Category Archives: สังคม การเมือง – Social & Politics

โทรศัพท์ฮิตเลอร์! ใช้บัญชาการสงครามโลก

โทรศัพท์ส่วนตัวที่ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการนาซีเยอรมัน ใช้ในการติดต่อบัญชาการรบ ระหว่างการนำฝ่ายอักษะสู้รบในสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังจะถูกสำนักประมูลทางประวัติศาสตร์อเล็กซานเดอร์ ในรัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา นำออกมาประมูลในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ โดยสำนักประมูลแห่งนี้คาดว่าจะทำราคาได้ที่ประมาณ 200,000-300,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7-10.5 ล้านบาท

เดิมทีโทรศัพท์เครื่องนี้เป็นสีดำเบคเกลไลท์ แต่ถูกนำมาทาสีใหม่เป็นสีแดงเข้ม มีสลักชื่อของฮิตเลอร์อยู่กลางตัวเครื่องด้านหลังโทรศัพท์ จากรายงานระบุว่า โทรศัพท์เครื่องนี้ถูกพบอยู่ในบังเกอร์หลบภัยของฮิตเลอร์ในปี 1945 หลังกองทัพนาซีเยอรมันพ่ายแพ้สงคราม Continue reading

ในประเทศกรุงเทพมีแต่คนชื่นชมโกโบริอยากเป็นอังศุมาลินจนตัวสั่น แต่ไม่รู้จักบุญผ่อง

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นมีแผนในการสร้างทางรถไฟเพื่อที่จะตัดต่อไปยังประเทศพม่า จึงมีการต้อนเชลยศึกซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารสัมพันธมิตรชาติอังกฤษ, ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์ จากสิงคโปร์มาที่กาญจนบุรีเพื่อสร้างทางรถไฟ จึงได้มาติดต่อขอซื้ออาหารจากร้านบุญผ่องแอนด์บราเดอร์ ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว ของนายบุญผ่อง เพื่อให้ไปส่งถึงที่ค่ายที่บริเวณเขาช่องไก่ เลียบแม่น้ำแควน้อย (ช่องเขาขาด ในปัจจุบัน) นายบุญผ่องเ่มื่อได้เข้าไปถึงในค่ายเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเชลยแล้วพบว่า มีความเป็นที่อยู่ที่ทรมานอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่บาดเจ็บล้มป่วยจากโรคมาเลเรียและการทำงานหนัก แต่ไม่มียารักษา จากสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าดิบทึบ มีเชลยที่ต้องเสียชีวิตจากการนี้เป็นจำนวนมาก นายบุญผ่องจึงแอบลักลอบนำยาตลอดจนอาหารและจดหมายติดต่อต่าง ๆ เข้าไปยังค่ายก่อสร้าง โดยซ่อนไว้ในหีบห่อหรือบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ แม้จะต้องเสี่ยงต่อชีวิต ซึ่งในครั้งหลัง ๆ นายบุญผ่องได้ให้บุตรสาวเพียงคนเดียวเอาเข้าไปให้แทน จากการที่สร้างมิตรภาพแก่ทหารญี่ปุ่น จนได้รับความไว้วางใจ กระทั่งได้รู้จักกับ น.พ.เอ็ดเวิร์ด “เวียรี่” ดันล็อป แพทย์ทหารชาวออสเตรเลีย หนึ่งในเชลยศึก Continue reading

FB : เปิบข้าว ชาวนาไทย

วันนี้มีอีกเพจช่องทางช่วยสนับสนุนสินค้าทางตรงจากชาวนาไทยมานำเสนอ การจะช่วยชาวนาได้ต้องสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพื่อเศรษฐกิจรากฐานของประเทศเรา

ข้อมูลที่นำมาเสนอนี้เป็นตัวอย่างจากหน้าเพจ ส่วนข้อมูลอัพเดตปัจจุบันขอให้กดติดตามและรับข้อมูลโดยตรงจากที่เพจได้เลย FB : เปิบข้าว ชาวนาไทย

 

:: blog.etcpool.com

เรื่องเล่าในเรือนจำจากอดีตนักโทษการเมือง : ธุรกิจในเรือนจำ (4)

ภาพ : สำนักข่าวเจ้าพระยา

ผู้ต้องขังทุกคนต้องสังกัดกองงาน ส่วนผู้ต้องขังพิการ, ผู้ต้องขังสูงอายุที่ทำงานไม่ไหว และผู้ต้องขังที่มีปัญหาสุขภาพจะสังกัด “กองกลาง” ซึ่งเป็นกองงานที่ไม่ต้องทำงาน ผู้ต้องขังทุกคนต้องทำงานตามกองงานที่เรือนจำกำหนด บางกองงานที่เป็นงานบริการ เช่น กองงานโรงเลี้ยง, กองงานเรือนนอน และกองงานโยธา กองงานเหล่านี้ไม่มีเกณฑ์กำหนดการทำงาน

ผู้ต้องขัง VIP-มีฐานะหลายคนสังกัดกองกลาง แม้พวกเขาจะไม่เข้าข่ายก็ตาม แต่ผู้ต้องขัง VIP-มีฐานะอีกหลายคนสังกัดกองงานที่ต้องทำงาน บางคนมีชื่ออยู่ในกองงาน แต่พวกเขาไม่ต้องทำงาน บางคนต้องทำงาน แต่งานของพวกเขาสามารถจ้างผู้ต้องขังรับจ้างทำงานแทนได้ Continue reading

เรื่องเล่าในเรือนจำจากอดีตนักโทษการเมือง : ธุรกิจในเรือนจำ (3)

ภาพ : สำนักข่าวเจ้าพระยา

การทำธุรกิจทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง การให้บริการเหล่านี้บ่อยครั้งที่ผู้ต้องขังที่ใช้บริการได้รับการประกันตัวภายใน 1-2 วัน ผู้ต้องขังเก่าจึงไม่สามารถเก็บเงินจากพวกเขาได้ เมื่อผู้ใช้บริการได้รับอิสระ บางคนเลือกที่จะมาที่เรือนจำเพื่อโอนเงินสด-ซื้อของฝากชดใช้ผู้ต้องขังเก่า บางคนหนีหาย โลกธุรกิจในเรือนจำแห่งนี้จึงไม่ต่างจากโลกภายนอก

นอกจากธุรกิจที่้เกี่ยวกับเสื้อผ้ายังมีธุรกิจที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อนในโลกภายนอก ผู้ต้องขังรับจ้างจึงเปรียบเสมือนแรงงานราคาถูกที่ผู้ต้องขัง VIP-มีฐานะใช้บริการเพื่อความสะดวก Continue reading

เรื่องเล่าในเรือนจำจากอดีตนักโทษการเมือง : ธุรกิจในเรือนจำ (2)

ภาพ : สำนักข่าวเจ้าพระยา

เนื่องจากผู้ต้องขังไม่สามารถใช้เงินสดจึงต้องใช้บัตรสมาร์ทการ์ดในการซื้อสินค้าจากร้านค้าของแดนเท่านั้น พวกเขาไม่สามารถใช้บัตรนี้โอนเงินสดจากบุ๊คหากันและกัน หรือซื้อสินค้าจากผู้ต้องขังด้วยกัน เงินสดที่ผู้ต้องขังใหม่นำมาจากโรงพัก-ศาลจะถูกฝากเข้าบุ๊คของแต่ละคน ผู้ต้องขังใหม่ต้องรอการทำบัตรสมาร์ทการ์ด 3-10 วัน บัตรสมาร์ทการ์ดของผมใช้เวลา 9 วัน

เงินสดที่ได้รับจากญาติ-เพื่อนของผู้ต้องขัง และเงินปันผลจากกองงานจะถูกโอนเข้าบุ๊คของแต่ละคน แต่เรือนจำมีการจำกัดการใช้เงินไม่เกินวันละ 300 บาทต่อ 1 คน วงเงิน 300 บาทอาจเพียงพอสำหรับผู้ต้องขังธรรมดา แต่สำคัญผู้ต้องขัง VIP-มีฐานะอาจไม่เพียงพอในบางวัน ผู้ต้องขังขาใหญ่ที่มีลูกน้องมากรายจ่ายในแต่ละวันสูงกว่านี้มาก ด้วยเหตุนี้บุหรี่จึงถูกใช้แทนเงินสดในเรือนจำแห่งนี้ บุหรี่ 1 ซองราคาขายจากร้านค้าของเรือนจำคือ 65 บาท (ปัจจุบันเป็น 67 บาท) แต่มีมูลค่า 50 บาทในเรือนจำแห่งนี้

