ยาขนานนี้เป็นของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ท่านบันทึกไว้แต่ปี 2409 เป็นตำรายาที่ขึ้นชื่อมาก ส่วนมากหมอยาในกรุงเทพ ฯ และภาคกลางล้วนรู้จักและปรุงกินกันมาก แต่ท่านว่าอายุหนุ่มน้อยกินไม่สู้ดี เพราะธาตุไฟแรงจะเผาร่างกายให้ผ่ายผอม เหมาะสำหรับคนอ้วนต้องการลดความอ้วนกินยานี้น่าจะดี ตัวยามีดังนี้
ยาทั้งหมดสัดส่วนเท่ากัน ตากแห้งบดผงผสมน้ำผึ้งกินก่อนนอน วันละ 1-2 เม็ด ท่านว่ากินได้ 1 เดือนตัว พยาธิ์ลำไส้ออกมาหมด หายจากอาการปวดเมื่อยอ่อนเพลียโดยไม่ต้องอาศัยหมอนวดบีบ การหมุนเวียนโลหิตดี เลือดลมไหลสะดวก เรื่องอย่างว่าก็สู้บ่ยั่นเหมือนกัน ถ้าเป็นพระทำฉันให้งดกระชายเสีย เพราะเป็นยาบำรุงกามารมณ์
เอายาทั้งหมดนี้มาตำเข้าด้วยกัน แล้วใส่โหลหรือกระปุกเก็บไว้รับประทานก่อนอาหาร หรือก่อนนอน เป็นยาขับถ่ายสิ่งโสโครกออกจากร่างกาย ถ้ารับประทานประจำโรคภัยหายหมด ผิวพรรณวรรณะก็ดีงาม กลิ่นตัวกลิ่นปากหรืออื่น ๆ จะหายไปหมด
ยานี้ชื่อยากำลังราชสีห์ ตัวยามี 5 อย่างด้วยกันคือ
เอาตัวยาทั้งหมดมาตำเข้าด้วยกันแล้ว ใส่โหล ใส่สุราให้ท่วมยา ปิดให้สนิทแล้วนำไปฝังโคลนที่ชายน้ำในวันแรม 14 ค่ำ พอขึ้น 15 ค่ำของอีกเดือนหนึ่งจึงไปขุดขึ้นมารับประทาน ก่อนอาหารเย็นครั้งละ 1 ถ้วยตะไล จะแข็งแรง ปราศจากโรคภัยทั้งปวง จะมีกำลังดุจหนุมาน คำว่าแก่จะไม่มี ท่านว่าผู้มีบุญวาสนาเท่านั้นจึงได้รับประทาน แต่เรื่องการหมักโคลนนั้นมีเหตุผลทีต้องการความเย็น สมัยนี้ใส่ตู้เย็นย่อมเหมาะสมกว่า
เอามาตำให้แหลกจนเข้ากันดีแล้วผสมน้ำผึ้ง ให้ทำวันแรม 7 ค่ำ กินวันละ ลูกพุทรา กำลังดีมาก
เอารากกะทกรกมาต้มกิน เวลาไปขุดรากกะทกรกให้ไปขุดวันอังคาร พอถึง 3 อังคารแล้วให้ต้มกิน ระหว่างที่ต้มหม้อที่ 1 นั้นก็ไปขุดในวันอังคารอีก 3 อังคาร รวมเป็น 6 อังคาร พอถึงวันอังคารที่ 7 ให้ต้มกิน รวมเป็น 2 หม้อ ต้มกินต่างน้ำชาก็ได้ เวลาขุดรากกะทกรกนั้นไม่ว่าจะได้มากหรือน้อยท่านให้คอนกลับบ้านแล้วเอามา แขวนไว้จนครบ 3 อังคาร และ 7 อังคาร ยานี้ต้องทำของใครของมัน จะให้คนอื่นทำให้ไม่ได้
