เรื่องเล่าในเรือนจำจากอดีตนักโทษการเมือง : ธุรกิจในเรือนจำ (2)

   



ภาพ : สำนักข่าวเจ้าพระยา

เนื่องจากผู้ต้องขังไม่สามารถใช้เงินสดจึงต้องใช้บัตรสมาร์ทการ์ดในการซื้อสินค้าจากร้านค้าของแดนเท่านั้น พวกเขาไม่สามารถใช้บัตรนี้โอนเงินสดจากบุ๊คหากันและกัน หรือซื้อสินค้าจากผู้ต้องขังด้วยกัน เงินสดที่ผู้ต้องขังใหม่นำมาจากโรงพัก-ศาลจะถูกฝากเข้าบุ๊คของแต่ละคน ผู้ต้องขังใหม่ต้องรอการทำบัตรสมาร์ทการ์ด 3-10 วัน บัตรสมาร์ทการ์ดของผมใช้เวลา 9 วัน

เงินสดที่ได้รับจากญาติ-เพื่อนของผู้ต้องขัง และเงินปันผลจากกองงานจะถูกโอนเข้าบุ๊คของแต่ละคน แต่เรือนจำมีการจำกัดการใช้เงินไม่เกินวันละ 300 บาทต่อ 1 คน วงเงิน 300 บาทอาจเพียงพอสำหรับผู้ต้องขังธรรมดา แต่สำคัญผู้ต้องขัง VIP-มีฐานะอาจไม่เพียงพอในบางวัน ผู้ต้องขังขาใหญ่ที่มีลูกน้องมากรายจ่ายในแต่ละวันสูงกว่านี้มาก ด้วยเหตุนี้บุหรี่จึงถูกใช้แทนเงินสดในเรือนจำแห่งนี้ บุหรี่ 1 ซองราคาขายจากร้านค้าของเรือนจำคือ 65 บาท (ปัจจุบันเป็น 67 บาท) แต่มีมูลค่า 50 บาทในเรือนจำแห่งนี้

ผู้ต้องขัง VIP-มีฐานะมักจะให้ญาติ-เพื่อนของพวกเขาซื้อบุหรี่เป็นของฝาก บางคนซื้อมากถึงครั้งละ 10 แถว (1 แถวมี 10 ซอง) เพื่อเก็บไว้ใช้จ่ายแทนเงินสด ตอนที่ผมยังอยู่ในเรือนจำแห่งนี้ ญาติ-เพื่อนสามารถฝากเงินสด-ซื้อของฝากไม่จำกัด แต่ตอนนี้เรือนจำกำหนดให้ผู้ต้องขังมีเงินสดในบุ๊คไม่เกิน 9,000 บาท รวมทั้งกำหนดให้รับของฝากไม่เกินวันละ 1,500 บาท

ทุกสินค้า-บริการในเรือนจำสามารถซื้อได้ด้วยบุหรี่ ยิ่งคุณมีบุหรี่มากเท่าไร่คุณก็ยิ่งเข้าใกล้ความเป็นเศรษฐีมากเท่านั้น ในเรือนจำมีสินค้า-บริการหลากหลายจนบุคคลภายนอกคาดไม่ถึง

– บริการซักผ้า : หลังจากที่เจ้าหน้าที่เรือนจำปล่อยตัวผู้ต้องขังออกจากห้องนอนเวลา 6.00 น. ผู้ต้องขังที่ต้องซักผ้าจะจับจองพื้นที่ด้านหลังลานอาบน้ำเพื่อซักผ้าจนเต็มพื้นที่

ผู้ต้องขังต้องซักผ้าด้วยมือในถังของตนเอง ถังเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นถังสีน้ำพลาสติกที่เหลือจากการทาสีอาคารเรือนจำ แม้เป็นเพียงถังเปล่า แต่ราคาซื้อ-ขายในเรือนจำใบละ 500 บาท
หลังจากซักผ้าเสร็จผู้ต้องขังจะต้องนำผ้าไปตากที่ราวตากผ้าด้านหลังบล็อกชั้นล่าง หรือด้านหน้ากองงานปลั๊กไฟ หากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ผู้ต้องขังมักจะซักเครื่องนอน (ผ้าปูที่นอน และปลอกหมอน)
ราวตากผ้านี้เป็นเสาเหล็กสูงประมาณ 1 เมตรซึ่งพาดด้วยเหล็กเส้น 4 เส้นยาวหลายเมตร แม้จะมีพื้นที่การตากมาก แต่เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ต้องขังบ่อยครั้งจึงไม่เพียงพอ โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

ผู้ต้องขังเก่าแต่ละคนจะมีพื้นที่ซักผ้า-ราวตากผ้าเป็นของตนเอง ผู้ต้องขังใหม่จึงยากที่จะหาพื้นที่ซักผ้า หากผู้ต้องขังใหม่ตากผ้าบนราวตากผ้าที่มีเจ้าที่ เสื้อผ้าเหล่านั้นอาจถูกเขี่ยร่วงจากราวลงไปกองอยู่ที่พื้น

ผู้ต้องขังที่ยากจนต้องซักเสื้อผ้าของตนเอง บางคนไม่มีผงซักฟอกจึงต้องซักผ้าด้วยน้ำเปล่า บางคนมีเสื้อผ้าเพียง 1 ชุดจึงเลือกที่จะไม่ซัก เมื่อผ่านไปหลายวันเสื้อผ้าจึงมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ลานตากผ้าจะถูกล็อกกุญแจหลังเวลา 8.00 น. และเปิดเวลา 14.00 น. หากวันใดฝนตกพี่เลี้ยงจะเปิดให้เก็บผ้าก่อนเวลา สิ่งที่ลำบากที่สุดคือ การหาพื้นที่ตากผ้าในวันฝนตก