ผู้ต้องขัง VIP-มีฐานะมักจะให้ญาติ-เพื่อนของพวกเขาซื้อบุหรี่เป็นของฝาก บางคนซื้อมากถึงครั้งละ 10 แถว (1 แถวมี 10 ซอง) เพื่อเก็บไว้ใช้จ่ายแทนเงินสด ตอนที่ผมยังอยู่ในเรือนจำแห่งนี้ ญาติ-เพื่อนสามารถฝากเงินสด-ซื้อของฝากไม่จำกัด แต่ตอนนี้เรือนจำกำหนดให้ผู้ต้องขังมีเงินสดในบุ๊คไม่เกิน 9,000 บาท รวมทั้งกำหนดให้รับของฝากไม่เกินวันละ 1,500 บาท Continue reading

เรื่องเล่าในเรือนจำจากอดีตนักโทษการเมือง : ธุรกิจในเรือนจำ (1)

ภาพ : สำนักข่าวเจ้าพระยา

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า สังคมในเรือนจำเป็นสังคมแห่งการแบ่งชนชั้นยิ่งกว่าสังคมภายนอก ผู้ต้องขังยากจน-ผู้ต้องขังร่ำรวยต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะแดน 1 ซึ่งเป็นแดนของผู้ต้องขัง VIP
ธุรกิจในเรือนจำเริ่มต้นจากความไม่พร้อมของผู้ต้องขังแต่ละคน ผู้ต้องขังที่มีฐานะมักมีญาติ-เพื่อนซื้อของ-ฝากเงินให้กับพวกเขา ขณะที่ผู้ต้องขังที่ยากจนแทบไม่มีใครเหลียวแล

บางคนไม่กล้าเล่าเรื่องที่ตนเองอยู่ในเรือนจำให้กับญาติ-เพื่อนรับรู้ บางคนมีญาติ-เพื่อนก็เหมือนไม่มี เนื่องจากไม่มีใครสนใจจะมาเยี่ยม บางคนถูกภรรยาทอดทิ้งไปมีครอบครัวใหม่
ความเครียดเกิดขึ้นกับผู้ต้องขังเหล่านี้ แม้ในเรือนจำจะมีสวัสดิการ เช่น อาหารของเรือนจำ 3 มื้อ, ห้องนอน, น้ำดื่ม และเครื่องแบบผู้ต้องขัง แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่เพียงพอสำหรับพวกเขา
ของใช้ประจำตัว เช่น สบู่, ยาสีฟัน, ผงซักฟอก และแชมพูเป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังทุกคนต้องซื้อหาเอง เรือนจำจะแจกสิ่งของเหล่านี้ให้เพียงปีละ 1-2 ครั้งซึ่งไม่เพียงพอ ผู้ต้องขังที่ยากจนจึงจำเป็นต้องหารายได้เพื่อการยังชีพ

ธุรกิจในเรือนจำมีอยู่ในทุกส่วนของเรือนจำ ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรือนจำจนถึงวันปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ตั้งแต่คุณก้าวเท้าออกจากห้องนอนจนกลับเข้าห้องนอนตอนเย็น
ผู้ต้องขังใหม่ที่เข้าเรือนจำเป็นครั้งแรกจะเป็นลูกค้า (เหยื่อ) ของผู้ต้องขังเก่าที่ต้องการหารายได้ เมื่อผู้ต้องขังใหม่มาถึงเรือนจำแห่งนี้ในช่วงเย็น (เวลา 16.00-20.00 น. ของวันทำการ หากตรงกับวันหยุดราชการวัน-เวลาจะเปลี่ยนแปลง) พวกเขาจะถูกจับจ้องจากผู้ต้องขังเก่าเหล่านี้ Continue reading

ตั้งวงเหล้าเสียงดัง รบกวนชาวบ้าน ปรับ 5 พันบาท

พบเห็นบ่อยนะ ตั้งวงเหล้าในบ้าน แต่เสียงดัง บางทีมีร้องเพลงเล่นกีตาร์ ข้างบ้านออกมาบอกให้เบาๆ หน่อยจนทะเลาะกันก็เคยเจอ บางทีข้างบ้านนอนไม่หลับโทรแจ้งตำรวจก็มี

กรณีดังกล่าว อาจเป็นความผิดฐานสร้างความเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อื่นได้ ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 5000 บาท ยังไม่เคยมีการฟ้องร้องถึงศาลฎีกานะ ผู้ใดได้รับความเดือดร้อน เอาไปฟ้องได้เลย

ประมวลกฎหมายอาญา :
มาตรา 397 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท

ขอบคุณที่มา​ :
ขอบคุณเจ้าของภาพ และ commandercity
เพจ สายตรงกฎหมาย แหล่งความรู้ด้านกฎหมายเพื่อความยุติธรรม

เมื่อ ท่าน สส. กล่าวถึงเหตุการณ์ “ข่มขืน” ที่เกิดขึ้นกับตัวเองตอนอายุเพียง 14 ปี กลางรัฐสภา

“I’m not scared. I’m not a victim. I’m a survivor.” สส. Michelle Thomson กล่าวในการอภิปรายในรัฐสภา กล้าหาญมากและน่าคิดมากครับ เธอเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ “ข่มขืน” ที่เกิดขึ้นกับตัวเองตอนอายุเพียง 14 ปี

คล้ายกับหลาย ๆ กรณี “คนร้าย” เป็นคนรู้จักกัน คนที่ไว้วางใจ เสนอตัวจะเดินเป็นเพื่อนไปส่งที่บ้าน แต่ไปไม่ถึง และคล้ายกับอีกหลายกรณี คุณทอมสันไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง เก็บไว้กับตัวเอง ไม่กล้าเล่าให้แม้แต่แม่ตัวเองฟังตอนที่ท่านกำลังจากโลกไป คุณทอมสันบอกว่ามันน่าจะมีวิธีการที่ทำให้การเล่าประสบการณ์แบบนี้สามารถทำได้ ให้มีการเสนอมุมมองต่อการข่มขืนจากมุมอื่นที่ไม่ใช่ผู้ชาย และมีวิธีการที่ช่วยให้ผู้เป็น “เหยื่อ” ไม่ใช่เหยื่อ ไม่ต้องหวาดหลัวอีกต่อไป กล้าจะบอกว่าคนผิดคือคนที่ข่มขืน เหยื่อไม่ใช่คนผิด “Rapes happen because of the rapist, not because of the victim.”

คุณทอมสันยังพูดถึงลูกสาวตัวเอง ซึ่งเธอคิดว่าถ้าเหตุร้ายแบบนั้นขึ้นมา มันน่าจะมีวิธีการที่ลูกจะสื่อสารให้แม่ฟังได้ น่าฟังมากครับ


ขอบคุณผู้เรียบเรียง : Pipob Udomittipong
ที่มาต้นเรื่อง : Channel 4 News Democracy

น้องหมาที่หาของขวัญให้ตัวเองในวันคริสต์มาส

เดือนธันวาคม ปี ค.ศ.2008

สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งในสหรัฐได้รายงานข่าวของสุนัขตัวนึงที่เข้าไปในห้างสรรพสินค้าแห่งในเพื่อหาของขวัญให้กับตัวเองซักชิ้นในวันคริสต์มาสอีฟ

dog_robs_store_for_bone_on_christmas_featured

โดยน้องหมาที่ต่อมาภายหลังจากการสืบสาวราวเรื่องของสำนักข่าวได้ความว่าเป็นสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ ชื่อ อคีรา ซึ่งอาศัยอยู่กับเจ้าของในเมืองยูท่าห์สหรัฐอเมริกา  มันได้เดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าอย่างไม่ลังเล ตรงดิ่งทันทีไปที่แผนกอาหารและของใช้สัตว์เลี้ยง คว้ากระดูกสำหรับแทะเล่นของสุนัขขนาดใหญ่ดุ้นนึงแล้วก็เดินเพื่อที่จะกลับออกไปจากห้างแต่ไปป๊ะกับผู้จัดการของห้างเข้าพอดี ผู้จัดการของห้างได้บอกให้สุนัขวางกระดูกลง ทั้งสองจ้องหน้ากันแต่น้องสุนัขก็หาได้นำพาใดๆ ไม่ มันได้คาบกระดุ้งวิ่งออกไปทางประตู้ของห้างอย่างหน้าตาเฉยท่ามกลางความอึ้งปนขำของพนักงานและผู้จัดการในร้าน โดยเหตุการณ์ทั้งหมดได้ถูกบันทึกไว้โดยกล้องวงจรปิดของทางห้าง Continue reading