ตำเป็นผงผสมน้ำผึ้ง และน้ำนมวัว วิธีทำต้องเอาน้ำนมวัวและน้ำผึ้งมาต้มเคี่ยวจนงวดพอสมควรก็เอายาลงผสมคนให้เข้ากันดีแล้วก็ยกลง พอเย็นแล้วจึงปั้นเท่าเม็ดพุทรา รับประทานเช้าเย็นครั้งละ 1 เม็ด รับประทานได้ 2 เดือนโรคลมจะหาย หูจะได้ยินถนัด ตาจะสว่าง ผิวพรรณจะสวยงาม ร่างกายจะแข็งแรง ร.ต.อ.เปี่ยมเล่าว่า เดิมที่ได้ตำรายานี้มา หลวงศรีเทพบาล บ้านอยู่สะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ได้เล่าว่ามี พระรูปหนึ่งธุดงค์มาแต่เมืองตะวันตก มาพักอยู่ที่วัดเสาวคนธ์ กรุงเทพ ฯ บอกว่าอายุ 70 ปี แต่ดูร่างกายท่านยังหนุ่มมาก หลวงศรีเทพบาลจึงขอตำรายาที่ท่านฉัน เมื่อได้มาแล้วก็ยังไม่ได้ทำ เพราะไม่รู้จักต้นพญามุติ จนมาถึง พ.ศ.2459 มีพระรูปหนึ่งได้นำต้นพระยามุติมาให้ดู และได้ทำยารับประทานตั้งแต่นั้นมา
ร.ต.อ.เปี่ยมเล่าว่าท่านได้ทำยาขนานนี้รับประทานได้ 2-3 เดือน ลมออกหูก็หาย หูได้ยินชัดเจนดี ตาที่มัวก็กลับอ่านหนังสือได้ หน้าที่เคยเป็นฝ้าด่างดำก็หายไป ร่างกายก็แข็งแรง หลับสนิทดี ท่านบอกลักษณะต้นพระยามุติว่า ใบของมันคล้ายใบตั้งอ้อ ดอกคล้าย ๆ ตุ้มหู หรือคล้ายดอกผักกาดดอกแบนสีเหลือง ถ้าขึ้นตรงพื้นดินสมบูรณ์ต้นจะสูงถึง 2 ศอกเศษ ชอบขึ้นตามหาดทราย หรือดินปนทราย ใช้ทำแกงเลียงกินได้ บางคนเรียกต้นออ มีมากในเดือน ยี่-3
ตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง กินก่อนนอนวันละ 1 เม็ดพุทรา ทำให้เจริญอาหาร แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ
ให้เอารากข่อยมาต้มกินแทนน้ำ ช่วงแรกที่กินผิวจะดำคล้ำและลอกออกมาคล้ายงูลอกคราบ กินต่อไปเรื่อย ๆ รูปร่างจะเปลี่ยนแปลง ผิวพรรณผุดผ่องอ้วนท้วนสมบูรณ์ ผู้กินยานี้อายุได้ 160 ปี
เอาหัวแห้วหมูมาล้างให้สะอาด แล้วคั่วไฟ แล้วทุบให้แตก นำมาชงดื่มแบบน้ำชา แก้ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย ร่างกายแข็งแรง ตาสว่างดุจคนหนุ่ม ฟันทนแข็งแรง ร่างกายกลับเป็นหนุ่มสาว
เอาตัวยาทั้งหมดมาตำพอแหลก แล้วห่อผ้าขาวดองสุราไว้ 7 วัน กินวันละ 1 จอก หลังอาทิตย์ตกดิน
เอามาทุบดองสุรา กินก่อนอาหารเย็น กินประจำอายุยืนถึง 100 ปี แข็งแรงทำงานหนักได้ดุจคนหนุ่ม
