Category Archives: ข่าวสาร,ประวัติศาสตร์ไทย – Thai History

ในประเทศกรุงเทพมีแต่คนชื่นชมโกโบริอยากเป็นอังศุมาลินจนตัวสั่น แต่ไม่รู้จักบุญผ่อง

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นมีแผนในการสร้างทางรถไฟเพื่อที่จะตัดต่อไปยังประเทศพม่า จึงมีการต้อนเชลยศึกซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารสัมพันธมิตรชาติอังกฤษ, ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์ จากสิงคโปร์มาที่กาญจนบุรีเพื่อสร้างทางรถไฟ จึงได้มาติดต่อขอซื้ออาหารจากร้านบุญผ่องแอนด์บราเดอร์ ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว ของนายบุญผ่อง เพื่อให้ไปส่งถึงที่ค่ายที่บริเวณเขาช่องไก่ เลียบแม่น้ำแควน้อย (ช่องเขาขาด ในปัจจุบัน) นายบุญผ่องเ่มื่อได้เข้าไปถึงในค่ายเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเชลยแล้วพบว่า มีความเป็นที่อยู่ที่ทรมานอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่บาดเจ็บล้มป่วยจากโรคมาเลเรียและการทำงานหนัก แต่ไม่มียารักษา จากสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าดิบทึบ มีเชลยที่ต้องเสียชีวิตจากการนี้เป็นจำนวนมาก นายบุญผ่องจึงแอบลักลอบนำยาตลอดจนอาหารและจดหมายติดต่อต่าง ๆ เข้าไปยังค่ายก่อสร้าง โดยซ่อนไว้ในหีบห่อหรือบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ แม้จะต้องเสี่ยงต่อชีวิต ซึ่งในครั้งหลัง ๆ นายบุญผ่องได้ให้บุตรสาวเพียงคนเดียวเอาเข้าไปให้แทน จากการที่สร้างมิตรภาพแก่ทหารญี่ปุ่น จนได้รับความไว้วางใจ กระทั่งได้รู้จักกับ น.พ.เอ็ดเวิร์ด “เวียรี่” ดันล็อป แพทย์ทหารชาวออสเตรเลีย หนึ่งในเชลยศึก Continue reading

เกร็ดความรู้เล็กๆ เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี

ลำดับสายพระโลหิต

รัชกาลที่ ๑.. เป็นพ่อ รัชกาลที่ ๒
รัชกาลที่ ๒.. เป็นพ่อ รัชกาลที่ ๓ และ ๔
รัชกาลที่ ๓.. เป็นพี่ รัชกาลที่ ๔
รัชกาลที่ ๔.. เป็นพ่อ รัชกาลที่ ๕
รัชกาลที่ ๕.. เป็นพ่อ รัชกาลที่ ๖ และ ๗
รัชกาลที่ ๕.. เป็นปู่ รัชกาลที่ ๘ และ ๙
รัชกาลที่ ๖.. เป็นพี่ รัชกาลที่ ๗
รัชกาลที่ ๖.. เป็นลุง รัชกาลที่ ๘ และ ๙
รัชกาลที่ ๗.. เป็นอา รัชกาลที่ ๘ และ ๙
แต่พ่อ ของรัชกาลที่ ๘ และ ๙
ไม่ได้ ขึ้นครองราชย์ เนื่องจาก เสียชีวิต ไปก่อนหน้านั้น
รัชกาลที่ ๘.. เลยขึ้น เถลิงถวัลย์ ราชสมบัติ
รัชกาลที่ ๘.. เป็น พี่รัชกาลที่ ๙
รัชกาลที่ ๙.. เถลิงถวัลย์ ราชสมบัติ ต่อ จน ๗o ปี แห่งการครองราชย์ พระชนมายุ ๘๙ พรรษา
รัชกาลที่ ๙.. เป็นพ่อ รัชกาลที่ ๑o

ระยะการครองราชย์ ในแต่ละรัชกาล…

🚩 ร.1 : 27 ปี
🚩 ร.2 : 15 ปี
🚩 ร.3 : 27 ปี
🚩 ร.4 : 17 ปี
🚩 ร.5 : 42 ปี 22 วัน
🚩 ร.6 : 15 ปี
🚩 ร.7 : 9 ปี
🚩 ร.8 : 12 ปี 99 วัน
🚩 ร.9 : 70 ปี 127 วัน

หมายเหตุ : ภาษาที่ใช้สื่อสารใช้ภาษาสามัญบางส่วนเพื่อความเข้าใจง่ายต่อบุคคลทั่วไป

ขอบคุณที่มา : cr: #แก้มแดงสงขลา #องุ่นอ้วนๆกลมๆ , ‎Far Teerawit Yuttasit > ผู้ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์

