ยาอายุวัฒนะ : กระชากวัย

   



ยาอายุวัฒนะขนานที่ 1

  • หัวกระชายแก่ 4 บาท
  • เหง้าขิง 4 บาท
  • หัวกะทือ 4 บาท
  • ดอกดีปลี 4 บาท
  • เนื้อสมอไทย 4 บาท
  • โด่ไม่รู้ล้ม 4 บาท
  • รากเจตมูลเพลิงแดง 4 บาท
  • พริกไทยล่อน 10 บาท
  • หรดาลกลีบทอง 8 บาท

สมุนไพร เหล่านี้ต้องล้างให้สะอาด แล้วฝานหรือสับตากแห้ง แล้วบดเป็นผง ผสมน้ำผึ้งปั้นลูกกลอน รับประทานวันละ 1 เม็ดพุทรา ท่านว่าจะไม่มีอาการอ่อนเพลีย เดินทางไกล หรือขึ้นเขาลงห้วยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คนกินประจำแม้แก่เฒ่าก็จะกลับเหมือนคนหนุ่ม

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 2

ยาขนานนี้เป็นตำราเมืองเหนือ เกิดขึ้นในสมัยที่พม่าครองเมืองล้านนาถึง 200 กว่าปี (ตั้งแต่ พ.ศ.2094-2324) คนเมืองเหนือและคนพม่าก็มีความสนิทชิดใกล้กัน ไปมาหาสู่กันมิได้ขาด มีเรื่องเล่าว่า ยังมีกะทาชายนายหนึ่งอายุมากแล้ว เมื่อภรรยาถึงแก่กรรมลูกหลานก็ไม่เหลียวแล ร่างกายก็ซูบผอม กินไม่ได้นอนไม่หลับ หาเรี่ยวแรงมิได้ จึงระหกระเหินออกจากบ้านไปพบพระพม่ารูปหนึ่งก็ขออาศัยข้าวก้นบาตรท่านยังชีพ คอยรับใช้ท่านไปในตัว พระท่านเห็นร่างกายหาเรี่ยวแรงมิได้ก็ประกอบยาให้รับประทาน ผ่านไป 1 เดือนร่างกายก็กลับมีกำลังวังชาขึ้นมา โรคภัยที่เคยเป็นก็หายไป ต่อมาพระพม่าเดินทางกลับไปเยี่ยมญาติของท่านในประเทศพม่า ชายชราคนนี้ก็ติดตามไปด้วย และกินยานี้อยู่ประจำ อยู่พม่าได้ปีเศษ ร่างกายก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ผมที่ขาวโพลนก็กลับดำ ผิวพรรณวรรณะก็เปล่งปลั่ง ผิวหนังเต่งตึงดูเหมือนคนอายุสามสิบเศษ เมื่อพระพม่าเดินทางกลับไทยก็ติดตามกลับมาด้วย แล้วกลับไปเยี่ยมลูก ๆ ญาติ ๆ ในหมู่บ้าน ใคร ๆ ก็จำแกไม่ได้ ดูก็คลับคล้าย คนทั้งหมู่บ้านแปลกใจพากันมาดู บ้างก็ว่าใช่ บ้างก็ว่าไม่ใช่ ทั้งนี้เพราะแกเปลี่ยนเป็นคนหนุ่มเร็วเกินไป อายุ 75 ปีกลับกลายเป็นดุจอายุสามสิบกว่าปีมันก็น่าฉงนอยู่ ต่อมาแกก็ได้เมียสาวคราวลูก มีลูกอีก 3 คน แล้วท่านก็ได้บอกตำรายาของพระพม่าไว้ให้คนทั้งหลายได้ปรุงกิน คนมีบุญทำกินก็ได้ประโยชน์ไปตามนั้น คนไม่มีบุญก็ไม่เชื่อ ก็หาทำกินกันไม่ ก็เป็นเช่นนี้มาทุกยุคสมัย ถ้าไม่เป็นดังนี้ คนเชื่อกันทั้งบ้านทั้งเมืองก็คงเป็นหนุ่ม อายุยืนยาวกันหมดแหละครับ ตำรายามีดังนี้

  • รากช้าพลู 1 ตำลึง
  • รากมะแว้งต้น 1 ตำลึง
  • รากมะแว้งเครือ 1 ตำลึง
  • รากมะเขือขื่น 1 ตำลึง
  • เถาบอระเพ็ด 1 ตำลึง
  • รากเจตมูลเพลิง 1/2 ตำลึง

เมื่อได้ตัวสมุนไพรมาครบแล้วต้อง ล้างให้สะอาด แล้วสับเป็นชิ้น ๆ ตากแดดให้แห้งดีแล้วจึงบดให้เป็นผง จากนั้นจึงนำขึ้นเครื่องชั่ง ไม่จำเป็นต้องให้ได้ 1 ตำลึง จะเป็น 100 กรัมก็ได้ ส่วนรากเจตมูลเพลิงใช้ครึ่งขีดก็พอ จากนั้นจึงผสมน้ำผึ้งให้เปียกแล้วใส่ภาชนะปิดฝาให้มิดชิด เก็บไว้ในที่ร่ม (ตำราว่าฝังในข้าวเปลือก 7 วัน)เป็นเวลา 7 วัน จึงนำออกรับประทานทุกวัน ๆ ละ 1 เม็ดพุทราดิบ ท่านว่าภายใน 6 เดือนร่างกายจะแปรเปลี่ยนอย่างอัศจรรย์ ผู้เขียนยังไม่ได้หาสมุนไพรมาทดลองปรุงกินดู สมุนไพรพวกนี้หาได้เองยิ่งดี เพราะได้สมุนไพรสดใหม่ สะอาด และของจริงแท้ ถ้าซื้อจากร้านยาสมุนไพรไม่แน่นอน ที่ไม่ค่อยเข้าท่าคือไม่สะอาด เราจะเอามาล้างตอนมันแห้งแล้วก็ไม่สะดวก จึงควรแสวงหาตามบ้านนอกคอกนานั่นแหละ หาได้ง่ายครับ

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 3

ยานี้มีมาแต่สมัยอยุธยาเป็น ราชธานี สมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดินเมืองลังกาขอพระภิกษุจากประเทศสยามนำพระศาสนาไปเผย แพร่ ไปเป็นอุปัชฌาย์บวชกุลบุตรให้ประพฤติปฏิบัติพระธรรมกรรมฐาน จะเป็นสมัยของพระเจ้าแผ่นดินของเราพระองค์ไหนไม่ทราบ ทราบแต่ว่าพระองค์ส่งพระพุทธโฆษาจารย์และคณะสงฆ์ไปหลายรูป เมื่อเดินทางเรือรอนแรมไปหลายวันก็เกิดอาพาธป่วยไข้กันหลายรูป ถึงเมืองลังกาแล้วจึงได้ยาดีจากตำราแขกลังกา เขาทำยาให้ฉัน เป็นยาบำรุงกำลังให้มีภูมิต้านทานโรคได้เป็นอย่างดี ท่านจารึกเป็นตำราและฝอยไว้ว่า กินได้ 7 วันเสียงไพเราะดังจั๊กจั่น กินได้ 2 อาทิตย์เสียงดุจนกการะเวก กินได้ 3 อาทิตย์ จะมีสติปัญญาดี เรียนได้ 3 เดือนจะเรียนพระธรรมจบ ตาจักสว่างดังแสงแก้วมณี กินได้ 4 เดือน พยาธิจะหายหมดสิ้น กินได้ 5 เดือนจะมีกำลังดุจพญาช้างสาร กินได้ 6 เดือนขึ้นไป จะได้ทิพยจักขุ พระอินทร์จะลงมาหา

เรื่องฝอยตำราโบราณบางทีก็ฟังหูไว้ หู เพราะท่านกล่าวไว้เพื่อแสดงให้เห็นคุณภาพของยาเท่านั้นว่าวิเศษจริง คนที่เอามาทำกินจริง ๆ ก็บอกว่าดีมาก แต่ไม่ถึงขนาดมีหูทิพย์ตาทิพย์หรอก นอกจากผู้ปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญา จนถึงขั้นได้ฌาน 4 ฌาน 8 โน่นแหละจึงจะได้ฤทธิ์เดชดังว่า แม้พระอินทร์ก็คงลงมาหาจริง ๆ เพราะพระอินทร์ท่านชอบทำบุญกับพระผู้วิเศษมีกิเลสอันเหือดแห้งแล้ว เรา ๆ ท่าน ๆ กินแล้วมีกำลังวังชา ไม่มีโรคภัยเบียดเบียนก็ดีถมไปแล้ว ตำรายามีดังนี้