บางกองงานอนุญาตให้ตากผ้าในกองงาน ที่เหลือจึงต้องตากผ้าตามมีตามเกิด ส่วนใหญ่เลือกตากผ้าใต้ระเบียงอาคารเรือนนอนด้วยการผูกเชือกโยงระหว่างคานเหล็กของระเบียง บางวันที่ไม่มีแดด หรือฝนตกหนักช่วงกลางวันเสื้อผ้าเหล่านี้จะไม่แห้ง หากผู้ต้องขังไม่มีเสื้อผ้าอื่นต้องทนใส่เสื้อผ้าชื้นๆแทน บางครั้งผมต้องดมกลิ่นชื้นของเสื้อผ้าของผู้อื่นจนเวียนหัว ผู้ต้องขัง VIP-มีฐานะเลือกที่จะจ้างผู้ต้องขังเก่าซักผ้าให้พวกเขา โดยพวกเขาจะนำเสื้อผ้าไปให้กับผู้ต้องขังที่รับจ้างซักผ้าหลังจากที่พวกเขาอาบน้ำเสร็จในตอนเช้า-ตอนเย็น

ผู้ต้องขังที่รับจ้างซักผ้าจะมีถังซักผ้าเป็นของตนเองวางอยู่ในพื้นที่ของพวกเขา ผู้ต้องขัง VIP-มีฐานะจะต้องจำถังซักผ้าของพวกเขาให้ได้ หากคุณใส่ผิดถังเสื้อผ้าของคุณอาจหายไปตลอดกาล

ผู้ต้องขังที่รับจ้างซักผ้าจะให้บริการแบบเดียวกันทุกเจ้า ตั้งแต่การซักผ้า, ตากผ้า, เก็บผ้า, ประพรมน้ำหอม (น้ำยาปรับผ้านุ่ม), พับผ้า และส่งผ้าให้ถึงมือลูกค้าก่อนเข้าห้องนอน ค่าบริการซักผ้าในตอนที่ผมยังอยู่ในเรือนจำเป็นบุหรี่สัปดาห์ละ 2 ซอง (100 บาท) หรือเดือนละ 400 บาทในกรณีที่ให้ญาติ-เพื่อนโอนเงินสดจากภายนอกเข้าบุ๊คของพวกเขา

บริการนี้กำหนดเฉพาะะเสื้อผ้าไม่เกินวันละ 2 ชุด (ชุดนอน และชุดกลางวัน) และกางเกงใน หากมากกว่านี้ต้องจ่ายเพิ่ม ราคานี้ไม่รวมเครื่องนอน, ผ้าเช็ดตัว และผ้าอื่นๆ

– บริการเตรียมที่นอน : นอกจากผู้ต้องขัง VIP มีฐานะจะจ้างผู้ต้องขังซักเครื่องนอนแล้ว บางคนยังจ้างให้ผู้ต้องขังที่อยู่ในห้องนอนเดียวกันเตรียมที่นอนให้ด้วย

ที่นอนของผู้ต้องขังจะเป็นแบบพับ 3 ท่อน ผู้ต้องขังทุกคนต้องตื่นนอนก่อน 6.00 น. เพื่อรอเจ้าหน้าที่เรือนจำมาเปิดประตูห้องนอน พวกเขาจะต้องจัดเก็บที่นอนของตนเองให้เรียบร้อย
หมอน, ผ้าห่ม และของใช้อื่นจะถูกเก็บในช่วงกลางของที่นอน เมื่อพับที่นอนทำให้ที่นอนพูลสูงขึ้นมาตามจำนวนสิ่งของที่ซุกอยู่ภายใน แต่ละห้องวางที่นอนไม่เหมือนกัน บางห้องจะวางที่นอนเรียงกันแถวเดียวที่กลางห้อง โดยวางที่นอนซ้อนกัน 2-3 ชั้น บางห้องวางที่นอนเรียงเป็น 2 แถวติดกับกำแพง

ผู้ต้องขังจะกลับเข้าห้องนอนอีกครั้งเวลา 15.00 น. ผู้ต้องขังจะต้องยกที่นอนของตนเองกลับไปวางบนพื้นที่นอนของตนเอง ผู้ต้องขังคนใดที่ต้องการนอนจะคลี่ที่นอนออก

ด้วยเหตุนี้ผู้ต้องขัง VIP-มีฐานะที่ไม่อยากเก็บที่นอนเองจึงเลือกที่จะจ้างผู้ต้องขังภายในห้องเก็บ-ปูที่นอนเตรียมให้ บริการนี้ยังครอบคลุมถึงการซักเครื่องนอนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

ค่าบริการเตรียมที่นอน-ซักเครื่องนอนในตอนที่ผมยังอยู่ในเรือนจำเป็นบุหรี่สัปดาห์ละ 3 ซอง ราคานี้ไม่รวมถึงการตากที่นอน และทำความสะอาดพื้นใต้ที่นอนเป็นพิเศษ

ขอบคุณที่มา : เอกชัย หงส์กังวาน




หากท่านเห็นว่าข้อมูลเป็นประโยชน์ โปรดช่วยสนับสนุนเว็บไซต์ซักเล็กน้อย เพียงคลิกด้านล่าง



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *