Tag Archives: การเงิน

เครดิตบูโรและการใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกา

screen-shot-2559-11-17-at-12-17-42

การใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว สิ่งที่สำคัญมากๆ เรื่องหนึ่งคือ ประวัติเครดิตของตัวบุคคล ดังนั้น สำนักงานอย่าง Credit Bureau จึงเกิดขึ้น และมีสำนักงานใหญ่ๆ อยู่สามแห่ง คือ Equifax, TransUnion และ Experian ประวัติต่างๆ ตั้งแต่การเปิดบัญชีเล็กๆ น้อยๆ ของประชาชนทุกคน จะมาจมอยู่ที่ Credit Bureau ทั้งสามแห่งนี้ทั้งหมด

ID ที่สำคัญคือ ชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด และหมายเลขบัตรประกันสังคม
กฎหมายใน US อนุญาตให้ประชาชนสามารถขอประวัติจาก Credit Bureau เหล่านี้ได้ฟรี ปีละหนึ่งหน เพื่อที่จะให้ตัวบุคคลทราบว่า สถานะของตนเองอยู่ในระดับใด และประวัติต่างๆ ถูกต้องหรือไม่

Continue reading

5 แนวคิดคนรวยจากเด็กอายุ 17 ปี ผู้ที่มีรายได้กว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน

 แนวคิดคนรวยทั้ง 5 ข้อต่อไปนี้ ถ้าบอกว่าเป็นข้อคิดดี จากเด็กหนุ่มวัยเพียง 17 ปี ที่สามารถหาเงินกินขนมได้เดือนละ 1 ล้านกว่า อยากรู้ไหมว่าเขาทำได้ยังไงกัน

ตอนอายุ 17 เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ? ถ้าลองย้อนนึก ๆ ดูคงเจอแต่ความสดใสในช่วงวัยรุ่น มีมิตรภาพดี ๆ ระหว่างเพื่อนและการเล่นสนุกไปวัน ๆ แต่กับเจ้าหนุ่มคนนี้ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะด้วยวัยเพียง 17 ปี ตอนนี้เขาก็สามารถหาเงินเข้าบัญชีได้เดือนละล้านกว่าบาทแล้ว

Screen Shot 2559-06-06 at 22.42.10

โดยในตอนที่ Temper Thompson หนุ่มน้อยชาวอเมริกันคนนี้กำลังเรียนอยู่เกรด 8 (ประมาณมัธยมศีกษาปีที่ 2) เขาก็คิดอยากหารายได้ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะไม่ต้องแบมือขอเงินพ่อแม่อีกต่อไป แต่ด้วยความที่ไม่ค่อยถนัดงานขายอาหารอย่างคนอื่น เจ้าหนุ่มคนนี้เลยคิดจะอาศัยเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยหารายได้แทน เขาจึงเริ่มลงมือทำ Online Marketing ด้วยการขายหนังสือออนไลน์ผ่าน Kiddle Publishing เว็บไซต์หารายได้บนโลกออนไลน์ของ Amazon ที่ว่ากันว่าเป็นเว็บไซต์ Online Marketing อันดับต้น ๆ ในสหรัฐฯ ซึ่งในตอนนั้น Temper Thompson ก็ได้ตั้งเป้าว่าจะหาค่าขนมจากช่องทางนี้ให้ได้เดือนละ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,500 บาท

ทว่าไป ๆ มา ๆ ณ ปัจจุบัน Temper Thompson กลับสร้างรายได้จาก Online Marketing ได้ถึง 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ ล้านกว่าบาทต่อเดือน ซึ่งการดำเนินธุรกิจให้รุ่งโรจน์เช่นนี้ได้ Temper Thompson ก็ได้เผย 5 แนวคิดแบบคนรวย ที่อาจทำให้ผู้ใหญ่บางคนยังต้องอึ้ง !

1. ต้องลงมือทำ
Temper Thompson บอกว่า ถ้าไม่ลงมือทำ แล้วเมื่อไรจะสำเร็จ ฉะนั้นหากอยากประสบความสำเร็จก็ไม่ควรรีรอหรืออ้างเหตุผลอะไรอีกต่อไป แค่คุณลงมือทำสิ่งที่คิดไว้เท่านั้น ก็เท่ากับมีโอกาสเดินไปถึงความสำเร็จมากขึ้นแล้ว เหมือนอย่างที่เขาก็ลงมือสร้างธุรกิจของตัวเองตั้งแต่กำลังเรียนอยู่เกรด 8 นั่นยังไงล่ะ

2. อย่ากลัวที่จะล้ม
บทเรียนที่ทุกคนควรได้รับก็คือบทเรียนแห่งความพยายาม ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และบางครั้งเราก็ไม่สามารถจะควบคุมมันได้ แต่สิ่งเดียวที่เราทำได้คือการลุกขึ้นมาพยายามใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะฉะนั้นความผิดพลาดหรือการล้มไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่นั่นเป็นโอกาสให้เราได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และนำสิ่งเหล่านั้นมาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นต่างหาก

3. มุ่งมั่น ตั้งใจ
ทุกวันนี้คนเรามักจะใส่ใจอะไรเพียงชั่วแวบเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เด็กหนุ่มวัย 17 ปีไม่ค่อยจะเห็นด้วยนัก เพราะเขามีแนวคิดที่ว่า เราจะสามารถเดินไปถึงเส้นชัยได้รวดเร็วขึ้น เมื่อเราให้ความใส่ใจหรือทุ่มเทกับอะไรเพียงแค่อย่างเดียว

4. อยู่กับคนที่คิดบวก
พลังแห่งความคิดบวกจะช่วยผลักดันให้คุณคว้าความสำเร็จมาได้ หรืออย่างน้อย ๆ คนคิดบวกก็อาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณโดยไม่รู้ตัว เหมือนอย่างที่ครอบครัว Thompson ได้ทำ โดยพ่อและแม่ของเขาก็เป็นเจ้าของร้านกาแฟ และดำเนินธุรกิจของครอบครัวมาด้วยความสุขสันต์หรรษา ซึ่งนี่ก็เปรียบเสมือนแรงผลักดันให้ Temper อยากสร้างธุรกิจที่นำพาความสุขและรายได้มาให้ตัวเองเช่นกัน

5. อย่าสบายจนเคยตัว
ความสะดวกสบายที่มากเกินไปอาจทำให้เรากลายเป็นคนขี้เกียจได้ Temper คิดอย่างนั้น เขาจึงแนะนำให้ทุกคนมีความแอ็คทีฟ มีแรงผลักดันที่จะสานต่อในสิ่งที่ตัวเองทำ อย่างเช่นเขาที่ตั้งเป้าหารายได้ 100 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อครั้งเริ่มลงทุน ซึ่งเมื่อบรรลุเป้าหมายเขาก็ไม่อยู่เฉย พยายามคิดหาวิธีเพิ่มรายได้จนเขยิบมาที่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน และยังขับเคลื่อนธุรกิจต่อมาจนรายได้แตะหลักหมื่นดอลลาร์ และจวบจนทุกวันนี้เจ้าหนุ่มน้อยก็ได้ตั้งเป้าให้ธุรกิจของตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่คิดจะหยุดพัฒนาตัวเอง

ทั้งนี้ Temper ยังฝากมาด้วยว่า ยิ่งคุณสบาย คุณก็จะยิ่งไม่ได้ทำอะไร แต่ยิ่งคุณเหนื่อยเท่าไร ก็เหมือนยิ่งเข้าใกล้ความสำเร็จที่อยากได้มากเท่านั้น

ที่มา :
http://money.kapook.com/view141623.html
http://wisethailand.com/ecetopics/viewtopic.php?id=11005117

4 วิธีใช้เงินแบบเศรษฐีญี่ปุ่น

คนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จต่างกันตรงไหน? ความสามารถ? สติปัญญา? รูปร่าง หน้าตา? คนญี่ปุ่นมองว่า คนสองกลุ่มนี้แตกต่างกันที่ “วิธีคิด” ค่ะ ลองมาดู 4 วิธีคิดของผู้บริหาร นักธุรกิจญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จกันนะค่ะว่า คนกลุ่มนี้มีวิธีใช้เงินที่แตกต่างจากคนธรรมดาอย่างไร

1. อิสรภาพจากสายตาคน สู่อิสรภาพในการใช้เงิน

กิโมโนที่มีราคาแพงจริงๆ ด้านนอกจะดูเรียบธรรมดา แต่ด้านใน ทอเป็นลวดลายดอกไม้หรือลายมังกรละเอียดสวยงาม ทว่า คนภายนอกไม่สามารถทราบความงามเหล่านั้น มีแค่ผู้สวมใส่ที่รับรู้ถึงคุณค่าและความนุ่มสบายของชุดกิโมโนชุดนั้น

คนญี่ปุ่นมองว่า เราไม่จำเป็นต้องแสดงออกให้ผู้อื่นรู้ถึงฐานะ คนรวยไม่จำเป็นต้องใส่สร้อยทองเส้นใหญ่ๆ หรือเพชรเม็ดโตเพื่อแสดงว่าฉันเป็นใคร เราเป็นคนธรรมดา คนอื่นจะได้ปฏิบัติกับเราแบบธรรมดา และเราจะได้รู้จักคนคนนั้นอย่างแท้จริง

จงอย่าใช้เงินเพื่อภาพลักษณ์ตัวเอง แต่จงใช้เงินเพื่อผู้อื่น

มันจะไม่มีที่สิ้นสุดหากเรามัวแต่มองว่า ฉันต้องถือกระเป๋ายี่ห้อนี้ ขับรถรุ่นนี้ ทานอาหารที่ร้านนี้ เพราะต้องการแสดงว่าฉันเป็นคนมีระดับ

ผู้บริหารญี่ปุ่นพาลูกน้องไปเลี้ยงอาหารค่ำที่ภัตตาคารหรู ไม่ใช่เพราะอยากให้ลูกน้องเห็นว่าตัวเองมีสตางค์ แต่เพราะต้องการแสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างลึกซึ้งที่ลูกน้องร่วมเหนื่อยยากกันมา

เจ้าของธุรกิจสวมเสื้อผ้าแบรนด์ดัง เพราะรูปแบบแพทเทิร์นดี เนื้อผ้าดี ไม่ได้ใส่เพราะอยากให้คนเห็นโลโก้ของแบรนด์นั้นแล้วรู้ว่าตนมีปัญญาซื้อ

การใช้เงินไปกับสิ่งที่ตนเองรัก หรือเพื่อคนที่ตนเองรักจะทำให้เรามีอิสระและมีความสุขในการใช้เงินมากกว่าการใช้เงินเพื่อรักษาหน้าตาและภาพลักษณ์ของตนเองเพียงอย่างเดียว Continue reading