เอาน้ำมะนาวเปรี้ยวจัด 1 ถ้วยตะไล ผสมกับน้ำสุก 1 แก้ว ผสมเกลือป่น 1 ช้อนกาแฟ คนดีแล้วดื่มจนหมดแก้ว ก่อนอาหารเช้าสัก 30 นาที กินติดต่อกัน 15 วัน และหยุด 10 วันจึงเริ่มดื่มใหม่ติดต่อกัน 3 วัน และหยุด 1 เดือนจึงเริ่มดื่มอีก วันละ 1 จอกแก้วยาดอง ท่านว่ารับรองผิวขาวเป็นนวลใย ไร้ไฝฝ้า
ตำรานี้ได้จากลายแทงขุมทรัพย์เมืองพิษณุโลก ท่านเขียนเป็นปริศนาไว้ บอกว่าถ้าใครคิดได้ให้ขุดลงไปจะได้ทองคำ 1 ตุ่ม คนมีปัญญาคิดได้จึงขุดลงไปก็พบตุ่มใบหนึ่งพร้อมกับใบลานจารึกตำรายาขนานนี้ ท่านเขียนไว้ให้ทานแก่สมณชีพราหมณ์และหญิงชายทั้งปวง ถ้าผู้ใดพบตำรานี้ขอให้บอกต่อ ๆ กันไปจะได้ผลานิสงส์มาก ตำรามีว่า
ให้เอายาทั้งหมดมาตำเป็นผงแล้วผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำอ้อยแดงก็ได้ ใส่หม้อผนึกไว้ให้ดี เอาทองแดงผูกคอ หม้อหนัก 1 บาท แล้งฝังข้าวเปลือกไว้ 5 วัน แล้วรับประทานวันละ 1 ช้อนหอย สามารถแก้โรคทั้งปวง ผมหงอกจะกลับดำ อายุยืนถึง 100 ปี มีกำลังเจ็ดช้างสาร สำเนียงเสียงใส รูปงาม หาโรคมิได้ ถ้ารับประทานติดต่อกัน 6 เดือน สารพัดสัตว์ที่มีพิษกัดไม่เข้าเลย ถ้าเอาน้ำมูตร(ปัสสาวะ)ใส่ตุ่มไว้ เอาทองแดงแผ่ให้บางแช่ในน้ำมูตร(ที่เกิดจากกินยานี้) นาน 3 เดือน ทองแดงจะกลายเป็นทองคำธรรมชาติไม่มีขี้เลย ถ้าไม่จริงดังกล่าวขอให้ตัวข้าพเจ้าผู้ไว้ตำรานี้ตกจตุราบายเทอญ.
ให้เอายาทั้งหมดมาตำเป็นผงแล้วผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำอ้อยแดงก็ได้ ใส่หม้อผนึกไว้ให้ดี เอาทองแดงผูกคอ
หม้อหนัก 1 บาท แล้งฝังข้าวเปลือกไว้ 5 วัน แล้วรับประทานวันละ 1 ช้อนหอย สามารถแก้โรคทั้งปวง ผมหงอกจะกลับดำ อายุยืนถึง 100 ปี มีกำลังเจ็ดช้างสาร สำเนียงเสียงใส รูปงาม หาโรคมิได้ ถ้ารับประทานติดต่อกัน 6 เดือน สารพัดสัตว์ที่มีพิษกัดไม่เข้าเลย ถ้าเอาน้ำมูตร(ปัสสาวะ)ใส่ตุ่มไว้ เอาทองแดงแผ่ให้บางแช่ในน้ำมูตร(ที่เกิดจากกินยานี้) นาน 3 เดือน ทองแดงจะกลายเป็นทองคำธรรมชาติไม่มีขี้เลย ถ้าไม่จริงดังกล่าวขอให้ตัวข้าพเจ้าผู้ไว้ตำรานี้ตกจตุราบายเทอญ.