  • มหาหิงคุ์ 1 บาท
  • การบูร 2 บาท
  • ดอกดีปลี 3 บาท
  • ขิงแห้ง 4 บาท
  • เทียนทั้งห้า สิ่งละ 1 บาท
  • ผักแพวแดง 6 บาท
  • สมอทั้งสามสิ่งละ 7 บาท
  • โกฏสอ 8 บาท
  • โกฏเขมา 8 บาท
  • ลูกจันทร์ 9 บาท
  • พริกไทยล่อน 10 บาท

ท่านให้ทำเป็นยาผงผสมน้ำผึ้ง รับประทานเช้า-เย็น ครั้งละ 1 เม็ดพุทรา เป็นยารักษาธาตุให้บริบูรณ์ สุขภาพแข็งแรง มีภูมิต้านทานต่อโรคภัยไข้เจ็บได้ดี รับประทานประจำจะทำให้มีอายุยืนยาว

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 4

ยาขนานนี้มีที่มาจากภาคใต้ ของไทยเรา มีคนใช้กันเยอะ เพราะอยู่ในดงของอิสลามซึ่งชาย 1 คนสามารถมีภรรยาได้ 4 คน ภรรยาจึงต้องแข่งขันกันเพื่อให้สามีรักที่สุด ร.ต.อ.เปี่ยมได้นำมาเผยแพร่ แต่ผู้เขียนได้ตำรานี้จากน้องชายซึ่งเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์อินทร์ วัดโขลงคูบัว ราชบุรี ท่านแนะนำให้คุณหญิงคุณนายที่สามีแอบไปมีเมียน้อยทำกิน สามีกลับมาหาทุกราย ผู้เขียนก็มียานี้ไว้ประจำสำหรับคนมีปัญหาดังว่า ตำรายามีดังนี้

  • หัวไพล 1 ขีด
  • ขมิ้นอ้อย 1 ขีด
  • ขมิ้นชัน 1 ขีด
  • หัวแห้วหมู 1 ขีด
  • หัวกระชาย 1 ขีด
  • พริกไทยล่อน 2 ขีด

ต้องทำเป็นยาผงก่อน แล้วผสมน้ำผึ้งปั้นลูกกลอน รับประทานก่อนนอนวันละไม่เกิน 2 เม็ดในพุทรา ถ้ารับประทานมากจะผายลมตลอด หรือถ้าเป็นคนธาตุร้อนหรือโรคไตไม่ควรกิน เพราะเป็นยาร้อน คนเฒ่าแก่กินดีมาก จะบำรุงธาตุไฟให้บริบูรณ์ และขับผายลมได้ดียิ่ง ตำราว่าแม้สตรีจะมีบุตรสัก 10 คนก็ยังเหมือนสาวน้อย

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 5

ตำรานี้ท่านพระยาเดโชได้มาจากประเทศ เขมรคราวไปปราบเขมรที่เมืองเสียมราฐและได้เขมรมาเป็นเมืองขึ้นสมัยต้นกรุง โน่นแหละ ต้นตำราเป็นบทกลอนยาวเหยียด ความว่าท่านได้ไปวัดช้างเนียม หน้าเมืองโพธิสัตว์ เห็นอักษรจารึกที่ประตู ความว่า

ครั้นจะเข้าก็กลัวติดลิขิตบอก ครั้นจะออกก็กลัวติดลิขิตไป
เห็นเจ้าชีวิตคิดขยาดราชภัย ประนามัยหมอบประหม่าแหงนหน้ายล
หน่วยตาเล็งเพ่งพิศพินิจทั่ว เอาที่ตัวตนติดอย่าคิดฉงน

ท่านคิดปริศนาออก จึงขึ้นค้นบนซุ้มประตูวัดนั้นก็พบแผ่นทองคำจารึกด้วยอักษรขอมโบราณซ่อนไว้ ที่ซุ้มประตู เมื่อเอามาอ่านดูก็เห็นเป็นตำรายาใช้ขับโรคสารพัด ตำรายามีดังนี้

