแปลง

1. ไถและเตรียมดินที่จะปลูกให้สมบูรณ์ วัดความเป็นกรด-ด่างในดินให้มีค่า PH อยู่ที่5 -7 ถ้าไม่ได้ให้ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักใส่ผสมลงไปอัตรา 1 – 2 ตันต่อไร่ จากนั้นตากดินไว้ 7 วัน

2. ปรับไถดินด้วยรถไถคราดเศษวัชพืชออกให้ดินร่วนซุย ยกร่องเป็นแปลงปลูก ขนาด 50 ตารางวา (กว้าง 4 x 48 เมตร) ใช้เมล็ดพันธุ์ 4 – 5 กิโลกรัม

การเตรียมดินปลูกผัก

 

615604f81

การเตรียมเมล็ด

 

1. นำเมล็ดแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน (ถ้าต้องการให้งอกเร็วให้ต้มน้ำให้เดือดนำไปผสมกับน้ำให้อุณหภูมิอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส นำเมล็ดแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน)

2. บ่มเมล็ดโดยห่อเมล็ดด้วยผ้าขาวบาง ทิ้งไว้ให้เปลือกของเมล็ดหลุดออก จากนั้นจึงนำไปหว่านในแปลงที่เตรียมไว้ เสร็จแล้วนำฟางหรือใบอ้อยหรือแกลบผสมปุ๋ยคอกมาคลุมปิดด้านบนเพื่อช่วยเก็บความชื้น

การดูแลรักษา

รดน้ำให้ชุ่ม (เช้า-เย็น) โดยรดทุกวัน ประมาณ 3 วัน ผักบุ้งจะเริ่มงอก ขึ้นมาเป็นต้นให้เห็น หลังหว่านได้ 5-7 วัน

โรค-แมลงศัตรูผักบุ้งที่พบว่ามีการระบาดในแปลงปลูกและสร้างความเสียหายให้แก่ผักบุ้ง ได้แก่ อาการใบหงิกงอ สาเหตุจากเพลี้ยเข้าทำลาย หากพบ ให้กำจัดด้วยน้ำหมักใบยาสูบ โดยจะหาซื้อใบยาสูบหยาบจากโรงงาน ราคาประมาณ กิโลกรัมละ 8-10 บาท อัตรา 10 กก. ใส่ในถังน้ำมัน 200 ลิตร เติมน้ำพอท่วม ปิดฝาถังหมักทิ้งไว้ 1 คืน นำไปฉีดพ่นให้ทั่วทุก 5-7 วัน จะช่วยกำจัดเพลี้ย สาเหตุของอาการใบหงิกได้

นอกจากนี้ยังพบว่ามี โรคราสนิมขาว เข้าทำลายผักบุ้ง ซึ่งพืชจะมีอาการเป้นจุดสีเหลืองซีดด้านบนใบ ด้านใต้-ใบตรงกันข้ามจะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ ขนาด 1-2 มิลลิเมตร อาจพบลักษณะปุ่มปม หรือบวมพองโตขึ้นในส่วนของก้านใบและลำต้น บางครั้งจะเป็นจุดหลืองเล็ก ๆ และขยายใหญ่จนขาวทั้งใบ ซึ่งเชื้อโรคชนิดนี้จะพบมากในสภาพอากาศร้อนชื้น

วิธีการจัดการคือ หมั่นรดน้ำให้มากขึ้นและใช้น้ำปูนใสผสมฉีดพ่นให้ทั่วแปลงปลูก โดยจะผสมน้ำปูนใสได้จาก ปูน (ที่ใช้สำหรับเคี้ยวหมาก) 1 ช้อนแกง + น้ำสะอาด 20 ลิตร **นำปูนมาละลายในน้ำพอประมาณ และทิ้งไว้จนตกตะกอน กลายเป็นน้ำปูนใส กรองเอาเฉพาะน้ำปูนใสนำไปฉีดพ่นให้ทั่วทุก 5-7 วัน จะช่วยป้องกันและกำจัดเชื้อราสาเหตุของโรคพืชได้ และต้องดูแลระบบการให้น้ำในแปลงปลูก อย่าให้ชื้นแฉะจนเกินไป

pic53d54c30165b3

อายุ 7-14 วัน ช่วงนี้ควรทำให้แปลงปลูกผักบุ้งปลอดวัชพืช โดยใช้วิธีกำจัดด้วยการถอนออก แล้วใส่ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 โดยหว่านบางๆ ลงไปในแปลงปลูกแล้วรดน้ำตามทันที ควรทำช่วงเช้ามืด

การเก็บเกี่ยว

สามารถเก็บเกี่ยวจำหน่ายได้ตั้งแต่อายุ 18-25 วัน หรือ ผักบุ้งมีขนาดลำต้น 3 หุน ยาว 30 ซม.ในฤดูร้อน และ เก็ยบเกี่ยวที่อายุ 24-25 วัน ในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูกาลที่พืชผักเติบโตช้า โดยใช้วิะธีการถอนผักบุ้งให้ได้กำละ 1 กก. นำมาล้างให้สะอาด และคัดแยกใบเสียทิ้ง บรรจุลงในถุง 5 กก. แล้วนำส่งตลาด ซึ่งจะมีพ่อค้าในพื้นที่มารับไปจำหน่ายต่อไป

ขอบคุณต้นฉบับที่มา เรื่อง ภาพ : http://thaiinfonet.com/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81-%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99-%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-50/

ปลูกผักหวานบ้าน

สั่งกิ่งผักหวานบ้านมาชำ 100 กิ่ง ตั้งใจจะเอาไปปลูกที่ต่างจังหวัดถ้ามีโอกาส ก็ชำให้เกิดแล้วปลูกที่บ้านเป็นต้นพันธุ์ไปก่อน

ผักหวานบ้าน แตกยอดง่าย ขยายพันธุ์ง่ายด้วยการปักชำ ยิ่งตัด ก็ยิ่งแตก ถ้าปลูกได้ปริมาณพอเหมาะก็สามารถมีเก็บกินได้ตลอดปี มีเหลือก็เก็บหาตลาดหรือร้านอาหารเพื่อสุขภาพ หรือโรงพยาบาลโรงแรม ขาย เพื่อสร้างรายได้เล็กๆ น้อยๆ ได้ สำหรับท่านที่พอมีบ้านที่มีเนื้อที่และแสงแดดพอเพียงอยู่บ้าง (วางแผนไว้เหมือนกันว่าถ้าปลูกแล้วมันงอกงามได้จำนวนพอ ก็จะลองหาที่ขายเล็ก ๆน้อยๆ ดู)

ข้อคิดจากการปลูกประสบการณ์ส่วนตัวประมาณสองสามเดือนที่ผ่านมา :

– ผักหวานไม่ชอบดินเหนียวดินแน่นดินแข็ง ก่อนจะปลูกแบบหวังผล ต้องพิจารณาลักษณะดินในพื้นที่ที่ท่านจะปลูกให้ดีก่อน วางแผนดีๆ ก่อน ถ้าดินเลว ก็ควรวางแผนบำรุงรักษาดินให้ดีพอใช้ได้ก่อน ถึงจะเอากล้าผักหวานลงปลูก

ผักหวานชุดแรกที่ลองเอามาปลูกไม่ทราบพันธุ์ ไปซื้อที่ร้านจำหน่ายต้นไม้ เป็นกิ่งที่ชำจนเกิดรากเป็นต้นแล้วใส่ถุงดำขาย นำมาลงดินที่บ้านที่ทั้งแข็งและแน่นแถมหินเยอะแบบรีบๆ (ดินถมบ้านเดิมเป็นดินจากการก่อสร้าง) ปรากฎว่า ผ่านมาเกือบสามเดือน ผักหวานชุดนี้ไม่แตกรากแทงยอดเลย เหมือนอยู่ๆ แค่อยู่ไป ใบก็ไม่สดใส กำลังพยายามหาวิธีบำรุงดินให้มีคุณภาพ เพื่อรอดูผลว่าจะสร้างพัฒนาการได้การปลูกได้หรือเปล่า

ผักหวานชุดที่สองมาจากแหล่งเดียวกับชุดแรก แต่ลงปลูกในดินถุงสำหรับปลูกต้นไม้ที่วางขายกันทั่วไป ต้นพอแตกยอดบ้าง แต่ก็ไม่มากและเร็วเท่าไหร่ อาจจะเป็นไปได้ว่าต้นยังตั้งตัวได้ไม่เต็มที่ระบบรากยังไม่สมบูรณ์แข็งแรง

แต่เมื่อเทียบกับกิ่งพันธุ์ใหม่ พันธุ์สายน้ำผึ้งที่สั่งมา ที่มีคุณภาพกิ่งอวบอัดค่อนข้างดี ทางผู้ขายทำการตัดกิ่งเตรียมในเวลาที่เหมาะสม ส่งถึงมือไว ได้นำลงปักชำได้ทันเวลาในสภาพที่เรากำหนดได้ ก็เห็นได้ว่ากิ่งแทงยอดออกมาได้เร็วมากในเวลาแค่ 2-3 วัน คงต้องรอดูพัฒนาการของยอดใหม่และระบบรากอีกทีเพื่อตัดสิน

แต่ก็มีเค้าว่า ถ้าจะปลูก การเลือกสายพันธุ์ก็คงจะเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องใส่ใจเหมือนกัน

– ผักหวานชอบกึ่งร่มกึ่งแดด แดดจัดๆ เลยมากไปก็รับไม่ไหว ร่มเกินไป กิ่งก้านก็จะเก้งก้างไม่แตกแน่นเก็บผลผลิตไม่ได้อย่างที่ต้องการ

943733_620588261286546_1324926298_n

943542_620607251284647_1482599183_nวันที่ 16 พ.ค. 56
กิ่งตอนได้รับ แช่น้ำหนึ่งชั่วโมง แล้วลงปักในดินปลูกทับด้วยแกลบดำ
วงบ่อซีเมนต์เส้นผ่านสูนย์กลาง 80 ซม. ไม่ปิดฝาลางวางบนลานซีเมนต์หลังบ้าน
จะปักได้ประมาณ 100 กิ่ง + – พอดีๆ

537356_621770307835008_797346228_n

972135_621770341168338_1273470229_n

หลังปักปิดไว้ด้วยแสลน 2 วัน รดน้ำตามปกติ
วันที่สาม (19 พ.ค.)
แทงยอดอ่อนทุกกิ่งตาม 2 ภาพบน

มีอะไรคืบหน้าจะอัพเดตในโอกาสต่อไป…

1 ไร่ ได้ 1 แสน

 

ขอบคุณคลิปวิดีโอและความรู้ดีๆ จาก http://www.youtube.com/user/yutcareyouonline

Aquaponics สุดยอดความสมดุลย์ของธรรมชาติแห่งการผลิตอาหาร ที่กสิกรรมทั่วโลกมองข้าม