ยาตำรับนี้ตรงกับตำรับที่ 2 ที่เป็นตำราเหนือ ความจริงในตำรับนั้นท่านบอกเป็นภาษาเหนือ แต่ผู้เขียนได้แปลให้เป็นภาษาไทยแล้ว ก็ตรงกับตำรับนี้ เป็นตำรับยาที่เกิดและถ่ายทอดในสมัยเดียวกัน เพราะเมืองพิษณุโลกและเชียงใหม่ เชียงราย เชียงแสน รวมไปถึงพระสงฆ์ทางพม่าได้ไปมาหาสู่กันไม่ขาด พระสงฆ์ก็ไป ๆ มา ๆ เพราะทางเชียงใหม่เลื่อมใสพระสงฆ์ทางสุโขทัย จึงนิมนต์พระทางสุโขทัยไปเผยแพร่พระศาสนา และเป็นสังฆราชาอยู่ทางโน้นในสมัยพระเจ้ากือนา ทางพิษณุโลกก็ได้สุโขทัยเป็นหลักเช่นกัน ตำรายามักเผยแพร่ไปกับพระสงฆ์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนทุกหนทุกแห่ง และเป็นศูนย์กลางของการศึกษาด้วยเช่นกัน คนทางเหนือไม่สู้นิยมทำลายแทงเหมือนชาวพิษณุโลก มักเขียนใส่ใบลานเก็บใส่ตู้ไว้ตามวัดต่าง ๆ และบนหิ้งบูชาในบ้านของตนเองรวมกับคาถาอาคมอื่น ๆ จึงมักพบตำราลายแทงในเมืองพิษณุโลกและกำแพงเพชรเป็นส่วนมาก
ท่านให้เอาบอระเพ็ดพุงช้าง (สบู่เลือดเถา) มาหั่นตากแดดพอหมาด แล้วแช่กับน้ำตาลทรายแดงหรือสุราก็ได้ รับประทานเช้า-เย็น แก้มือเท้าชา แก้ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย
ท่านให้เอากล้วยน้ำว้าสุก 1 หวี ปอกเปลือกออกแล้วใส่โหล เอาน้ำผึ้งใส่ให้ท่วมกล้วย ดองไว้ 15 วัน แล้วรับประทานก่อนอาหารวันละ 1 ลูก บำรุงกำลัง บำรุงประสาท แก้โรคเบาหวาน นอนหลับสนิทดี
เอาสิ่งละเท่ากัน ต้องตากแห้งก่อนแล้วทำเป็นผง ผสมน้ำผึ้ง รับประทานหลังอาหารเย็น ครั้งละ ปลายนิ้วก้อย เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้โรคลม ริดสีดวงทวาร ริดสีดวงลำไส้ ทำให้เจริญอาหาร นอนหลับสบาย ร่ายกายแข็งแรง
ยาขนานนี้นอกจากเป็นยาอายุวัฒนะแล้วยังเป็นยารักษามะเร็งและโรคเรื้อรังได้อีกด้วย
ทำเป็นผง ส่วนเกลือนั้นให้คั่วเสียก่อนแล้วนำมาตำให้ละเอียด จึงเอาทั้งหมดผสมกัน แล้วผสมน้ำผึ้ง รับประทานหลังอาหารเย็นเท่าปลายข้อนิ้วก้อย
ท่านให้ทำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง กินหลังอาหารค่ำ หรือก่อนนอน กิน 1 เดือนโรคภัยจะหายสิ้น กิน 3 เดือน จะแข็งแรง ผิวพรรณสวยงาม
ทำเป็นยาผงผสมน้ำผึ้ง รับประทานครั้งละปลายนิ้วชี้หลังอาหารเช้าหรือเย็น
ตำรายานี้ได้มาจากเมืองพิษณุโลก ท่านให้เป็นปริศนาว่า ถ้าใครคิดได้ให้ขุดลงไปจะได้ทอง 100 ตำลึง คนฉลาดแก้ปริศนาออกจึงไปขุดก็พบแผ่นศิลาปิดปากหลุมไว้อย่างมิดชิด เมื่อเปิดออกดูก็พบใบลานยาวประมาณ 1 คืบ เมื่อเอามาอ่านดูก็พบว่าเป็นตำรายาวิเศษ จารึกด้วยอักษรขอมโบราณ มีใจความว่า พระฤาษีแสดงไว้เป็นทานแก่สมณชีพราหมณาจาร ย์ และมนุษย์ทั่วไปทั้งหญิงและชายเพื่อจะให้บำบัดโรค ถ้าผู้ใดได้ตำรานี้แล้วขอให้บอกต่อ ๆ กันไป จะได้อานิสงส์กัลป์ ถ้าเอาตำรายานี้ไว้ไม่เชื่อถือแล้วจะต้องไปตกนรก ตำรายานี้ชื่อ ตำราต้นเหงือกปลาหมอ ถ้าเห็นต้นเหงือกปลาหมอขึ้นตรงทาง หรืออยู่ในที่ใด ๆ ก็ดี อย่าเหยียบย่ำข้ามเลย ต้นเหงือกปลาหมอนี้มีคุณวิเศษมากมายหลายอย่างคือ
เรียบเรึยงใหม่จาก http://www.sanyasi.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=528384&Ntype=4
ยาอายุวัฒนะ : บำรุงร่างกาย
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 16
ยาขนานนี้เป็นของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ท่านบันทึกไว้แต่ปี 2409
เป็นตำรายาที่ขึ้นชื่อมาก ส่วนมากหมอยาในกรุงเทพ ฯ และภาคกลางล้วนรู้จักและปรุงกินกันมาก แต่ท่านว่าอายุหนุ่มน้อยกินไม่สู้ดี เพราะธาตุไฟแรงจะเผาร่างกายให้ผ่ายผอม เหมาะสำหรับคนอ้วนต้องการลดความอ้วนกินยานี้น่าจะดี ตัวยามีดังนี้
ยาทั้งหมดสัดส่วนเท่ากัน ตากแห้งบดผงผสมน้ำผึ้งกินก่อนนอน วันละ 1-2 เม็ด ท่านว่ากินได้ 1 เดือนตัว
พยาธิ์ลำไส้ออกมาหมด หายจากอาการปวดเมื่อยอ่อนเพลียโดยไม่ต้องอาศัยหมอนวดบีบ การหมุนเวียนโลหิตดี เลือดลมไหลสะดวก เรื่องอย่างว่าก็สู้บ่ยั่นเหมือนกัน ถ้าเป็นพระทำฉันให้งดกระชายเสีย เพราะเป็นยาบำรุงกามารมณ์
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 20
เอายาทั้งหมดนี้มาตำเข้าด้วยกัน แล้วใส่โหลหรือกระปุกเก็บไว้รับประทานก่อนอาหาร หรือก่อนนอน เป็นยาขับถ่ายสิ่งโสโครกออกจากร่างกาย ถ้ารับประทานประจำโรคภัยหายหมด ผิวพรรณวรรณะก็ดีงาม กลิ่นตัวกลิ่นปากหรืออื่น ๆ จะหายไปหมด
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 21 บำรุงร่างกาย
ยานี้ชื่อยากำลังราชสีห์ ตัวยามี 5 อย่างด้วยกันคือ
เอาตัวยาทั้งหมดมาตำเข้าด้วยกันแล้ว ใส่โหล ใส่สุราให้ท่วมยา ปิดให้สนิทแล้วนำไปฝังโคลนที่ชายน้ำในวันแรม 14 ค่ำ พอขึ้น 15 ค่ำของอีกเดือนหนึ่งจึงไปขุดขึ้นมารับประทาน ก่อนอาหารเย็นครั้งละ 1 ถ้วยตะไล จะแข็งแรง ปราศจากโรคภัยทั้งปวง จะมีกำลังดุจหนุมาน คำว่าแก่จะไม่มี ท่านว่าผู้มีบุญวาสนาเท่านั้นจึงได้รับประทาน แต่เรื่องการหมักโคลนนั้นมีเหตุผลทีต้องการความเย็น สมัยนี้ใส่ตู้เย็นย่อมเหมาะสมกว่า
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 30
เอามาตำให้แหลกจนเข้ากันดีแล้วผสมน้ำผึ้ง ให้ทำวันแรม 7 ค่ำ กินวันละ ลูกพุทรา กำลังดีมาก
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 31
