พลิกปูมชีวิต”เจนนิเฟอร์ แพน”ลูกครึ่งแคนาดา-เวียดนาม ทำไมเธอแค้นจนต้องจ้างมือปืนฆ่าพ่อแม่?

   



วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เวลา 13:45 น.

แม้จะเป็นคดีความที่จบสิ้นไปตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคมแล้ว แต่วันนี้ เรื่องราวดังกล่าวถูกรื้อฟื้นขึ้นมาเล่าใหม่อีกครั้ง เนื่องด้วยมีประเด็นปัญหาหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเครียด ปัญหาครอบครัว ฯลฯ

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ “เจนนิเฟอร์ แพน” เด็กสาวชาวแคนาดาเชื้อสายเวียดนาม ที่ว่าจ้างมือปืนให้ไปยิงพ่อแม่ตัวเอง เนื่องจากทนแรงกดดันที่ถูกพ่อแม่บังคับให้เรียนอย่างหนักอยู่เสมอไม่ไหวอีกต่อไป

เริ่มแรกสมัยประถม เจนนิเฟอร์เคยเป็นเด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่น อยู่ในระดับ”เอ”สมใจพ่อแม่ แต่เมื่อถูกบีบบังคับไปนานๆ ก็ทำเกิดความเครียดสูงมาก จนเมื่อขึ้นมาเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนแมรีวาร์ดคาทอลิก ผลการเรียนจึงตกต่ำลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเรียนไม่จบชั้นมัธยมปลาย

1438067602_a-daughters-revenge

 “พ่อแม่ของเจนนิเฟอร์คิดว่าลูกสาวของพวกเขาเป็นเด็กอัจฉริยะ เป็นราชินีแห่งเกรดเอมาตลอด” ผู้สื่อข่าวชื่อ คาเรน โฮ ตีพิมพ์เรื่องราวชีวิตของเจนนิเฟอร์ลงในนิตยสารโทรอนโตไลฟ์ของแคนาดา

1438067805_a-daughters-revenge-hann-and-bich-pan_238-helen-ave

1438068079_a-daughters-revenge_jennifer-and-felix-pan

 “แต่จริงๆแล้วคือเจนนิเฟอร์มักจะได้เกรดบีเสียส่วนใหญ่ ซึ่งในมุมมองของนักเรียนทั่วไป เท่านี้ก็ถือว่าโอเคสุดๆแล้ว แต่พ่อแม่ของเจนนิเฟอร์รับไม่ได้ เพราะเข้มงวดกับลูกมาก ฉะนั้นแล้ว เจนนิเฟอร์ก็เลยต้องใช้วิธีปลอมแปลงสมุดรายงานเกรดตลอดการเรียนชั้นมัธยมปลาย ความจริงแล้วเธอเฟอร์สอบติดมหาวิทยาลัยริเออร์สันในโทรอนโตด้วย แต่สอบตกวิชาแคลคูลัสในปีสุดท้าย ก็เลยเรียนไม่จบชั้นมัธยมปลาย ทางมหาวิทยาลัยก็เลยเพิกถอนสิทธิเจนนิเฟอร์ ทำให้เธอไม่ได้เข้าเรียนต่อ”

แน่นอนว่าเจนนิเฟอร์จะปล่อยให้พ่อแม่รู้ความล้มเหลวครั้งนี้ไม่ได้ เธอจึงโกหกไปว่าสอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว และจะเริ่มเข้าเรียนในฤดูใบไม้ร่วง โดยมีแผนจะเรียนเอกวิทยาศาสตร์ 2 ปี จากนั้นจึงจะย้ายไปเรียนเภสัชวิทยา ซึ่งเป็นสาขาที่พ่อของเธออยากให้เรียน

 ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความหนักหน่วง กับการที่เจนนิเฟอร์ต้องพยายามกุมความลับเรื่องที่ความจริงแล้วเรียนไม่จบชั้นมัธยม และไม่มีมหาวิทยาลัยเรียน ด้วยใช้เอกสารการเรียนแบบปลอมๆ แต่งเรื่องหลอกพ่อว่าได้ทุนการศึกษา ถึงขั้นลงทุนปลอมแปลงจดหมายทุนและใบรายงานผลการเรียนด้วยต้นเอง

นอกจากนี้ยังโกหกว่าตนได้ย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยโทรอนโต พร้อมทั้งพูดดักทางไว้ว่า ถ้าหากพิธีรับปริญญามาถึงเมื่อไหร่ พ่อแม่จะไม่ได้ไปด้วย เพราะว่าไม่มีตั๋วเดินทางให้

 อย่างไรก็ตาม ดังที่ว่ากันว่า “ความลับไม่มีในโลก” พ่อแม่ของเจนนิเฟอร์เริ่มระแคะระคายถึงความผิดปกติบางอย่าง จนกระทั่งเค้นความจริงจากลูกสาวมาได้ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา ทั้งเรื่องผลการเรียนอันยอดเยี่ยม เรื่องทุน เรื่องมหาวิทยาลัย ฯลฯ ล้วนเป็นเพียงเรื่องโกหกหลอกลวงเท่านั้น และบรรยากาศในบ้านก็เปลี่ยนไปอย่างทันทีทันควันที่ความลับถูกเผยออกมา

 เจนนิเฟอร์เผชิญหน้ากับความเครียดหนักกว่าเดิมหลายเท่า เนื่องจากต้องถูกพ่อแม่ลงโทษด้วยการบีบบังคับอิสรภาพยิ่งกว่าที่ผ่านมา จนให้ความรู้สึกเหมือนกับการติดคุก ทั้งห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ ห้ามใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รวมทั้งห้ามคบกับแฟนหนุ่ม แดเนียล หว่อง ด้วย

จนกระทั่งเมื่อวันหนึ่งที่เจนนิเฟอร์ออกมาใช้ชีวิตตามปกติได้แล้ว ความแค้นที่มีอยู่ในใจก็ยิ่งลุกขึ้นเป็นไฟ ว่าพ่อแม่ทำให้ชีวิตเธอเสมือนเป็นนักโทษที่โดนขังคุก เธอจึงร่วมมือกับแดเนียลในการว่าจ้างมือปืน 3 คนมายิงพ่อแม่ตัวเอง ก่อนจะแกล้งโทรแจ้งความกับตำรวจเพื่อตบตาให้ใครต่อใครเชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นผู้คอยบงการอยู่เบื้องหลัง

1438067904_a-daughters-revenge-hann-and-bich-pan_238-helen-ave - Copy

เรื่องราวของเจนนิเฟอร์ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่สื่อมวลชน โดยจะแสดงความคิดเห็นเอนเอียงไปในทางเดียวกันว่า แม้ว่าครอบครัวของเจนนิเฟอร์อาจจะเต็มไปด้วยความเครียด หรืออาจจะเหมือนเด็กชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียหลายคนที่เติบโตขึ้นมาด้วยการถูกบีบบังคับเช่นเดียวกัน

แต่ประเด็นตรงนี้คงไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างในการกล่าวอาชญากรรมร้ายแรงนี้ได้ เพราะแม้เด็กคนอื่นๆอาจต้องเผชิญหน้ากับความเครียดแบบเดียวกัน แต่ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องลุกขึ้นมาแก้แค้นด้วยการจ้างคนมาสังหารพ่อแม่ตัวเองเหมือนกัน

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์




หากท่านเห็นว่าข้อมูลเป็นประโยชน์ โปรดช่วยสนับสนุนเว็บไซต์ซักเล็กน้อย เพียงคลิกด้านล่าง



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *