ห่ะๆ เกือบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองมีบล๊อกอยู่ ไม่รู้ว่าเทคโนโลยีจะมีให้เราใช้ถึงวันไหน..
ธรรมชาติน่ากลัวขึ้นทุกวัน
และวันนึง เราคงต้องกลับสู่สามัญ
ถ้าได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้บ้าง ก็คงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย…
อันนี้เห็นว่าดีมาก เป็นประโยชน์ตามสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ และเอาไว้เป็นความรู้ใช้ยามจำเป็นที่ธรรมชาติน่ากลัวขึ้นทุกวัน ขออนุญาติคัดลอกมาไม่ได้เปลี่ยนแปลงใดๆ
1.ขวดน้ำพลาสติคใส ที่ดื่มน้ำหมดแล้วพร้อมฝาที่ปิดได้แน่นสนิท ขนาดไม่เกินสองลิตร เมื่อวางนอนแล้วความหนาที่แสงอาทิตย์ผ่านไม่เกิน 10 ซม. ขวดยิ่งชลูดยิ่งดี รังสีดวงอาทิตย์จะได้ทะลุทะลวงได้มาก พลาสติคไม่เก่าหรือมีรอยขีดข่วนมากเกินไป เพราะรังสีจะผ่านได้ไม่ดี ภายในขวดสะอาด แกะพลาสติคภายนอกออกหมด
2. แหล่งน้ำสะอาดที่สุดเท่าที่จะหาได้ วิธีนี้ใช้ฆ่าเชื้อโรคได้ดี แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาสารเคมีปนเปื้อนในภาวะปกติ ครัวเรือนที่ดื่มน้ำฝน ถ้าต้องการประหยัดพลังงานและทุกคนในบ้านแข็งแรงดี อาจจะใช้วิธีนี้แทนการต้มก็ได้
3. ถ้าน้ำขุ่นควรมีผ้ากรองตะกอนดิน เช่น ผ้าขาวบาง หรือผ้าขาวม้าสะอาดหลายๆ ชั้น เมื่อกรองได้ที่บรรจุน้ำเต็มขวด เปิดฝาวางทับหนังสือพิมพ์รายวันหน้าแรก ควรจะสามารถมองลงไปก้นขวด อ่านพาดหัวข้อข่าวรองได้ (ตัวอักษรในแนวหลักขนาด 3.5 ซม.)
4. บริเวณที่จะวางขวดตากแดดที่ร้อน โดยเฉพาะถ้ามีโลหะเช่นแผ่นสังกะสีลูกฟูก หรือ อะลูมิเนียมจะดีมาก
1.กรองน้ำที่หาได้ กรอกลงขวดให้ได้ประมาณ 3 ใน 4 ขวด
2.เขย่าแรงๆ อย่างน้ำ 20 ครั้ง ให้อากาศ (ออกซิเจน) ผสมกับน้ำให้ทั่ว
3.เติมน้ำให้เต็มขวด ปิดฝาแน่นสนิท
4.วางขวดในแนวนอน ตากแดดตามข้อ 4 ข้างบนทิ้งไว้ อย่าพยายามขยับขวดโดยไม่จำเป็น เพื่อให้ออกซิเจนไม่แยกตัวจากน้ำ ตากแดดโดยใช้เวลา
- 2 ชั่วโมงถ้าแดดจัด พื้นที่วางเป็นโลหะและน้ำค่อนข้างใส
- 6 ชั่วโมงบนพื้นกระเบื้องหรือซีเมนต์
- 2 วันถ้ามีเมฆมาก
ถ้าฝนตกตลอดแดดไม่ออกเลย ให้รองน้ำฝนดื่มแทน
น้ำในขวดดังกล่าวนำไปดื่มได้เลย หรือจะเก็บไว้ดื่มในภายหลังก็ได้ แสงแดด ความร้อน และออกซิเจนจะทำปฏิกิริยากันฆ่าเชื้อโรคทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และพยาธิ 99.9% แต่อาจจะมีสาหร่ายเซลเดียวซึ่งทนรังสียูวีและความร้อนซึ่งอาจจะจับตัวเป็นตะไคร่น้ำในขวดได้ถ้าเก็บขวดไว้นาน แต่น้ำที่มีสาหร่ายเหล่าไม่มีอันตรายต่อผู้ดื่มทั่วไปที่มีภูมิคุ้มกันปกติ
1.เทคโนโลยีง่ายๆ ที่วิจัยและพัฒนาโดยองค์การนานาชาติ www.sodis.ch นี้ ฆ่าเชื้อโรคโดยพลังแสงแดด ซึ่งมี รังสียูวี + รังสีความร้อน + อนุมูลออกซิเจนและโอโซน ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างออกซิเจนที่เราผสมน้ำระหว่างเขย่าขวด เหมือนน้ำบรรจุขวดขายซึ่งผ่านรังยูวี หรือ โอโซน ในระดับที่เข้มข้น