เอารากกะทกรกมาต้มกิน เวลาไปขุดรากกะทกรกให้ไปขุดวันอังคาร พอถึง 3 อังคารแล้วให้ต้มกิน ระหว่างที่ต้มหม้อที่ 1 นั้นก็ไปขุดในวันอังคารอีก 3 อังคาร รวมเป็น 6 อังคาร พอถึงวันอังคารที่ 7 ให้ต้มกิน รวมเป็น 2 หม้อ ต้มกินต่างน้ำชาก็ได้ เวลาขุดรากกะทกรกนั้นไม่ว่าจะได้มากหรือน้อยท่านให้คอนกลับบ้านแล้วเอามา แขวนไว้จนครบ 3 อังคาร และ 7 อังคาร ยานี้ต้องทำของใครของมัน จะให้คนอื่นทำให้ไม่ได้
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 33
ตำเป็นผงผสมน้ำผึ้ง และน้ำนมวัว วิธีทำต้องเอาน้ำนมวัวและน้ำผึ้งมาต้มเคี่ยวจนงวดพอสมควรก็เอายาลงผสมคนให้เข้ากันดีแล้วก็ยกลง พอเย็นแล้วจึงปั้นเท่าเม็ดพุทรา รับประทานเช้าเย็นครั้งละ 1 เม็ด รับประทานได้ 2 เดือนโรคลมจะหาย หูจะได้ยินถนัด ตาจะสว่าง ผิวพรรณจะสวยงาม ร่างกายจะแข็งแรง
ร.ต.อ.เปี่ยมเล่าว่า เดิมที่ได้ตำรายานี้มา หลวงศรีเทพบาล บ้านอยู่สะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ได้เล่าว่ามี
พระรูปหนึ่งธุดงค์มาแต่เมืองตะวันตก มาพักอยู่ที่วัดเสาวคนธ์ กรุงเทพ ฯ บอกว่าอายุ 70 ปี แต่ดูร่างกายท่านยังหนุ่มมาก หลวงศรีเทพบาลจึงขอตำรายาที่ท่านฉัน เมื่อได้มาแล้วก็ยังไม่ได้ทำ เพราะไม่รู้จักต้นพญามุติ จนมาถึง พ.ศ.2459 มีพระรูปหนึ่งได้นำต้นพระยามุติมาให้ดู และได้ทำยารับประทานตั้งแต่นั้นมา
ร.ต.อ.เปี่ยมเล่าว่าท่านได้ทำยาขนานนี้รับประทานได้ 2-3 เดือน ลมออกหูก็หาย หูได้ยินชัดเจนดี ตาที่มัวก็กลับอ่านหนังสือได้ หน้าที่เคยเป็นฝ้าด่างดำก็หายไป ร่างกายก็แข็งแรง หลับสนิทดี
ท่านบอกลักษณะต้นพระยามุติว่า ใบของมันคล้ายใบตั้งอ้อ ดอกคล้าย ๆ ตุ้มหู หรือคล้ายดอกผักกาดดอกแบนสีเหลือง ถ้าขึ้นตรงพื้นดินสมบูรณ์ต้นจะสูงถึง 2 ศอกเศษ ชอบขึ้นตามหาดทราย หรือดินปนทราย ใช้ทำแกงเลียงกินได้ บางคนเรียกต้นออ มีมากในเดือน ยี่-3
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 34 บำรุงร่างกาย
ตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง กินก่อนนอนวันละ 1 เม็ดพุทรา ทำให้เจริญอาหาร แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 35.บำรุงร่างกาย
ให้เอารากข่อยมาต้มกินแทนน้ำ ช่วงแรกที่กินผิวจะดำคล้ำและลอกออกมาคล้ายงูลอกคราบ กินต่อไปเรื่อย ๆ รูปร่างจะเปลี่ยนแปลง ผิวพรรณผุดผ่องอ้วนท้วนสมบูรณ์ ผู้กินยานี้อายุได้ 160 ปี
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 36. บำรุงสายตา