1. สมอเขียว 5 ผล ลงพระเจ้า 5 พระองค์(นะโมพุทธายะ)ทุกผล

  1. เม็ดในสลอด 7 เม็ด ลงหัวใจพระอภิธรรมเจ็ดคัมภีร์(สังวิธาปุกะยะปะ)
  2. หัวแห้วหมู 3 หัว ลงมะอะอุ
  3. หัวข้าวค่า 4 หัว ลงทุสะนะมิ
  4. เถาบอระเพ็ด 3 ท่อน ๆ ละ 1 องคุลี ลงอิสะวาสุ
  5. ใบคนทีสอ 32 ใบ ลงทวัตติงสาเสกด้วยอาการ 32
  6. ยาดำ 1 บาท เสกด้วย เสกขาธัมมา อเสกขาธัมมา เนวเสกขานาเสกขาธัมมา วิธีปรุงยานั้นมีขั้นตอนดังนี้ หลังจากลงอักขระปลุกเสกทุกสิ่งอันแล้วท่านให้แยกยาแต่ละชนิดใส่ถ้วยแต่ละใบ แล้วแช่น้ำผึ้งไว้ตั้งแต่วันเสาร์ จนครบ 1 อาทิตย์ จากนั้นเทน้ำผึ้งออกเอาแต่ตัวยา ยกเว้นที่แช่ใบคนทีสอเอาทั้งยาและน้ำผึ้ง นำตัวยาทั้งหมดมาบดคลุกเคล้าเข้าด้วยกันจนแหลกละเอียดดีแล้วก็ปั้นเม็ดเท่า เม็ดพุทธรักษา (โตกว่าเม็ดพริกไทย) 
วิธีรับประทาน วันแรกให้รับประทาน 1 เม็ด วันที่ 2 กิน 2 เม็ด ตั้งแต่วันที่สาม กินวันละ 3 เม็ดตลอดไป กินได้ 15 วันโรคภัยหายสิ้น กินได้ 1 เดือน ผิวพรรณจะผุดผ่อง กินได้เดือนครึ่ง จะต้านยาพิษได้ กินได้ 2 เดือน ร่างกายเบา เดินเหินไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กินได้ 3 เดือน สติปัญญาสมองปลอดโปร่ง

ท่านพระยาเดโชได้ตำรามาแล้วก็ทำตาม ตำรา ร่างกายท่านก็แข็งแรง ไม่เคยปวดเมื่อยอะไรเลย จากนั้นก็ลองให้ตาแก้วที่เป็นโรคเรื้อนกินดู ไม่นานก็หายจากโรคเรื้อน ยายเย็นเป็นมะเร็งเรื้อรังมานาน เมื่อกินยานี้ก็หายเช่นกัน นายสงเป็นริดสีดวงงอกที่ทวารหนัก พอกินยานี้ไม่นานมันก็หดหายไปไม่กลับคืนมาอีกเลย นายคงเป็นหืดหอบ จะนอนแบบชาวบ้านก็ไม่ได้ ต้องพิงหมอนหลับในท่านั่งทุกวี่วัน หลังจากกินยานี้ไม่นานก็หายจากโรคหืดหอบอย่างปลิดทิ้ง ส่วนบทกลอนทั้งหมดนั้นขอนำมาลงไว้ให้ศึกษากันดังนี้