โฆษณาไทยสมัยเก่า

รวบรวมโฆษณาการเก่าๆ ของไทยส่วนหนึ่งในยุคสมัยต่างๆ ที่ผ่านมากว่า 80 ปี

a5319117-179

a5319117-180

a5319117-181

a5319117-0 Continue reading

ทายาท พระยาพหลฯ ผู้ที่ไม่ยอมเข้าโรงเรียนนายร้อยด้วยวิธีพิเศษ

พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) ที่เรารู้จักกันในฐานะ หัวหน้า #คณะราษฎร ฝ่ายทหาร ผู้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของประเทศไทย ที่ดำรงตำแหน่งถึง 5 สมัย และอดีตผู้บัญชาการกองทัพบก พระยาพหลฯนั้นได้ชื่อว่าเป็น นายกรัฐมนตรีที่ซื่อสัตย์และอาจเรียกได้ว่าเป็นนายกฯและนายทหารที่แทบจะมีเงินไม่มากนัก ถึงแม้ว่าตัวท่านจะเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึง 5 สมัยยาวนานเกือบ 6 ปี และผู้บัญชาการทหารบกก็ตาม เหตุนี้จึงทำให้ตอนท่านถึงแก่อสัญกรรมนั้น ครอบครัวของท่านไม่สามารถที่จะจัดงานศพของท่านได้เพราะครอบครัวไม่มีเงินเพียงพอ ครอบครัวพระยาพหลฯได้กล่าวถึงตอนพระยาพหลฯถึงแก่อสัญกรรมว่า “ทั้งบ้านมีเงิน 137 บาท” ดังนั้นจึงมีเงินไม่เพียงพอที่จะจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอดีตนายกรัฐมนตรีได้ จนรัฐบาลของหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ได้เข้ามาช่วยเหลือจัดการงานศพของท่านแทน

15095555_1000914766679439_5729425048524325939_n

พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา นั้นท่านมีบุตรและธิดากับท่านผู้หญิงบุญหลง พหลพลพยุหเสนา 7 คนด้วยกัน ในที่นี้เราจะมาเล่าเรื่องราวของบุตรคนที่ 4 นั้นคือพันตรี พุทธินารถ พหลพลพยุหเสนา ผู้ที่เคยปฏิเสธการเข้าโรงเรียนนายร้อยโดยพิธีพิเศษ และเข้าเรียนในโรงเรียนนายสิบแทน เรื่องราวนั้นมีอยู่ว่า พ.ต.พุทธินารถ ในตอนนั้นไปสอบเข้าโรงเรียนนายสิบ แต่พ.ต.พุทธินารถ ถูกเชิญให้มาพบกับพลจัตวาชาติชาย ชุณหะวัณ (ยศในขณะนั้น)ซึ่งเป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายสิบยานเกราะ เชิญให้ไปพบพูดคุยด้วยเพราะเห็นนามสกุลแล้วคุ้นๆ จากนั้นคุณพุทธินารถจึงได้ไปพูดคุยกับพลจัตวาชาติชาย จากนั้น พล.จ.ชาติชาย ได้ถามพุทธินารถว่า :

Continue reading

“ไก่งวงวัดสระเกศ” ในวันคริสต์มาสอีฟ

“แร้งวัดสระเกศ” เป็นเรื่องที่ร่ำลือระบือลั่นกันในสมัยก่อน เมื่อฝูงแร้งมากมาย ขนาดที่เรียกได้ว่า มืดฟ้ามัวดิน แห่ลงกินซากศพ ที่กองอยู่เป็นภูเขาเลากาข้างภูเขาทอง นับเป็นภาพที่อุจาดต่อสายตา และน่าสยดสยองอย่างมากต่อผู้พบเห็น ซากศพคนตายเหล่านั้นตายด้วยอหิวาตกโรค ทิ้งเกลื่อนกลาด ที่วัดสระเกศ มีแร้งจิกกิน จนกระดูกข้าโพลน

10805758_776326415754972_5597881208550160582_n

ภาพประกอบ : อีแร้งวัดสระเกศ บันทึกภาพในปี พ.ศ.2440 ภาพศพและแร้งที่มากินศพในวัดสระเกศ สภาพของศพนั้นมีการเฉือนศพให้แร้งกินเพื่อถ่ายภาพ พวกแร้งในภาพนั้นอาจจะสังเกตยากซักหน่อย เพราะฟิล์มสมัยเก่าเป็นขาวดำ แร้งซึ่งมีโทนสีออกดำอยู่แล้ว เดินเกะกะอยู่รอบๆ กำแพงซึ่งโทนดำด้วยกัน ยิ่งทำให้ดูยากยิ่งขึ้น แต่ถ้าดูให้ดีก็จะเห็นหลายสิบตัวทีเดียว ผู้ชายที่ยืนอยู่ในรูปนั้นต้องถือไม้ไว้กันอีกแร้งไม่ให้แย่งศพในเวลาถ่ายรูป (ภาพจากหนังสือ “เปิดกรุภาพเก่า” ของ เอนก นาวิกมูล)