เอาหัวแห้วหมูมาล้างให้สะอาด แล้วคั่วไฟ แล้วทุบให้แตก นำมาชงดื่มแบบน้ำชา แก้ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย ร่างกายแข็งแรง ตาสว่างดุจคนหนุ่ม ฟันทนแข็งแรง ร่างกายกลับเป็นหนุ่มสาว
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 37 บำรุงร่างกาย
เอาตัวยาทั้งหมดมาตำพอแหลก แล้วห่อผ้าขาวดองสุราไว้ 7 วัน กินวันละ 1 จอก หลังอาทิตย์ตกดิน
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 38
เอามาทุบดองสุรา กินก่อนอาหารเย็น กินประจำอายุยืนถึง 100 ปี แข็งแรงทำงานหนักได้ดุจคนหนุ่ม
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 41 ยาผิวงาม
เอาน้ำมะนาวเปรี้ยวจัด 1 ถ้วยตะไล ผสมกับน้ำสุก 1 แก้ว ผสมเกลือป่น 1 ช้อนกาแฟ คนดีแล้วดื่มจนหมดแก้ว ก่อนอาหารเช้าสัก 30 นาที กินติดต่อกัน 15 วัน และหยุด 10 วันจึงเริ่มดื่มใหม่ติดต่อกัน 3 วัน และหยุด 1 เดือนจึงเริ่มดื่มอีก วันละ 1 จอกแก้วยาดอง ท่านว่ารับรองผิวขาวเป็นนวลใย ไร้ไฝฝ้า
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 44 ยาลายแทง
ตำรานี้ได้จากลายแทงขุมทรัพย์เมืองพิษณุโลก ท่านเขียนเป็นปริศนาไว้ บอกว่าถ้าใครคิดได้ให้ขุดลงไปจะได้ทองคำ 1 ตุ่ม คนมีปัญญาคิดได้จึงขุดลงไปก็พบตุ่มใบหนึ่งพร้อมกับใบลานจารึกตำรายาขนานนี้ ท่านเขียนไว้ให้ทานแก่สมณชีพราหมณ์และหญิงชายทั้งปวง ถ้าผู้ใดพบตำรานี้ขอให้บอกต่อ ๆ กันไปจะได้ผลานิสงส์มาก ตำรามีว่า
ยาตำรับนี้ตรงกับตำรับที่ 2 ที่เป็นตำราเหนือ ความจริงในตำรับนั้นท่านบอกเป็นภาษาเหนือ แต่ผู้เขียนได้แปลให้เป็นภาษาไทยแล้ว ก็ตรงกับตำรับนี้ เป็นตำรับยาที่เกิดและถ่ายทอดในสมัยเดียวกัน เพราะเมืองพิษณุโลกและเชียงใหม่ เชียงราย เชียงแสน รวมไปถึงพระสงฆ์ทางพม่าได้ไปมาหาสู่กันไม่ขาด พระสงฆ์ก็ไป ๆ มา ๆ เพราะทางเชียงใหม่เลื่อมใสพระสงฆ์ทางสุโขทัย จึงนิมนต์พระทางสุโขทัยไปเผยแพร่พระศาสนา และเป็นสังฆราชาอยู่ทางโน้นในสมัยพระเจ้ากือนา ทางพิษณุโลกก็ได้สุโขทัยเป็นหลักเช่นกัน ตำรายามักเผยแพร่ไปกับพระสงฆ์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนทุกหนทุกแห่ง และเป็นศูนย์กลางของการศึกษาด้วยเช่นกัน คนทางเหนือไม่สู้นิยมทำลายแทงเหมือนชาวพิษณุโลก มักเขียนใส่ใบลานเก็บใส่ตู้ไว้ตามวัดต่าง ๆ และบนหิ้งบูชาในบ้านของตนเองรวมกับคาถาอาคมอื่น ๆ จึงมักพบตำราลายแทงในเมืองพิษณุโลกและกำแพงเพชรเป็นส่วนมาก
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 45 แก้มือเท้าชา