ตำราพฤฒาแถลง

ดำเนินความตามตำราพฤฒาแถลง
โอสถเลิศประเสริฐล้ำนำแสดง ให้แจ่มแจ้งใสสว่างกระจ่างจริง
เดิมได้พบอุปเท่ห์วิเสโส ท่านเดโชชื่ออ้างเป็นอย่างยิ่ง
สถิตถิ่นอยู่ทางบางกระทิง เคยช่วงชิงชัยชาญชำนาญยุทธ
เป็นคนธงวงศ์กษัตริย์วัดประดู่ ได้ต่อสู้พม่ามอญไม่หย่อนหยุด
ครั้งไปรบเสียมราฐปราบกัมพุช พวกขอมดุษฎีงามไม่ลามเลียม
ท่านเดโชชอบคิดปริศนา ด้วยปรีชาแหลมเลิศประเสริฐเสียม
ตรงหน้าเมืองโพธิสัตว์วัดช้างเนียม แต่พอเยี่ยมก็ได้ยลยุบลใน
ครั้นจะเข้าก็กลัวติดลิขิตบอก ครั้นจะออกก็กลัวติดลิขิตไป
เห็นเจ้าชีวิตคิดขยาดราชภัย ประนามัยหมอบประหม่าแหงนหน้ายล
หน่วยตาเล็งเพ่งพิศพินิจทั่ว เอาที่ตัวตนติดอย่าคิดฉงน
กล่าวกลบเงื่อนเกลื่อนกลบแง่กระแสกล ยากจะค้นคิดคำที่สำคัญ
สิ้นลิขิตปริศนาที่สาธก ปลงเห็นตกแจ้งจริงทุกสิ่งสรรพ์
เอาที่ซุ้มประตูเปิดดูพลัน แผ่นสุวรรณจำหลักอักขรา
เป็นโอสถสำหรับใช้ขับโรค สารประโยคลิขิตปริศนา
จารึกในแผ่นทองคำเป็นตำรา สรรพยาเจ็ดสิ่งอย่างกริ่งใจ
สมอเขียวห้าผลเป็นต้นเค้า ลงพระเจ้าห้าพระองค์อย่าสงสัย
นะโมพุทธายะองค์ละใบ เอาเม็ดในสลอดมาเจ็ดเม็ด
มาลงหัวใจพระธรรมเจ็ดคัมภีร์ ตามพิธีว่าหวังไม่กังขา
แสดงไว้ให้ประจักรในอักขรา สังวิธาปุกะยะปะแสดง
หัวแห้วหมูดูให้ดีสามศีรษะ ลงมะอะอุอุปเท่ห์เล่ห์แถลง
หัวเข้าค่าสี่หัวเป็นตัวแรง อาจารย์แจ้งวิธีมิอำความ
ลงทุสะนะมิสติตั้ง จงทุกครั้งทุกคราอย่าหยาบหยาม
บอระเพ็ดเด็ดเถาเอาที่งาม คำรบสามท่อนเท่าองคุลี
ลงอิสวาสุอย่างอุกกฤษ์ เป็นไตรพิธพรเลิศประเสริฐศรี
ใบโคนดินสอสามสิบสองต้องวิธี อาจารย์นี้แนะนำตามทำนอง
ลงด้วยทวัตติงสา เสกเป็นยาด้วยอาการสามสิบสอง
เอายาดำบาทหนึ่งคลึงประคอง เสกขาธัมมาปองปลุกเสกไป
อเสกขาธัมมาอย่าสนเท่ห์ เนวเสกขานาเสกขาตำราไข
สัทธยาปลุกเสกสำรวมใจ ยาสิ่งหนึ่งจึงใส่ไว้ถ้วยหนึ่ง
แช่น้ำผึ้งเป็นเคล็ดไว้เจ็ดฐาน เริ่มวันเสาร์เคารพสัตตะวาร ตำราจารย์แจ้งคดีวิธีทำ
เอาตัวยามาเคล้าเข้ากันหมด ใส่หีบบดบุบขยี้บี้ขยำ
แต่น้ำผึ้งที่แช่ยาในสารัมภ์ ท่านแนะนำพร่ำไว้ในบรรยาย
กลเม็ดเคล็ดเคล้าให้เอาแต่ ที่ชุบแช่โคนดินสอเป็นกระสาย
แต่หกสิ่งทิ้งเสียอย่าเสียดาย ทั้งหญิงชายจงทำตามตำรา
ส่วนโอสถบดเสร็จบอกเคล็ดเคล้า จงปั้นเท่าเมล็ดพุทธรักษา
เมื่อแรกกินเม็ดหนึ่งเริ่มประเดิมยา สองเวลาสองเม็ดเสร็จสองวัน
กินสามมื้อสามเม็ดเผด็จโรค แม้นบริโภคเรี่ยวแรงแข็งขยัน
เสพสามเม็ดเสมอสมัยไปทุกวัน เรี่ยวแรงนั้นถ้าน้อยกินถอยลง
กำหนดสิบห้าวันโรคพลันหาย สบายกายเกิดกำลังดังประสงค์
ถ้ากินไปไม่เคลื่อนครบเดือนตรง เป็นรูปทรงโสภางามกว่าคน
กินเดือนครึ่งถึงจะลดกำหนดนั้น คงกระพันพิษยาอย่าฉงน
สองเดือนกินสิ้นหมดพจน์นิพนธ์ ว่าตัวตนเบาหวิวเดินปลิวไป
แม้นกินได้ไตรมาสฉลาดล้ำ ปัญญาจำธรรมศาสตร์นิบาตไสย
โดยสามารถอาจองค์ดำรงไตร แสดงในคุณวุฒิอุตตโม
ค่าขวัญข้าวเอาสลึงเป็นหนึ่งแน่ ทำบุญแก่สังฆเพศวิเศษโส
อวยอุทิศจิตตั้งหลั่งชะโล ไปยังโบราณาจารย์สำราญเจริญ
จงลุล่วงมัคราสิวาโมกข์ ตลอดโลกหฤหรรษ์สรรเสริญ
ขวัญข้าวอย่ายินดีตีประเมิน ใครเรียกเกินพิกัดที่อัตรา
จงฉิบหายตายตกนรกร้อน ปากคาบก้อนเหล็กแดงร้อนแรงกล้า
ใครคิดออกบอกกันอย่าฉันทา อย่ามุสาวาดหวังปิดบังกัน
ในข้อคำปริศนาดังว่านี้ ความยินดีดาลดวงทรวงกระสัน
ด้วยสำนึกเสร็จศึกกัมพุชพลัน กลับคืนขัณฑสีมาสยาโม
ได้หยุดหย่อนผ่อนเมื่อยหายมึนแล้ว ใจผ่องแผ้วกายวายทุกข์เป็นสุโข
ความนิยมสมคะเนท่านเดโช ประกอบโอสถทำตามตำรา
ให้ตาแก้วบริโภคแก้โรคเรื้อน ไม่คลาดเคลื่อนหายสนิทดังปริศนา
ยายเย็นเป็นมะเร็งนมนานมา ให้กินยานี้ก็หายสบายใจ
นายสงเป็นสีดวงงอกเหมือนดาก ดูลำบากเหลือล้นพ้นวิสัย
กินยานี้หายหมดหดเข้าไป หายแล้วไม่กลับเป็นเหมือนเช่นเคย
นายคงง่อยจ๋อยจืดเป็นหืดหอบ ลงนอนมอบหมอบอิงพิงเขนย
กินยานี้หายวายเว้นไม่เป็นเลย แสนสเบยเบิกบานสำราญใจ
โดยคุณยาสามารถบำบัดแก้ วิเศษแท้เที่ยงตรงอย่าสงสัย
รักษาหายวายโศกสิ้นโรคภัย จึงบอกไว้หวังจิตคิดเป็นทาน
ข้าพเจ้าเดโชถ้าโกหก ให้ตายตกอเวจีอัคคีผลาญ
ตำใต้เทวทัตปฏิญาณ อเนกาลนับอนันต์พุทธันดร
รังสฤษ์ปริศนาตำราเสร็จ ด้วยจิตเจตน์เป็นทานานุสรณ์
หวังประโยชน์โพธิญาณสารสุนทร ลุนครเขตต์วิวัฏสวัสดี.

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 18

  • กล้วยน้ำสุก
  • เนื้อมะตูมสุก
  • พริกไทยล่อน

เอาตัวยาทั้งหมดมาตำเข้าด้วยกัน แล้วทำเป็นแผ่นตากให้แห้ง จากนั้นก็ใส่ขวดโหล ใส่น้ำผึ้งให้ท่วมยา ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ 2 อาทิตย์จึงเอาออกมารับประทานวันละ 1 ช้อนกาแฟ ผ่านไปเพียง 15 วันกำลังวังชาจะกลับคืนมา กินต่อไปถึง 30 วัน ผิวพรรณจะผุดผ่องเต่งตึง ความรู้สึกทางเพศก็กลับคืนดี คนอายุ 60 จะกลับมีแรงเหมือนอายุ 30 ปี ถ้ากินประจำจะมีอายุถึง 120 ปี

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 19

  • หัวขิง
  • หัวข่าเล็ก
  • หัวแห้วหมู
  • เถาบอระเพ็ด
  • ดอกดีปลี
  • กระเทียม
  • รากแจง
  • สมอเทศ
  • สมอไทย
  • สมอพิเภก
  • สมอดีงู
  • ลูกมะขามป้อม

สมุนไพรทั้งหมดนี้ใช้สัดส่วนเท่ากัน ตากแดดให้แห้งดีแล้วจึงทำเป็นยาผง ใช้ละลายน้ำร้อนรับประทานก่อนอาหารเย็น ทำให้นอนหลับสบาย ท้องไส้ทำงานดีไม่มีลมเบียดเบียน ร่างกายกลับแข็งแรง คนแก่ก็จะกลับเป็นหนุ่มสาว

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 22

ยานี้ชื่อยาเปลี่ยนร่าง มีนิทานเล่าประกอบว่า นานมาแล้ว จะเป็นเมืองอะไรท่านไม่ได้บอกไว้ มีชายคนหนึ่งอายุมากแล้ว ไปทำงานเฝ้าสวนหลวง ซึ่งอยู่ไกลจากบ้านมาก แต่เมื่อไปหาได้เอาบุตรภรรยาไปด้วยไม่ เมื่อทำงานก็มักถูกผู้บังคับบัญชาดุด่าเสมอ เพราะเป็นคนสุขภาพไม่ดี เมื่อถูกดุด่าถูกทำโทษบ่อย ๆ ชายผู้นี้คืนหนึ่งนอนไม่หลับจึงเดินไปเรื่อย ๆ ไปพบต้นไม้ใหญ่จึงคิดว่าต้นไม้นี้ชะรอยจะมีเทวดาผู้มีศักดิ์สิงสถิตย์อยู่ เป็นแน่ เขาจึงกราบที่โคนต้นไม้กล่าวขึ้นว่า ข้าพเจ้าเป็นคนสัตย์คนซื่อ แต่กำลังวังชาก็ลดน้อยถอยลงทุกที มีแต่ได้รับทุกข์โทษจากเจ้านายอยู่ทุกวัน ถ้าท่านเทพยดามีฤทธิ์พอจะช่วยกระทำให้ตัวข้าพเจ้านี้มีเรี่ยวแรงดุจคนหนุ่ม แล้วไซร้โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วยเถิด แล้วเขาก็นอนหลับไปที่ใต้ต้นไม้นั่นเอง เทวดาจึงมาเข้าฝันบอกว่า เจ้าจงไปหาต้นยาเหล่านี้มาทำยากินเถิด แล้วจะแข็งแรงดุจคนหนุ่ม แต่อย่าเอาไปทำขาย ควรบอกกล่าวแก่ผู้อื่นเป็นทานเพื่อจะได้มีผลานิสงส์ต่อตัวเองต่อไปในภพหน้า ตัวยามีทั้งหมด 9 ชนิดด้วยกันดังนี้

  • ลูกจันท์
  • ดอกจันท์
  • กระวาน
  • กานพลู
  • สมุลแว้ง
  • มหาหิงคุ์
  • หัสคุณเทศ
  • ชะเอมเทศ
  • พริกไทยสุก

ยาทั้งหมดนี้เอาน้ำหนักเท่า ๆ กันทำเป็นยาผงผสมน้ำผึ้ง รับประทานก่อนเข้านอนขนาดปลายนิ้วก้อย รับประทานได้ 1 เดือนโรคภัยไข้เจ็บจะหายสิ้น เจ้าจะกลับกลายเป็นคนหนุ่มอีก บอกแล้วเทวดาก็หายวับไป ชายผู้นั้นตื่นขึ้นจึงรู้ว่าฝันไป ตั้งแต่วันนั้นแกก็เที่ยวหาต้นสมุนไพรตามที่เทวดาบอกกล่าว นำมาทำยากินประจำ เวลาผ่านไปเพียงเดือนเศษร่างกายแกก็เปลี่ยนแปลง มีผิวพรรณวรรณะเปล่งปลั่ง ผมที่ร่วงก็กลับงอกงามดำขลับขึ้นมา กินอาหารก็อร่อยดี หลับสนิท อาการปวดเมื่อยอ่อนเพลียหายไปสิ้น รู้สึกตัวเองเหมือนคนหนุ่มที่กำลังคึกคักดังโคถึก แกเฝ้าสวนได้อีกไม่นานก็ลากลับไปอยู่บ้านกับลูกเมีย เมื่อกลับไปถึงบ้านภรรยาจำไม่ได้ ต้องเรียกญาติ ๆ มาดู สืบสวนกันอยู่นาน