ในสมัย รัชกาลที่ 2 พ.ศ. 2363 เกิดโรคห่าระบาดอย่างหนัก ในกรุงเทพมหานคร ขณะนั้น ยังไม่มีวิธีรักษา และรู้จักการป้องกัน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 จึงทรงใช้วิธีให้กำลังใจ โปรดฯ ให้ตั้งพิธีขับไล่โรคนี้ขึ้น เรียกว่า “พิธีอาพาธพินาศ” โดยจัดขึ้นที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีการยิงปืนใหญ่รอบพระนครตลอดคืน อัญเชิญพระแก้วมรกต และพระบรมสารีริกธาตุออกแห่ มีพระราชาคณะโปรยพระพุทธมนต์ตลอดทาง ทรงทำบุญเลี้ยงพระ โปรดให้ปล่อยปลาปล่อยสัตว์ และประกาศไม่ให้ประชาชนฆ่าสัตว์ตัดชีวิต อยู่กันแต่ในบ้าน

กระนั้นก็ยังมีคนตายเพราะอหิวาต์ประมาณ 3 หมื่นคน ศพกองอยู่ตามวัดเป็นภูเขาเลากา เพราะฝังและเผาไม่ทัน บ้างก็แอบเอาศพทิ้งลงในแม่น้ำลำคลองในเวลากลางคืน จึงมีศพลอยเกลื่อนกลาดไปหมด ประชาชนต่างอพยพหนีออกไปจากเมืองด้วยความกลัว พระสงฆ์ทิ้งวัด งานของราชการ และธุรกิจทั้งหลายต้องหยุดชะงัก เพราะผู้คนถ้าไม่หนีไปก็มีภาระในการดูแลคนป่วย และจัดการกับศพของญาติมิตร ในเวลานั้น วัดสระเกศ เป็นศูนย์รวมของแร้งจำนวนนับพัน Continue reading

“เมรุปูนวัดสระเกศ” เมรุเกียรติยศที่เหลือแต่ชื่อ

หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า “แยกเมรุปูน” ซึ่งแยกนี้เป็นแยกที่ตัดกับถนนบำรุงเมืองที่มาจากเสาชิงช้า ผ่านแยกสำราญราษฎร์ หรือที่เรียกกันว่า “ประตูผี” แล้วจึงผ่านแยก “เมรุปูน” ทอดยาวสู่แยกแม้นศรี แต่เดิมนั้นยังไม่มีถนนบำรุงเมือง ดังนั้นถนนบำรุงเมืองและบริเวณพื้นที่ทั้ง 2 ฟากฝั่งนี้ จึงเป็นพื้นที่ผืนเดียวกันกับวัดสระเกศฯ สำหรับจุดที่เป็นที่ตั้งของ “เมรุปูนวัดสระเกศ” ก็อยู่ภายในบริเวณวิทยาลัยสารพัดช่างพระนครในปัจจุบันนั่นเอง

1487442_776378565749757_4923563214272689535_n

ภาพประกอบ : เมรุปูน วัดสระเกศ ด้านบนเมรุจะเป็นนกแร้งเกาะอยู่เต็ม เนื่องจากในลานวัดสระเกศ จะใช้เป็นที่ทิ้งศพของชาวบ้าน ที่ไม่ได้เผา หรือ บางครั้งใช้ทิ้งศพที่เป็นโรคร้ายแรง ทำให้นกแร้งเหล่านี้มารอศพที่ถูกทิ้งเพื่อกินเป็นอาหาร

“เมรุปูนวัดสระเกศ” เป็นเมรุที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) แต่ครั้งยังเป็นพระยาพิพัฒน์รัตนราชโกษา เป็นนายช่างสร้างเมรุด้วยการก่ออิฐถือปูน ซึ่ง “เมรุปูนวัดสระเกศ” นี้ ถือได้ว่าเป็นเมรุเกียรติยศที่พระเจ้าแผ่นดินทรงเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพตั้งแต่รัชกาลที่ ๓ เช่นเดียวกับเมรุราชอิศริยาภรณ์ ที่ตั้งอยู่ในวัดเทพศิรินทราวาสปัจจุบัน

Continue reading

โฆษณาการต่อต้านคอมมิวนิสต์ในไทยสมัยก่อน

%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2

ท้าวความโดยย่อ :

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกได้เข้าสู่ยุคสงครามทางอุดมการณ์ระหว่างค่ายคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำ กับค่ายทุนนิยมเสรีที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ สงครามดังกล่าวถูกเรียกขานกันในนามว่า “สงครามเย็น”

ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่เข้าไปพัวพันกับสงครามเย็นอย่างลึกซึ้งผ่านสงครามอินโดจีน บวกกับการเข้ามาของทหารสหรัฐฯ จำนวนมากเพื่อตั้งฐานทัพในประเทศ

นับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นเมื่อปี 2492 รัฐบาลไทยก็ได้นำพาประเทศเข้าไปผูกพันกับสหรัฐฯ มากขึ้น มีการสร้างกลไกและหน่วยงานต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย เพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ รวมทั้งออกกฎหมายป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ในปี 2495

เมื่อจอมพลสฤษดิ์ขึ้นมามีอำนาจเบ็ดเสร็จหลังทำรัฐประหารยึดอำนาจของจอมพล ป. พิบูลสงคราม นโยบายต่อต้านคอมมิวนิสต์และระดับความสัมพันธ์กับรัฐบาลอเมริกันก็ได้พัฒนาไปอย่างลึกซึ้งในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยสฤษดิ์ได้จัดระบบในสำนักนายกรัฐมนตรีเสียใหม่เพื่อกระชับอำนาจในการวางนโยบายและควบคุมข้าราชการให้เข้ามาอยู่ในความดูแลของนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ ส่งผลให้นโยบายการต่อต้านปราบปรามคอมมิวนิสต์ถูกรับไปปฏิบัติโดยหน่วยงานต่าง ๆ อย่างมีเอกภาพมากขึ้น Continue reading

ตำนานความเชื่อเรื่องงาและหางช้าง…ของชาวสุวรรณภูมิ

11113709_777231582393739_9205376866475906977_n

งาช้าง สัญลักษณ์ความบริสุทธิ์ เป็นมงคล ความเชื่อในพลังอำนาจ ช่วยฟันฝ่าอุปสรรค แคล้วคลาดจากภยันตราย เอาชนะเหล่าศัตรูหมู่มารได้ จึงมีผู้แสวงหาเพื่อมีไว้ในครอบครอง

หนึ่งในตำนานเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของงาช้างคือเรื่องราวของ “ปรศุราม” องค์อวตารของวิษณุเทพ ใช้ขวานที่ยืมมาจาก “พระศิวะ” ขว้างใส่ “พระคเณศ” พระองค์จำใจต้องใช้งาข้างซ้ายรับขวานนั้น งาข้างนั้นจึงเรียกว่า “งากำจัด” เกิดเป็นความเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุที่ “พระคเณศ” ทรงมีความกตัญญูเป็นอย่างยิ่งในตัวพระบิดา หากครั้นจะต่อสู้กันไปก็อาจทำได้ แต่จะมีประโยชน์อะไรกับการทำลายฤทธิ์เดชของอาวุธซึ่งเป็นของบิดาตนเอง

การบูชาช้าง ถือว่าเริ่มต้นที่เคารพต่อเทวดา นอกจากนี้ คุณค่าของ “งา” ยังมาจาก ลำดับสายพันธุ์ เกิดความเชื่อที่ว่า “งา” ที่ได้จากช้างออกศึก จะทำให้ผู้ครอบครองชนะการทำศึกทุกครั้ง

สำหรับคนไทยทุกยุคทุกสมัยจะมีความเชื่อ และการครอบครองงาช้างว่าช้างไทยมี “องค์” คอยปกป้อง จึงนิยมนำงาช้างมาบูชาในวัด ในโบสถ์ ส่วนหนึ่งนิยมให้เป็นของกำนัลแก่ “เจ้านาย” เพราะถือเป็นผู้มีบุญญาธิการ Continue reading

ภาพประวัติศาสตร์หาดูยาก : ประวัติการก่อสร้างเขื่อนยันฮี (ภูมิพล)

2

14696955_1811904582376787_1679097492_n

untitled

Continue reading

ประวัติการต่อต้านการสร้างเขื่อนยันฮี (เขื่อนภูมิพล) ในอดีต

เขื่อนภูมิพลและสายไฟฟ้าแรงสูง เมกกะโปรเจ็คของรัฐบาลทหารเลือกตั้ง ที่ถูกใช้ทำลายความชอบธรรมของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อปูทางสู่การรัฐประหารของกลุ่มสี่เสาเทเวศร์ 16 กันยายน 2500

รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม พรรคเสรีมนังคศิลา ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการไฟฟ้ายันฮี โดยเข้าที่ประชุมสภาในวันที่ 29 สิงหาคม 2500 ก่อนหน้าการรัฐประหารของกลุ่มสี่เสาเทเวศร์อยู่ราวครึ่งเดือน

14657516_1186887721356974_3167597203357152901_n

Continue reading