2.ขวดน้ำใส PET หรือ Poly Ethylene Terephthalate (โพลีเอทธิลีนเทเรฟทาเลต) ที่ตากแดดในระดับนี้ ปลดปล่อยสารเคมีน้อยมาก ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลกว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ไม่เหมือนวัสดุประเภท PVC ทุกวันนี้เราก็ดื่มน้ำบรรจุขวด PET กันอยู่แล้ว
เรียบเรียงสำหรับชาวบ้านโดย ศ.นพ.ดร.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ หัวหน้าหน่วยระบาดวิทยา และผู้อำนวยการสถาบันและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
————————————————
ที่มา: มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553
http://www.siamarsa.org/profiles/blogs/5895095:BlogPost:938
ทำไมคนถึงนิยมใช้จูมลากันมาก ไม่หันมาหาดรูปอลล์กันบ้าง – -” ยอดผู้ใช้ทั่วโลกยังไม่ถึงล้านเลยตอนนี้.. ทั้งๆ ที่.
ใครที่เคยปวดหัวกับการเรียนรู้ joomla แล้วมาลอง drupal ดูจะรู้ว่าสวรรค์มีจริง….
ยังไม่ได้จะเขียนอะไรมากมาย แค่อยากบ่นแค่นี้…
หันมาบูชาเสด็จพ่อดรูปอลล์กันเถิด ทำนุบำรุงเสด็จพ่อให้ยืนยง
“เพราะเสด็จพ่อดรูปอลล์ให้… สิ่งที่ joomla ให้เราไม่ได้ และ wordpress ก็ให้เราไม่ได้”
http://www.drupal.org
http://www.ubercart.org
เผื่อบางท่านยังไม่ทราบ
ตอนนี้กูเกิ้ลเปิดให้เราสามารถล๊อคอินเข้าจีเมล์หลายๆ เมล์พร้อมกันได้จากบราวเซอร์ตัวเดียวได้แล้ว
ซึ่งจากเมื่อก่อนที่ไม่อนุญาติ ถ้าคุณมีจีเมล์หลายๆ เมล์แล้วต้องการจะเช็คอีเมล์พร้อมๆ กันต้องลำบากติดตั้งบราวเซอร์หลายๆ ตัว หรือเช็คจากคอมหลายๆ เครื่องพร้อมกันซึ่งตอนนี้ไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไปแล้ว
ให้เข้าไปที่ http://gmail.com/accounts ล๊อคอินด้วยเมล์หลักที่ต้องการจะเช็ค พอเข้าไปแล้วให้มองหา ส่วนของ Multiple sign-in คลิ๊ก Edit
ให้เลือกที่ On แล้วติ๊กเครื่องหมายถูกในช่องด้านล่างทั้งหมดซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ต้องทำความเข้าใจในการใช้งานก่อนว่า
จากนั้นกด Save
ทีนี้ก็สามารถล๊อคอินด้วยแอ๊คเค้านท์หลัก เวลาเรากดลิสต์ของอีเมล์ตรงมุมขวาบนลงมาหน้าตาก็จะเปลี่ยนไปเป็นประมาณนี้… คือมีให้เลือกสลับแอ๊คเค้านท์, ล๊อคเอ้าท์แอ๊คเค้านท์ที่ต้องการ หรือล๊อคเค้านท์ทั้งหมดก็ได้..
http://gmailblog.blogspot.com/2010/08/access-two-gmail-accounts-at-once-in.html
โฮว์ๆๆๆๆๆๆๆ T-T ToT
ขอแสดงฟามดีใจกับทั้งคู่ด้วย
ขอบคุณข่าวจาก
http://www.pantip.com/cafe/news/topic/NE10416780/NE10416780.html
http://www.youtube.com/watch?v=QaNPz_qlBnk&feature=player_embedded