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 25

ชื่อยาลูกยอ เป็นตำรับยาที่หลวงพ่อโอภาษีได้มาจากพระครูนนท์ วัดใต้ปากพนังซึ่งมีอายุถึง 105 ปี เป็นผู้มอบให้ มีส่วนประกอบดังนี้

  • เถาบอระเพ็ด 6 บาท
  • หัวกระเทียม 3 บาท
  • พริกไทยล่อน 2 บาท
  • เหง้าขิงแห้ง 1 บาท
  • ยาดำ 3 บาท
  • ลูกยอหนักเท่ายาทั้งหมดรวมกัน

เอายาทั้งหมดตากแดด ให้แห้ง แล้วบดเป็นผงรวมกัน ผสมกับน้ำผึ้ง กินก่อนอาหาร เช้า-เย็น ครั้งละ 2 เม็ดพุทรา หรือขนาดปลายนิ้วก้อย ผ่านไป 1 เดือนโรคภัยจะหายสิ้น ผิวพรรณวรรณะจะกลับดูเหมือนหนุ่มสาว

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 27

  • หัวกระชาย
  • เหง้าขิงแห้ง
  • หัวกะทือ
  • ดอกดีปลี
  • โด่ไม่รู้ล้ม
  • สมอไทย
  • รากเจตมูลเพลิง
  • พริกไทยล่อน
  • หรดาลกลีบทอง

ยาทั้งหมดนี้ให้บดเป็นผง ผสมน้ำผึ้งรวงรับประทานหลังอาหารเย็น จะทำให้เจริญอาหาร นอนหลับดี แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ แก้ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย กินได้ 2 เดือนร่างกายจะกลับเป็นหนุ่ม

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 28

คัดจากตำรายาไทยจีนของ ร.ศ.พัฒน์ สุจำนงค์ คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

  • เกสรบุญนาค หนัก 2 บาท
  • สมอพิเภก หนัก 3 บาท
  • สมอไทย หนัก 3 บาท
  • มะขามป้อม หนัก 3 บาท
  • ดอกดีปลี หนัก 3 บาท
  • ลูกเร่ว หนัก 4 บาท
  • ขิงแห้ง หนัก 3 บาท
  • ว่านน้ำ หนัก 3 บาท
  • ลูกราชดัด หนัก 2 บาท

ทั้งหมดบดผงผสมน้ำผึ้งรับประทานครั้งละลูกพุทรา รับประทานประจำแก้โรคกษัย โรคลม โรคในตัวทั้งปวง และทำให้กลับหนุ่มสาวเหมือนวัยรุ่น

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 50 ยาหลวงปู่อายุ 90ปี

ร.ต.อ.เปี่ยม บุณยะโชติเล่าว่าท่านไปพบหลวงปู่รูปหนึ่งอายุ 90 ปี อยู่วัดป่า เห็นท่านแข็งแรง เดินเหินคล่องแคล่ว นึกว่าอายุสัก 50-60 เมื่อถามอายุท่านบอกว่า 90 ปี จึงถามว่าท่านฉันยาอะไรจึงแข็งแรงเช่นนี้ หลวงปู่จึงให้สูตรยาที่ท่านฉันประจำดังต่อไปนี้

  • รากเจตมูลเพลิง 10 บาท
  • หัวแห้วหมู 20 บาท
  • หัวกระชาย 20 บาท
  • กระเทียม 20 บาท
  • ยางสลัดได 20 บาท
  • พริกไทยดำ 50 บาท

ให้ทำเป็นผงผสมน้ำผึ้ง รับประทานหลังอาหารขนาดปลายนิ้วก้อย หรือตามธาตุหนักเบา

เรึยบเรียงใหม่จาก http://www.sanyasi.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=528384&Ntype=4




หากท่านเห็นว่าข้อมูลเป็นประโยชน์ โปรดช่วยสนับสนุนเว็บไซต์ซักเล็กน้อย เพียงคลิกด้านล่าง