ท่านให้เอาบอระเพ็ดพุงช้าง (สบู่เลือดเถา) มาหั่นตากแดดพอหมาด แล้วแช่กับน้ำตาลทรายแดงหรือสุราก็ได้ รับประทานเช้า-เย็น แก้มือเท้าชา แก้ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 46
ท่านให้เอากล้วยน้ำว้าสุก 1 หวี ปอกเปลือกออกแล้วใส่โหล เอาน้ำผึ้งใส่ให้ท่วมกล้วย ดองไว้ 15 วัน แล้วรับประทานก่อนอาหารวันละ 1 ลูก บำรุงกำลัง บำรุงประสาท แก้โรคเบาหวาน นอนหลับสนิทดี
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 47
เอาสิ่งละเท่ากัน ต้องตากแห้งก่อนแล้วทำเป็นผง ผสมน้ำผึ้ง รับประทานหลังอาหารเย็น ครั้งละ ปลายนิ้วก้อย เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้โรคลม ริดสีดวงทวาร ริดสีดวงลำไส้ ทำให้เจริญอาหาร นอนหลับสบาย ร่ายกายแข็งแรง
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 48 ปรับธาตุให้สมบูรณ์
ยาขนานนี้นอกจากเป็นยาอายุวัฒนะแล้วยังเป็นยารักษามะเร็งและโรคเรื้อรังได้อีกด้วย
ทำเป็นผง ส่วนเกลือนั้นให้คั่วเสียก่อนแล้วนำมาตำให้ละเอียด จึงเอาทั้งหมดผสมกัน แล้วผสมน้ำผึ้ง รับประทานหลังอาหารเย็นเท่าปลายข้อนิ้วก้อย
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 48 กำลังราชสีห์
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 49. ยาเปลี่ยนร่าง
ท่านให้ทำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง กินหลังอาหารค่ำ หรือก่อนนอน กิน 1 เดือนโรคภัยจะหายสิ้น กิน 3 เดือน จะแข็งแรง ผิวพรรณสวยงาม
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 52 ยากำลังวิเศษ
ทำเป็นยาผงผสมน้ำผึ้ง รับประทานครั้งละปลายนิ้วชี้หลังอาหารเช้าหรือเย็น
53. ตำรายาเหงือกปลาหมอ
หมอเมือง สันยาสี เรื่องนี้สำคัญ โปรดอ่านให้จบ
ตำรายานี้ได้มาจากเมืองพิษณุโลก ท่านให้เป็นปริศนาว่า ถ้าใครคิดได้ให้ขุดลงไปจะได้ทอง 100 ตำลึง คนฉลาดแก้ปริศนาออกจึงไปขุดก็พบแผ่นศิลาปิดปากหลุมไว้อย่างมิดชิด เมื่อเปิดออกดูก็พบใบลานยาวประมาณ 1 คืบ เมื่อเอามาอ่านดูก็พบว่าเป็นตำรายาวิเศษ จารึกด้วยอักษรขอมโบราณ มีใจความว่า
พระฤาษีแสดงไว้เป็นทานแก่สมณชีพราหมณาจาร ย์ และมนุษย์ทั่วไปทั้งหญิงและชายเพื่อจะให้บำบัดโรค ถ้าผู้ใดได้ตำรานี้แล้วขอให้บอกต่อ ๆ กันไป จะได้อานิสงส์กัลป์ ถ้าเอาตำรายานี้ไว้ไม่เชื่อถือแล้วจะต้องไปตกนรก ตำรายานี้ชื่อ ตำราต้นเหงือกปลาหมอ ถ้าเห็นต้นเหงือกปลาหมอขึ้นตรงทาง หรืออยู่ในที่ใด ๆ ก็ดี อย่าเหยียบย่ำข้ามเลย ต้นเหงือกปลาหมอนี้มีคุณวิเศษมากมายหลายอย่างคือ
เรียบเรึยงใหม่จาก http://www.sanyasi.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=528384&Ntype=4